ในประเทศสหรัฐอเมริกา หากคุณลองเดินเข้าไปในห้องสมุดหรือร้านหนังสือสักร้าน คุณจะพบเจอกับหนังสือจำนวนมากวางเรียงรายบนชั้น เย้ายวนให้เหล่านักอ่านได้หยิบจับ แต่รู้หรือไม่ว่าตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 เป็นต้นมา ท่ามกลางหนังสือปริมาณมหาศาลเหล่านี้ มีหนังสือแปลจากต่างประเทศเพียง 3% เท่านั้น
แม้ในท้องตลาดสหรัฐอเมริกาจะมีหนังสือภาษาอังกฤษหลากหลายประเภทให้เลือกอ่าน แต่หนังสือส่วนใหญ่ก็ยังเป็นผลงานที่ผลิตโดยนักเขียนชาวอเมริกัน และมีหนังสือจากนักเขียนต่างชาติเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามกำแพงภาษา ได้รับการแปล ตีพิมพ์ และวางจำหน่ายจนไปถึงมือผู้อ่านได้
ความไม่สมดุลนี้ แสดงให้เห็นถึงการสูญเสียโอกาสครั้งใหญ่ในการเข้าถึงหนังสือที่สะท้อน ‘เสียง’ ของผู้คน ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวชีวิตและวัฒนธรรมอันหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก
จากหนังสือเล่มโปรด สู่ ภารกิจทลายกำแพงทางภาษา
ราวปี 1999 เอเลน ซาลิเอร์โน เมสัน (Alane Salierno Mason) บรรณาธิการอาวุโสแห่งสำนักพิมพ์ W.W. Norton & Company ได้โอกาสแปลนวนิยายอิตาลีเรื่อง ‘Conversations in Sicily’ ของ เอลิโอ วิตโตรีนี (Elio Vittorini) เธอกล่าวถึงความประทับใจจากประสบการณ์ครั้งนี้ว่า
“การได้ดำดิ่งอยู่กับกระบวนการแปลทำให้ฉันตระหนักว่าตัวเองรักวรรณกรรมต่างประเทศมากแค่ไหน แต่ก็พบว่ามันหนังสือที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษมีจำนวนน้อยมาก แม้ฉันจะเป็นบรรณาธิการในสำนักพิมพ์วรรณกรรมชั้นนำ ก็ยังมองว่าการจะตีพิมพ์วรรณกรรมแปลสักเล่มเป็นเรื่องยาก”
ขณะเดียวกัน เอเลนก็ทำงานในฐานะคณะกรรมการขององค์การกองทุนเพื่อศิลปะแห่งชาติ (National Endowment for the Arts; NEA) โดยมีบทบาทในการประเมินผลงานของสำนักพิมพ์อิสระและนิตยสารวรรณกรรม เธอจึงพบว่าคนอเมริกันจำนวนมากมีความตื่นตัวทางวรรณกรรม และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ หลายคนพยายามผลักดันโครงการที่เกี่ยวข้องกับการนำวรรณกรรมนานาชาติมาแปลเป็นฉบับภาษาอังกฤษ
เอเลนเดินทางไปดูงานด้านวรรณกรรมในประเทศเยอรมนี และพบว่ามีการตั้งหน่วยงานในกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งทำหน้าที่ผลักดันให้หนังสือจากประเทศเยอรมนีได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ในระดับนานาชาติ
“ฉันไม่ได้สนใจแค่วรรณกรรมเยอรมัน แต่อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวรรณกรรมซีเรียหรือญี่ปุ่นบ้าง มันคงจะดีมากถ้าบรรณาธิการอย่างฉันจะได้ค้นพบ ‘เสียง’ จากทั่วทุกมุมโลกผ่านบทแปลภาษาอังกฤษทรงคุณภาพ” เธอกล่าว
ประสบการณ์เหล่านี้จุดประกายให้เอเลนก่อตั้งโครงการวรรณกรรมที่เปิดกว้างสู่ความเป็นสากล โดยการสร้างพื้นที่ตรงกลางอันเป็นหมุดหมายให้บรรณาธิการ นักอ่าน และผู้ที่รักวรรณกรรม สามารถเข้าถึงงานแปลคุณภาพสูงได้
หลังจากนั้น เธอตัดสินใจเขียนโครงการขอทุนจาก NEA และได้รับทุนราว 30,000-35,000 ดอลลาร์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 963,000 ถึง 1,135,000 บาท) พร้อมเงินสมทบจากแหล่งอื่นๆ
เงินก้อนนี้เป็นรากฐานสำคัญของเธอ เอเลนร่วมมือกับเดดี เฟลแมน (Dedi Felman) และ ซาแมนธา ชนี (Samantha Schnee) ก่อตั้ง Words Without Borders (WWB) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่อุทิศตนให้กับการแปล การตีพิมพ์ และการส่งเสริมวรรณกรรมนานาชาติ
นิตยสารออนไลน์ฉบับแรกจึงได้รับการเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการในปี 2003

Photo: Elio Vittorini – AbeBooks, Fair use, Wikipedia

เอเลน ซาลิเอร์โน เมสัน
Photo: New Directions
วรรณกรรมแปลและความไม่โดดเดี่ยวทางวัฒนธรรม
เว็บไซต์ wordswithoutborders.org มีความพิเศษกว่าการเป็นนิตยสารออนไลน์ทั่วไป เพราะนี่คือระบบนิเวศวรรณกรรมนานาชาติที่มีความครอบคลุมมากแห่งหนึ่งบนโลก ได้มีการรวบรวมผลงานของนักเขียนและนักแปลกว่า 4,600 คน จาก 147 ประเทศ ใน 145 ภาษา
ทั้งหมดนี้เปิดให้อ่านฟรีบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีผู้อ่านกว่า 750,000 คนต่อปีทั่วโลก และยังทำหน้าที่เป็นแหล่งรวมความรู้ด้านวรรณกรรมนานาชาติของนักเรียนและครูราว 50,000 คน (กว่า 60% ของผู้ใช้งานไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกา)
นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2003 พันธกิจของ WWB คือการปลูกฝังความตระหนักรู้ในระดับสากล ผ่านการขยายโอกาสในการเข้าถึงงานเขียนนานาชาติ และการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างผู้อ่าน นักเขียน และนักแปลเข้าด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้ WWB โดดเด่น คือวิสัยทัศน์ในการมองวรรณกรรมแปลว่า “มันไม่ใช่สินค้าส่งออก แต่คือสะพานเชื่อมแต่ละซีกโลกเข้าด้วยกัน”
ไม่ว่าจะเป็นกวี นิยาย เรื่องสั้น graphic literature หรือบทความสัมภาษณ์ ข้อเขียนเหล่านี้ล้วนมุ่งสู่ภารกิจในการสร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรมด้วยกันทั้งสิ้น
ทำไมภารกิจนี้ถึงสำคัญน่ะหรือ
คำตอบคือเพราะโลกนี้ช่างกว้างใหญ่ และผู้คนอาจจะขาดความเข้าใจในวัฒนธรรมของกันและกัน
ในช่วงเวลาที่ปัญหาความขัดแย้งมากมายเกิดขึ้น อิทธิพลของวัฒนธรรมกระแสหลักอาจทำให้ความโดดเดี่ยวทางวัฒนธรรม (Cultural isolation) แพร่กระจายไปทั่วโลก ดังนั้นการมีคลังข้อมูลและการแปลภาษางานเขียนหลายๆ แบบจากรอบโลกรวมไว้ในที่เดียว อาจจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันผ่านงานเขียนในโลกที่แยกขาดจากกันได้
หากลองกด Discover by theme หรือ ค้นหาบทความต่างๆ ผ่านธีม ในเว็บไซต์ เราจะเห็นหัวข้อน่าสนใจและหลากหลายมากมาย เช่น การถูกกดขี่ ความรักใคร่ การแก่ตัว AI การเซนเซอร์ ดิสโทเปีย ความแห้งแล้ง ป่าบราซิล หรือจะเลือกกดดูงานเขียนตามแต่ละประเทศก็ย่อมได้ ความละเอียดในการออกแบบเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การแปลงานเขียนออกสู่สาธารณะนั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน
นาเจม วาลี (Najem Wali) เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่วยเหลือนักเขียนที่ถูกจองจำ และรองประธาน PEN Centre Germany กล่าวถึงผลงานของ WWB ไว้ว่า
“สิ่งที่ WWB ได้สรรค์สร้างและบรรลุผลสำเร็จตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ องค์กรนี้ได้มอบสุ้มเสียงแก่บรรดาผู้ที่เสียงของตนไม่อาจถูกได้ยิน
ตั้งแต่ปี 2003 ผู้คนสามารถเข้าถึงการอ่านและเขียนได้จากทั่วโลกโดยปราศจากเส้นแบ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน หรือสื่อสารด้วยภาษาใดก็ตาม”
WWB เป็นแหล่งบ่มเพาะนักเขียนดาวรุ่งหลายคนก่อนที่ทั้งโลกจะได้รู้จักพวกเขาในเวลาต่อมา ทั้งเอเลนา แฟร์รันเต (Elena Ferrante) เจ้าของนวนิยายชุดเนเปิลส์ที่ทำให้อิตาลีวรรณกรรมกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หรือ โอลกา โทการ์ตชุก (Olga Tokarczuk) นักเขียนชาวโปแลนด์ที่คว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 2018 รวมถึงนักเขียนที่มีผลงานเด่นระดับโลกอีกมากมาย

Photo: italiamia

Photo: Harald Krichel, CC BY-SA 4.0, via Wikimedia Commons
หนึ่งในหน้าที่สำคัญของ WWB คือการแนะนำผลงานของนักเขียนในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาชาติพันธุ์ประจำท้องถิ่นที่ไม่ค่อยพบเจอในแวดวงวรรณกรรมกระแสหลัก ซึ่งเปรียบได้กับภาษาชายขอบที่มีผู้ใช้ภาษาจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนจำนวนผู้ใช้ภาษาอื่นๆ ทั่วโลก ทั้งยังมีความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญหายในอนาคต เช่น ภาษาเกิน (Gun), เฮาซา (Hausa), รันยานโคล-รูกิกา (Runyankole-Rukiga), ทีกรีเนีย (Tigrinya) โวโลฟ (Wolof) และ ลูกันดา (Luganda) ซึ่งเป็นกลุ่มภาษาพื้นเมืองในพื้นที่แถบแอฟริกา โดยรวบรวมและแปลผลงานวรรณกรรมสร้างสรรค์ของเหล่านักเขียนสตรีในหลายชาติพันธุ์ของแอฟริกา ถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเธอผ่านภาษาเฉพาะถิ่นทั้งในรูปแบบนิยาย เรื่องสั้นและบทกวี เพื่อให้ผู้อ่านได้ลองสัมผัสรสชาติวรรณกรรมอันแปลกใหม่
คุณจะได้พบกับตัวละครเด็กสาววัยรุ่น ฮาเรกู เคเลตา (Haregu Keleta) ที่ตัดสินใจหนีจากการคลุมถุงชนเพื่อเข้าร่วมกับแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนเอริเทรียในสงครามต่อต้านเอธิโอเปีย ได้อ่านงานแปลจากภาษาลูกันดา ของ เกลดา นามูกาซา (Glaydah Namukasa) ซึ่งจะพาเราไปสำรวจชีวิตของสมาชิกครอบครัวสามรุ่นที่ถูกทำลายด้วยพิษสุรา หรือผลงานของ ฮิลดา ทวงเยียร์เว (Hilda Twongyeirwe) ที่ถ่ายทอดชีวิตของข้าราชการที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านการเมือง
นอกจากนี้ ยังมีบทคัดย่อจากนวนิยายมหากาพย์ของ เราะห์มา อับดุล มาจิด (Rahma Abdul Majid) นักเขียนชาวไนจีเรีย ที่ติดตามวิถีชีวิตอันยากลำบากของสตรีในหมู่บ้านห่างไกล และมาราม เกย์ (Marame Gueye) ผู้ที่จะมาเปิดเผยเนื้อหาจากบทเพลงแต่งงานตามประเพณีของเซเนกัล
วรรณกรรมเหล่านี้ต่างสะท้อนสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตของผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริง ผ่านมุมมองของเหล่านักเขียนที่ต้องการบอกเล่าเรื่องราวด้วยประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นของแอฟริกา อันเป็นสถานที่ห่างไกลจากสายตาของสังคมโลก
หลายชีวิตยังต้องเผชิญทั้งความยากจน ความโดดเดี่ยว การกดขี่ทางเพศ ความสูญเสียจากสงคราม และปัญหาทางการเมือง
การนำเรื่องราวเหล่านี้มาเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของ WWB จึงช่วยให้ผู้อ่านจากทั่วโลกได้มองเห็นปัญหาของเพื่อนมนุษย์ในอีกซีกโลก และเข้าใจกลุ่มคนที่มีความแตกต่างจากเรามากขึ้น
WWB จึงเปรียบเสมือนศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เชื่อมโยงนักเขียน นักแปล และผู้อ่าน ให้มาพบกันผ่านวรรณกรรมแปล ก่อให้เกิดแหล่งชุมชนสร้างสรรค์ที่เข้าใจความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม สอดคล้องกับข้อมูลที่เอเลนเคยบอกไว้ว่า ผู้ใช้งาน wordswithoutborders.org ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกา
นั่นหมายความว่า ขอเพียงแค่คุณเข้าใจภาษาอังกฤษ ถึงคุณจะเป็นคนอิหร่านที่อยากอ่านงานเขียนจากอินโดนีเซีย คุณก็แค่กดคลิกไม่กี่ครั้ง แล้วหน้ากระดาษออนไลน์ก็จะพาคุณเข้าสู่วรรณกรรมฉบับแปลภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์มนี้ได้อย่างไร้พรมแดน

ตัวอย่างนิยายที่ได้รับการแปลจากภาษาลูกันดาเป็นภาษาอังกฤษเรื่อง ‘Amaka Gange Amaggya’ หรือ ‘My New Home’ ของเกลดา นามูกาซา (Glaydah Namukasa) ที่เผยแพร่ผ่าน Words Without Borders
คลิกที่นี่ เพื่ออ่าน
เรียนรู้ชีวิตที่ ‘แตกต่าง’ ผ่าน ‘เสียง’ อันหลากหลาย
WWB ไม่เพียงเปิดพื้นที่ให้วรรณกรรมกลุ่มภาษาที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญหาย องค์กรนี้ยังพยายามค้นหาวรรณกรรมจากกลุ่มประเทศที่มีการควบคุมสื่ออย่างเข้มข้นและเข้าถึงได้ยาก รวมไปถึงคัดสรรผลงานของนักเขียนผู้อพยพข้ามแดนจากความไม่สงบทางการเมืองมานำเสนอให้ผู้อ่าน
ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือฉบับพิเศษ Literature from the “Axis of Evil” ซึ่งนำมาจากวาทกรรมที่ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ใช้เรียกกลุ่มประเทศที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองและมีระบอบการปกครองที่แตกต่างจากประชาธิปไตย เช่น ประเทศอิรัก อิหร่าน ซีเรีย ซูดาน คิวบา เกาหลีเหนือ และอื่นๆ
คำๆ นี้ถูกหยิบยกมาเพื่อจุดการตั้งคำถามต่อคุณค่าของวรรณกรรมในกลุ่มประเทศที่ถูกตีตราโดยอำนาจรัฐที่มองว่าพวกเขาเป็น ‘ศัตรู’ ในเชิงการเมือง นิตยสารฉบับนี้จึงเลือกนำเสนอผลงานที่ยังไม่เคยได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษมาก่อนของนักเขียนร่วมสมัยจากกลุ่มประเทศต่างๆ ดังนี้
- Love’s Turn โดย โมห์เซน มัคห์มัลบาฟ (Mohsen Makhmbalaf) : บทกวีแนว ‘ฆอซัล’ ที่นำเสนอในรูปแบบบทภาพยนตร์ (a ghazal in the form of a screenplay), อิหร่าน
- Words โดย ซาลาห์ อัล-ฮัมดานี (Salah Al-Hamdani) : บทกวีรำพันถึงกรุงแบกแดด (an apostrophe to Baghdad), อิรัก
- Sprouts โดย ซาการิยา ทาเมอร์ (Zakariya Tamer) : เมื่อครูใหญ่สวมบทบาทเป็นเผด็จการ (the schoolmaster as dictator), ซีเรีย
- A Nation Behind Bars โดย คาลิด โอเวส์ (Khalid Oways) : “ศิลปะคือสิ่งต้องห้าม เพราะนำไปสู่ความเสื่อมทรามและไร้ศีลธรรม” (“Art is forbidden. It calls for immorality and degradation.”), ซูดาน
- Making of Paris โดย เอร์เนสโต เรเน โรดริเกซ (Ernesto René Rodriguez) : บันทึกการเดินทางบนท้องถนนข้ามทวีปยุโรป (a road trip across Europe), คิวบา
- Límites de Alcanía โดย ริโต รามอน อะโรเช (Rito Ramón Aroche) : กวีนิพนธ์ความเรียงแนวทดลอง (experimental prose poetry) , คิวบา
- To Offer My Heart โดย แนนซี อลอนโซ (Nancy Alonso) : เสียงเพรียกจากจิตวิญญาณที่ถูกถ่ายทอดผ่านการอ่านออกเสียง (the sound of the spirit read aloud), คิวบา
นอกจากตัววรรณกรรมเอง WWB ยังจัดทำบทสัมภาษณ์บอกเล่าเบื้องหลังการทำงานของเหล่าบรรณาธิการที่ปรึกษา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการคัดสรรวรรณกรรมในกลุ่มประเทศเหล่านี้ และทำให้เราได้รู้จักกับนักเขียนและผลงานสร้างสรรค์จากประเทศที่เข้าถึงวรรณกรรมได้ยากทั้งในแง่ของภาษาและการเมือง เช่น วรรณกรรมจากประเทศเกาหลีเหนือ
ฮยอน จอง (Hayun Jung) หนึ่งในนักแปลและบรรณาธิการที่ปรึกษาของนิตยสารฉบับนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความท้าทายในกระบวนการคัดเลือกวรรณกรรมจากประเทศเกาหลีเหนือว่า
“สิ่งพิมพ์จากเกาหลีเหนือที่ได้รับการเผยแพร่สู่โลกภายนอกมีน้อยมาก ในเกาหลีใต้ก็ยิ่งหาได้ยาก สถานที่เพียงแห่งเดียวในโซลที่ฉันสามารถเข้าถึงวรรณกรรมเกาหลีเหนือได้คือห้องสมุดของกระทรวงรวมชาติ (Ministry of Reunification) ซึ่งรวมสิ่งพิมพ์จากเกาหลีเหนือไว้ครบทุกฉบับ รวมถึง โชซอน มุนฮัก (Choson Munhak) วารสารทางการขององค์กรวรรณกรรมแห่งเกาหลีเหนือ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่องทางเดียวที่เผยแพร่ผลงานของนักเขียนในเกาหลีเหนือ”
ฮยอน จอง ได้คัดสรรเรื่องสั้นและบทกวีของเกาหลีเหนือจากการอ่านวารสารโชซอน มุนฮัก ย้อนหลังหลายปีที่ห้องสมุดของกระทรวงฯ จนสุดท้ายเธอได้พบกับนวนิยายเรื่อง ฮวางจินอี (Hwangjini) ของฮง ซอก จุง (Hong Seok-jung) หนึ่งในผลงานเขียนจากเกาหลีเหนือที่ได้รับการตีพิมพ์ในประเทศเกาหลีใต้ และได้รับเสียงวิจารณ์ทางบวกและเสียงตอบรับที่ดีมากจากผู้อ่าน ฮวางจินอีได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในท้ายที่สุด เนื่องจากเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้แตะต้องประเด็นอุดมการณ์ทางการเมือง
ส่วน ‘วรรณกรรมวิพากษ์รัฐ’ (Dissident Literature) ในประเทศเกาหลีเหนือนั้นยังไม่มีปรากฏให้เห็น เนื่องจากสิ่งพิมพ์ทุกชนิดถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยสหพันธ์นักเขียนโชซอน (Choson Writers Alliance) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้พรรคแรงงานที่ปกครองเกาหลีเหนือ
เช จินอี (Choe Jin-i) คือกวีหญิง อดีตสมาชิกสหพันธ์นักเขียนโชซอน และผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือเพียงไม่กี่คนที่ได้ตีพิมพ์บันทึกความทรงจำ
เธอเล่าว่า สมัยที่เป็นนักศึกษาในวิชาการเขียนสร้างสรรค์ที่มหาวิทยาลัย เธอเคยมีปัญหาจากการจดบันทึกการดูดวงลงในสมุด เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ขัดต่ออุดมการณ์ของรัฐ แม้ว่าการเขียนลักษณะนี้จะไม่ได้เป็นการวิพากษ์การทำงานของรัฐโดยตรงก็ตาม
ปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนืออาศัยอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ราว 8,000 คน และมากกว่า 50,000 คนในประเทศจีน การมีอยู่ของ WWB จุดประกายความหวังที่ว่า เราอาจมีโอกาสอ่านวรรณกรรมที่มีประเด็นทางการเมืองจากผู้ลี้ภัยสักคนในอนาคต
ข้ามทวีปมาที่แวดวงวรรณกรรมในประเทศอิหร่าน เรากลับพบว่าที่นี่ตีพิมพ์วรรณกรรมวิพากษ์รัฐจำนวนมาก เพราะอิหร่านมีธรรมเนียมของการสร้างวรรณกรรมที่มีนัยแอบแฝง (Veiled literature) นั่นคือนักเขียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตราบใดที่ไม่ใช้ข้อความแสดงความเห็นทางการเมืองที่โจมตีรัฐบาลโดยตรง
พวกเขาจะตีพิมพ์งานที่ปลุกระดมให้ต่อต้านระบอบปัจจุบัน และเลือกนำเสนอในเชิงการอภิปรายแนวคิดทางการเมืองผ่านบริบทสากลหรือบริบททางประวัติศาสตร์อย่างสร้างสรรค์แทนก็ได้ แต่ที่ต้องกาดอกจันไว้ตัวใหญ่ๆ คือ สิ่งที่เขียนทั้งหมดจะต้องไม่สื่อถึงแนวคิดที่ขัดแย้งกับหลักคำสอนของศาสนาอิสลามอย่างเด็ดขาด
แจกเกอลีน ลอส (Jacqueline Loss) หนึ่งในทีมบรรณาธิการ ผู้รับหน้าที่เฟ้นหาวรรณกรรมอิหร่าน ได้แนะนำนักเขียนที่เธอคัดเลือกมาสำหรับ WWB โดยเฉพาะ
“เราพยายามหานักเขียนที่หลากหลาย เช่น โฮแชง โมราดี-เคอร์มานี (Houshang Moradi-Kermani) ซึ่งทำงานเขียนมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และมักสร้างสรรค์ผลงานสำหรับเยาวชน วรรณกรรมหลายเรื่องถูกนำไปสร้างเป็นหนังและละครโทรทัศน์ คนอิหร่านหลายรุ่นจึงเติบโตมาพร้อมกับผลงานของเขา
“ส่วน เทียร์ดาด โซลกาดร์ (Tirdad Zolghadr) ก็เป็นหน้าใหม่ที่น่าสนใจมาก เขาเป็นทั้งศิลปินแนวคอนเซปต์ชวลและนักเขียน ใช้ชีวิตสลับไปมาระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเตหะราน และเขียนงานเป็นภาษาอังกฤษ งานของเขาช่วยฉายภาพวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในอิหร่านให้ชัดเจนขึ้น”
การถือกำเนิดของนักเขียนหน้าใหม่และความสนใจของชาวอิหร่านที่มีต่อการอ่าน นำมาซึ่งความคึกคักของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ในประเทศ ซึ่งสะท้อนผ่านงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติที่กรุงเตหะรานในปี 2005 ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมนานถึง 10 วัน มีสำนักพิมพ์ต่างประเทศ 900 แห่งจาก 55 ประเทศมาออกบูธ และมีหนังสือวางขายถึง 75,000 ปก
บริบทที่แตกต่างกันของวรรณกรรมแสดงให้เห็นว่า ‘เสรีภาพทางการเมือง’ และ ‘ขนบทางวรรณกรรม’ มีผลอย่างยิ่งต่อเรื่องเล่าในแต่ละประเทศ ขณะที่เกาหลีเหนือยังคงตกอยู่ภายใต้ภาวะสุญญากาศของวรรณกรรมวิพากษ์รัฐเนื่องจากถูกควบคุมเบ็ดเสร็จ อิหร่านกลับแสดงให้เห็นถึงความรุ่มรวยของอุตสาหกรรมหนังสือที่ปรับตัวให้อยู่รอด ผ่านการใช้สัญลักษณ์และการอภิปรายเชิงประวัติศาสตร์
Words Without Borders พยายามกะเทาะเปลือกของอคติทางการเมือง เพื่อให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างทางด้านความคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ซึ่งแต่เดิมไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าถึง
ผู้อ่านอย่างเราจึงตระหนักได้ว่า ไม่ว่าภาษาหรืออุดมการณ์จะแตกต่างกันเพียงใด ความปรารถนาที่จะทำความเข้าใจโลกและถ่ายทอดความจริงผ่านตัวอักษรยังคงเป็นจิตวิญญาณร่วมกันของมนุษยชาติ
ขยายเครือข่าย ผลิตผลงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมวรรณกรรมสร้างสรรค์
WWB ตระหนักดีว่าการใช้นิตยสารออนไลน์เพื่อสร้างความยั่งยืนกับอุตสาหกรรมวรรณกรรมนั้นอาจไม่เพียงพอ องค์กรจึงได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสำนักพิมพ์ชั้นนำต่างๆ เช่น The New Press และสำนักพิมพ์อิสระอื่นๆ เพื่อคัดสรรผลงานและจัดทำหนังสือรวมบทวรรณกรรม (Anthology) ในฉบับภาษาอังกฤษ
แต่ละเล่มเปรียบเสมือนบันทึกความเฟื่องฟูของวรรณกรรมที่มักจะถูกมองข้ามและมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ตัวอย่างที่น่าสนใจคือผลงานชุด Spain’s Great Untranslated ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ SPAIN arts & culture ที่สนับสนุนโดยมูลนิธิ Spain-USA จัดพิมพ์วรรณกรรมประเภทกวีนิพนธ์และร้อยแก้วจาก 12 นักเขียนชั้นยอด
นักเขียนสเปนเหล่านี้สามารถใช้ภาษาได้อย่างมีชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ แต่ผลงานของพวกเขากลับไม่เคยได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษมาก่อน ดังนั้นการนำเสนอผลงานจึงเปรียบเป็นการแนะนำนักเขียนหน้าใหม่ พร้อมเป็นเปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับจิตวิญญาณร่วมสมัยของสเปนที่หลบเร้นอยู่ในภาษาดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน พร้อมเปิดมุมมองใหม่ให้แก่ผู้อ่านต่อวรรณกรรมสเปนในยุคปัจจุบัน
WWB ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายไปในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ด้วยการพยายามทลายอคติทางการเมืองที่ถูกจำกัดไว้เพียงเรื่องของสงครามและความขัดแย้งในสื่อกระแสหลัก ผ่านหนังสือรวมบทวรรณกรรมลำดับที่ 5 ของ WWB ในชื่อ Tablet and Pen: Literary Landscapes from the Modern Middle East ซึ่งเป็นการรวบรวมวรรณกรรมจากแถบตะวันออกกลางมานำเสนอในฐานะผลงานแปลจากภาษาอาหรับ เปอร์เซีย ตุรกี และอูรดู
ศิลปิน กวี และนักเขียนเจ้าของพื้นที่นำเสนอมิติอันหลากหลายของวัฒนธรรม ผ่านการนำเสนอชุดความคิดและภาพลักษณ์เชิงสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ไปไกลกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งอาจจะเปลี่ยนภาพจำของประเทศในตะวันออกกลาง และมอบรสชาติทางวรรณกรรมที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกให้ผู้อ่านได้ลิ้มลอง
ในขณะที่หนังสือชุด The Wall in My Head ถูกตีพิมพ์เนื่องในวาระครบรอบ 20 ปีของการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน
WWB ได้จัดทำหนังสือรวมบทวรรณกรรมที่ประกอบไปด้วยนวนิยาย ความเรียง ภาพถ่าย และเอกสารต้นฉบับ เพื่อสานต่อเรื่องราว ณ จุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ของสงครามเย็น พร้อมติดตามร่องรอยของจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติปี 1989 ผ่านมุมมองและการบอกเล่าจากเหล่านักเขียนและศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์จริง และผู้คนที่เติบโตและได้รับผลกระทบในภายหลัง ราวกับว่าผู้อ่านกำลังได้เข้าไปสำรวจ ‘กำแพงในจิตใจ’ ที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองอีกด้วย
อีกผลงานสำคัญที่ตอกย้ำการทลายกำแพงด้านภาษาทางวรรณกรรมขององค์กร คือหนังสือรวมเล่ม The World Through the Eyes of Writers: Without Borders, Between Covers ที่รวบรวมนักเขียน 28 คนจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เพื่อสะท้อนอุดมการณ์ขององค์กรที่ต้องการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างเพื่อนมนุษย์ผ่านพลังของการอ่าน
ไม่ว่านักเขียนจะมาจากพื้นที่ใด ไม่ว่าวรรณกรรมเล่มนั้นจะถูกถ่ายทอดด้วยภาษาใด มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมมากแค่ไหน ทุกคนต่างก็เป็น ‘พลเมืองโลก’ (Global Citizen) ด้วยกันทั้งสิ้น
รางวัลแด่ผู้สร้างสะพานเชื่อมวัฒนธรรม
นอกจากการสร้างความร่วมมือกับสำนักพิมพ์ต่างๆ และสร้างเครือข่ายนักเขียน นักแปลจากทุกภูมิภาคทั่วโลกผ่านการผลิตผลงานในรูปแบบหนังสือรวมบทวรรณกรรมอันหลากหลายแล้ว WWB ยังให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองให้กวีนิพนธ์นานาชาติ ผ่านงาน World in Verse: An Evening of International Poetry ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีร่วมกับ Academy of American Poets โดยในปี 2026 จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ที่เปิดให้ผู้คนเข้าร่วมกิจกรรมอ่านบทกวีหลายภาษาร่วมกัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ผู้เข้าร่วมจะได้พบเจอกับกวีและนักแปลจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งเนเธอร์แลนด์ กรีซ สหราชอาณาจักร สเปน และประเทศอื่นๆ โดยมี นาทาลี ฮันดัล (Nathalie Handal) บรรณาธิการกวีนิพนธ์ของ WordsWithoutBorders เป็นผู้คัดสรรบทกวี
งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง National Translation Month และเป็นโครงการความร่วมมือพิเศษกับ ‘Poem-a-Day’ บนเว็บไซต์ poets.org ที่มีผู้อ่านกว่า 500,000 คน ได้สัมผัสกับความสวยงามทางวรรณศิลป์ที่ถ่ายทอดผ่านบทกวี ซึ่งความสำคัญของงาน คือการแสดงจุดยืนที่ว่า ‘บทกวียังมีชีวิตอยู่’ ในทุกภาษาและทุกวัฒนธรรมของโลก
ตลอดการทำงาน WWB ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมวรรณกรรมในระดับนานาชาติ มอบความหวังและแสงสว่างให้กับบุคลากรผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมทั่วโลก ทั้งกลุ่มนักเขียน นักแปล ครอบคลุมไปยังอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบรรณาธิการ นักวิจารณ์วรรณกรรม นักขายลิขสิทธิ์หนังสือ ฯลฯ เพราะ บทกวีและวรรณกรรมจะสมบูรณ์ไม่ได้เลยหากปราศจากคนที่อยู่เบื้องหลัง
WWB จึงจัดพิธีมอบ ‘รางวัล Ottaway Award for the Promotion of International Literature’ สำหรับผู้ที่อุทิศตนในการทำงานขับเคลื่อนวรรณกรรมระดับนานาชาติ โดยรางวัลนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ‘เจมส์ เอช. ออตทาเวย์ จูเนียร์’ (James H. Ottaway, Jr.) ประธานคนแรกของ WWB และมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องบุคคลที่มีผลงานและการขับเคลื่อนทางสังคมที่ช่วยสนับสนุนพันธกิจของ WWB ในการส่งเสริมความเข้าใจทางวัฒนธรรมผ่านการตีพิมพ์และเผยแพร่วรรณกรรมนานาชาติ ให้คนทั่วโลกได้เข้าถึงงานเขียนที่มีคุณภาพ
WWB ได้มอบรางวัลนี้ให้กับเหล่าผู้มีคุณูปการกับแวดวงวรรณกรรมนานาชาติมากมายตั้งแต่ปี 2013 ถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น
- ดเรนกา วิลเลน (Drenka Willen) ผู้ได้รับรางวัล Ottaway Award คนแรก และบรรณาธิการบริหารอาวุโสประจำสำนักพิมพ์ Harcourt ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดพิมพ์ผลงานของนักเขียนระดับโลกมากมาย
- แครอล บราวน์ เจนเวย์ (Carol Brown Janeway) บรรณาธิการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายลิขสิทธิ์ต่างประเทศที่ Alfred A. Knopf และนักแปลมือรางวัลผู้เชี่ยวชาญภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส และดัตช์
- ซาร่า เบิร์ชเทล (Sara Bershtel) ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ Metropolitan Books ซึ่งมีชื่อเสียงมาจากการตีพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาเข้มข้นทั้งในเชิงการเมืองและสังคม
- นาวีน คิชอร์ (Naveen Kishore) แห่งสำนักพิมพ์ Seagull Books ผู้ผลักดันวรรณกรรมเอเชียและยุโรปสู่ตลาดสากล
- มาร์เซีย ลินซ์ ควาลีย์ (Marcia Lynx Qualey) นักวิจารณ์วรรณกรรมอาหรับร่วมสมัยระดับโลกที่ผลักดันให้วรรณกรรมจากโลกอาหรับเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ในปี 2026 นี้ ผู้ได้รับรางวัล Ottaway Award คือ ลอเรนซ์ ลาลูโยซ์ (Laurence Laluyaux) หัวหน้าแผนก RCW International ตัวแทนผู้ดูแลนักเขียนชื่อดังระดับโลก เธอได้รับการยกย่องในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนวรรณกรรมนานาชาติ ผู้ซึ่งบ่มเพาะนักเขียนระดับโลกมานานกว่า 30 ปี เช่น ฮัน คัง (Han Kang), ลาสโล กราซนาฮอร์กอย (László Krasznahorkai) และ โอลกา โทการ์ตชุก (Olga Tokarczuk)
“Words Without Borders เป็นเสมือนหีบสมบัติสำหรับฉันมาหลายปีแล้ว ฉันเติบโตในประเทศที่ผู้คนสามารถเข้าถึงวรรณกรรมมากมายจากทั่วโลกได้โดยไม่ต้องหยุดคิดเลยว่านั่นคือความมหัศจรรย์เพียงใด
“สำหรับฉัน WWB จึงเป็นเหมือน ‘บ้านหลังที่สอง’ ฉันชื่นชมในความหลงใหล ความเชี่ยวชาญ และความคิดสร้างสรรค์ขององค์กรนี้มาโดยตลอด จึงถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับรางวัล Ottaway Award ประจำปี 2026 และฉันขอขอบคุณคณะกรรมการคัดเลือก รวมถึงเหล่านักเขียนและนักแปลผู้ยอดเยี่ยม ที่ทำให้ฉันได้จมดิ่งอยู่กับสิ่งที่ฉันรักที่สุดในทุกวัน” ลอเรนซ์กล่าว
การเชิดชูเกียรติบุคคลเหล่านี้ถือเป็นการสนับสนุนความพยายามและการทุ่มเททำงานอย่างหนักของผู้ที่ทำงานในแวดวงวรรณกรรม ซึ่งเปรียบได้กับสถาปนิกที่สร้างสะพานเชื่อมอารยธรรมของโลกเข้าไว้ด้วยกัน

Photo: Words Without Borders
Words Without Borders Campus พื้นที่การเรียนรู้วรรณกรรมระดับโลกอันไร้ขอบเขต
นอกจากมิติด้านวรรณกรรมแล้ว WWB ยังขยายพันธกิจสู่ภาคการศึกษาผ่าน Words Without Borders Campus ซึ่งเปิดตัวในปี 2017 ในฐานะแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้านวรรณกรรมสำหรับครู นักเรียน และนักศึกษา โดยมีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เสมือนจริงที่เอื้อต่อการศึกษา
นักการศึกษาสามารถเลือกหัวข้อการเรียนรู้ได้ตามความสนใจ ตั้งแต่การสำรวจวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นไปจนถึงประเด็นสากลที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เพื่อปลูกฝังความเข้าใจอันถ่องแท้ในความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในวรรณกรรมนานาชาติ
WWB Campus เป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงบริบท (Contextual Learning) อย่างรอบด้าน เมื่อนักการศึกษาหรือนักเรียนเลือกอ่านวรรณกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น บทกวี หรือความเรียง ระบบจะนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจ โดยแบ่งโครงสร้างข้อมูลออกเป็นส่วนๆ เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้วรรณกรรมได้อย่างลึกซึ้งผ่านเทคโนโลยีมัลติมีเดีย
ในเว็บไซต์ WWB Campus ผู้เรียนสามารถคลิกผ่านแถบเครื่องมือต่างๆ เพื่อศึกษาประวัติผู้เขียนและนักแปล (Bios), คำนิยาม (About) ของคำศัพท์เฉพาะทางวัฒนธรรม และที่สำคัญที่สุดคือส่วน บริบท (Context) ที่รวบรวมข้อมูลสนับสนุน ช่วยให้นักเรียนเข้าใจเบื้องหลังงานเขียนนั้นๆ ได้อย่างลึกซึ้ง เช่น วิดีโอสัมภาษณ์ผู้เขียน ภาพถ่ายสถานที่ซึ่งถูกอ้างอิงในบทกวี แผนที่ภูมิศาสตร์ หรือแม้แต่ดนตรีท้องถิ่นที่ช่วยสร้างอารมณ์ร่วม นอกจากนี้ยังมีเพลย์ลิสต์ (Playlist) ที่รวบรวมลิงก์เพื่อสำรวจเนื้อหาต่อ ทั้งในแง่ของธีม ผู้เขียน หรือประเภทของงานเขียน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ WWB Campus โดดเด่น คือนวัตกรรมในการออกแบบบทเรียนที่ยืดหยุ่น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อคุณครู อาจารย์ และนักการศึกษา โดยพวกเขาสามารถเลือกใช้เนื้อหาได้หลากหลายรูปแบบ
ด้านการสร้างความเชื่อมโยงกับชีวิตจริง: ครูอาจหยิบยกแนวคิดหรือคำศัพท์ที่น่าสนใจจากบทความนำ (Introductory Essay) ขึ้นมาเป็นประเด็น เช่น คำว่า ‘Nahda’ (การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ) จากบทความเรื่องอียิปต์ แล้วชวนนักเรียนอภิปรายว่าพวกเขาเคยมีประสบการณ์ที่ต้องตั้งคำถามกับวิธีคิดแบบเดิมๆ ของตนเองบ้างหรือไม่
ด้านการใช้สื่อโสตทัศน์เป็นตัวนำ: การเปิดดนตรี วิดีโอ หรือแสดงภาพถ่ายที่น่าประทับใจจากส่วน Context ก่อนเริ่มบทเรียน สามารถช่วยสร้างบรรยากาศและกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถมอบหมายให้นักเรียนเป็นผู้นำเสนอสื่อเหล่านี้ต่อหน้าชั้นเรียนเพื่อฝึกทักษะการสรุปความ
ด้านการสัมผัสภาษาต้นฉบับ: ในกรณีที่มีนักเรียนที่รู้ภาษาต้นฉบับของงานเขียนนั้นๆ ครูสามารถให้นักเรียนอ่านบทกวีหรือเรื่องสั้นบางบรรทัดด้วยน้ำเสียงที่ใส่อารมณ์ เพื่อให้นักเรียนคนอื่นๆ ในชั้นได้เรียนรู้น้ำเสียง จังหวะ และอารมณ์จากการเปล่งเสียงในภาษาที่พวกเขาอาจไม่เข้าใจความหมาย ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปล่อยให้พวกเขาฝึก ‘เดา’ และ ‘สัมผัส’ ถึงแก่นแท้ของวรรณกรรมชิ้นนั้นก่อนที่จะเริ่มเรียนรู้ในฉบับแปลภาษาอังกฤษ
ความยืดหยุ่นของการใช้งานเว็บไซต์ ก็เป็นส่วนช่วยให้ผู้สอนสามารถออกแบบหลักสูตรได้อย่างอิสระ ด้วยการสำรวจและค้นหา (Find) วรรณกรรมจากประเทศต่างๆ (Country) การเลือกประเภท (Genre) และธีมของเรื่อง (Theme) เพื่อนำมาออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เช่น การนำบทกวีอย่าง Sleepless Homeland จากเม็กซิโกมาเป็นบทเรียนเสริม หรือการเลือกสอนวรรณกรรมตามธีมต่างๆ เช่น ‘การจากลาบ้านเกิด’ (Leaving Home) ที่ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมจากหลากหลายประเทศ เพื่อให้นักเรียนเห็นถึงความเป็นสากลของความรู้สึกมนุษย์ตามบริบทของแต่ละชาติ
แพลตฟอร์ม WWB Campus ให้ความสำคัญกับงานแปลในฐานะสะพานเชื่อมวัฒนธรรม นักเรียนสามารถค้นหาตัวบทภาษาต้นฉบับได้โดยใช้คำค้นหาว่า ‘bilingual’ หรือเลือกแถบ Original ซึ่งเปิดให้นักเรียนสามารถเรียนภาษาแม่หรือภาษาดั้งเดิมของต้นฉบับควบคู่ไปกับบทแปลภาษาอังกฤษได้
นักเรียนจะได้เห็นรากศัพท์และความงดงามดั้งเดิมของภาษา เช่น ในบทกวีภาษาสเปน นักเรียนอาจใช้ความรู้พื้นฐานเรื่องรากศัพท์ภาษาละตินในการพยายามทำความเข้าใจความหมายก่อนที่จะดูคำแปลภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการส่งเสริมทักษะการวิเคราะห์ภาษาในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
การสอนเรื่อง ‘ศาสตร์ของการแปล’ (Teaching About Translation) ต้องมีอยู่เพื่อให้เด็กๆ ตระหนักว่า การแปลเป็นศาสตร์ที่มากกว่าการบอกความหมาย เพราะผู้แปลต้องทำหน้าที่ถ่ายโอนความรู้สึกและวัฒนธรรมผ่านตัวหนังสือ ผู้สอนสามารถเข้าถึงบล็อกและบทความแนะนำวิธีการสอนให้นักเรียนมองเห็นกระบวนการแปล (Seeing Translation) รวมถึงบทสัมภาษณ์ของนักแปลอาชีพจาก WWB เพื่อให้นักเรียนเข้าใจถึงความท้าทายที่จะก้าวสู่อาชีพนักแปลในอนาคต
วิธีการสอนแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนวิธีการอ่านหรือแปลวรรณกรรมแบบเดิมให้กลายเป็นการสำรวจทางปัญญาผ่านกระบวนการคิดที่เป็นระบบ โดยผู้เรียนจะถูกกระตุ้นให้เริ่มจากการสังเกตข้อเท็จจริงในเนื้อหาอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะก้าวไปสู่การตีความและตั้งคำถามถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ปรากฏในเรื่อง
พวกเขาจะได้ลองก้าวเข้าไปยืนในมุมมองของผู้อื่น ทำความเข้าใจแรงจูงใจและความเชื่อที่ซ่อนอยู่ภายใต้บริบททางสังคมที่แปลกแยกออกไป เชื่อมโยงเรื่องราวจากซีกโลกอื่นเข้ากับประสบการณ์ของตนเอง และสำรวจอคติเดิมเพื่อปรับเปลี่ยนความเข้าใจใหม่ให้ถูกต้องและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สิ่งนี้คือ ‘ความฉลาดทางวัฒนธรรม’ และภูมิคุ้มกันต่อการเลือกปฏิบัติ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
WWB Campus ได้นำเสนอระบบกรองเนื้อหาตามระดับการอ่าน (Reading Levels) ที่เทียบเคียงกับระดับความยากง่ายของเนื้อหา (Lexiles) เพื่อการเข้าถึงกลุ่มนักเรียนที่หลากหลาย แต่องค์กรก็ได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญที่ว่า ระดับการอ่านไม่ได้บ่งบอกระดับวุฒิภาวะของผู้อ่านเสมอไป เช่น การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง ‘Tetsu of the Yamanote Line’
แม้จะมีระดับภาษาที่เข้าใจง่ายเทียบเท่าเด็กวัยประถม แต่เนื้อหาที่มีความซับซ้อนกลับเหมาะสำหรับเด็กวัยมัธยมหรือผู้ใหญ่มากกว่า คุณลักษณะนี้ทำให้งานเขียนหลายชิ้นเป็นสื่อการสอนชั้นดีสำหรับกลุ่มนักเรียนวัยรุ่นที่อาจมีทักษะการอ่านต่ำกว่าเกณฑ์ (Hi-Lo texts) เพราะช่วยให้พวกเขาเข้าถึงเนื้อหาที่น่าสนใจและสมวัยได้โดยไม่ติดขัดด้านระดับภาษา
ในแง่ของการนำไปใช้งานจริง แพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้สถานศึกษาเข้ามาเป็น ‘พันธมิตร’ ร่วมกับองค์กร เพื่อร่วมกันพัฒนาทักษะวิชาชีพให้แก่ครูผู้สอน ปรับปรุงหลักสูตรให้ตอบโจทย์เฉพาะแต่ละชั้นเรียน ซึ่งถือเป็นการยกระดับการศึกษาให้ก้าวทันโลก
ครูผู้สอนสามารถมอบหมายให้นักเรียนอ่านออนไลน์จากที่บ้าน พิมพ์ตัวบทออกมาเป็นแผ่นพับ หรือแสดงผลผ่านสมาร์ตบอร์ดในห้องเรียน นอกจากนี้ แผนการสอนตัวอย่าง (Sample Lesson Plans) ที่มีให้เลือกตามแต่ละประเทศ ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้เรียนที่มีหลากหลาย รวมถึงกลุ่มผู้เรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (ELLs) ทุกคนจึงสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาจาก WWB Campus ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปี 2018 โครงการ WWB Campus ได้รับรางวัล Innovations in Reading Prize จากมูลนิธิหนังสือแห่งชาติ (National Book Foundation) ซึ่งเป็นรางวัลประจำปีที่มอบให้แก่โครงการที่มีความโดดเด่นในการสร้างสรรค์และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านอย่างยั่งยืน และยังได้รับทุน Humanities in High School จาก Whiting Foundation ในปี 2022 ซึ่งมอบให้กับ “โครงการการศึกษาอันโดดเด่นและสร้างสรรค์ที่ได้พิสูจน์ความสำเร็จให้เห็นแล้วในการขยายการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ของนักเรียน” โดยปัจจุบันมีนักเรียนและครูกว่า 50,000 คน เข้ามาเรียนรู้ผ่าน WWB Campus
หนึ่งในเสียงจากผู้ใช้งาน แบรนดี้ ไรส์เซนเวเบอร์ (Brandi Reissenweber), รองศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เวสเลยัน (Illinois Wesleyan University) กล่าวว่า
“Words Without Borders Campus เปรียบเสมือนขุมทรัพย์อันล้ำค่าสำหรับครูผู้สอน เพราะมันรวบรวมวรรณกรรมร่วมสมัยจากทั่วทุกมุมโลก แหล่งข้อมูลที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจในเชิงบริบทและเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ ตลอดจนแนวคิดเชิงนวัตกรรมสำหรับการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน
ความจำเป็นในการทลายพรมแดนเพื่อสร้างความเชื่อมโยงนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาโดยตลอด และยิ่งทวีความสำคัญในยุคที่เราต้องเผชิญกับความท้าทายระดับโลกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ WWB Campus จึงได้ดึงพลังจากเนื้อหาอันรุ่มรวยของวรรณกรรมนานาชาติและสื่อการสอนคุณภาพสูงมาใช้ เพื่อสนับสนุนพันธกิจสำคัญของครูผู้สอนในการเตรียมความพร้อมให้เหล่านักเรียนสามารถก้าวออกไปใช้ชีวิตในสังคมโลกได้อย่างมีคุณภาพ”
โลกที่ (วรรณกรรม) ไม่แบ่งแยก
ในโลกที่พรมแดนทางการเมืองยังคงขีดเส้นแบ่งผู้คน WWB กลับมุ่งมั่นที่จะลบเส้นแบ่งเหล่านั้นออก เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสกับความสวยงามของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยการเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญคอยขับเคลื่อนทั้งระบบนิเวศของโลกวรรณกรรมไปข้างหน้า
การใช้เทคโนโลยีผสานกับความเชี่ยวชาญของผู้คนสามารถสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และชุมชนที่สามารถเป็นแหล่งบ่มเพาะทางปัญญาของผู้ศึกษาด้านวรรณกรรมทั่วโลก
‘ทุกคน’ จะสามารถเข้าถึงวรรณกรรมได้โดยไม่ถูกแบ่งแยกทางภาษาและอคติอีกต่อไป
ที่มา
เว็บไซต์ Words Without Borders (Online)
เว็บไซต์ Words Without Borders Campus (Online)
บทความ “World in Verse: An Evening of International Poetry (January 2026)” จาก wordswithoutborders.org (Online)
บทความ “Meet Our Grantee-Partner: Words Without Borders” จาก poetryfoundation.org (Online)
บทความ “Alane Salierno Mason” จาก bigthink.com (Online)
บทความ “Alane Salierno Mason ” จาก archive.sampsoniaway.org (Online)
บทความ “Alane Salierno Mason ” จาก newspanishbooks.us (Online)
บทความ “Laurence Laluyaux to Receive 2026 Ottaway Award for the Promotion of International Literature” จาก wordswithoutborders.org (Online)
บทความ “African Women, Indigenous Languages” จาก wordswithoutborders.org (Online)
บทความ “Literature from the “Axis of Evil”” จาก wordswithoutborders.org (Online)
บทความ “Spain’s Great Untranslated” จาก wordswithoutborders.org (Online)
บทความ “Tablet and Pen: Literary Landscapes from the Modern Middle East” จาก (Online)
บทความ “The Wall in My Head” จาก openletterbooks.org (Online)
บทความ “The World Through the Eyes of Writers: Without Borders, Between Covers” จาก wordswithoutborders.org (Online)
Cover Photo: Sara Cudanov on Unsplash


