ในโลกยุคใหม่ที่จังหวะชีวิตหมุนเร็วและซับซ้อนกว่าเดิม การส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้จึงต้องพลิกบทบาทให้ลึกและกว้างขึ้น ไม่ใช่เพียงการจัดหาหนังสือให้ผู้คนมาเลือกยืม หากแต่ต้องกลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิต เชื่อมโยงความรู้เข้ากับการลงมือทำ และพาให้ผู้คนก้าวพ้นข้อจำกัดของชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานีคือหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นของการเปลี่ยนผ่านเช่นนั้น
แนวคิดเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนนโยบายหรือการปรับโครงสร้างเพียงอย่างเดียว แต่คือผลลัพธ์ของการรับฟังและตอบสนองต่อความต้องการจริงของชุมชน ห้องสมุดไม่ได้เริ่มจากการคิดแทน แต่เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้สะท้อนความสนใจ ความกังวล และความฝัน แล้วจึงค่อยออกแบบกิจกรรมและบริการที่ตอบโจทย์เหล่านั้นอย่างเป็นรูปธรรม
กระบวนการนี้ทำให้ห้องสมุดไม่ได้ทำงานแบบ ‘ตั้งโปรแกรมแล้วให้ชุมชนมาเข้าร่วม’ แต่กลับกันคือ ชุมชนเป็นผู้ร่วมออกแบบ หยิบยกปัญหา สะท้อนบริบท และเลือกสิ่งที่อยากเรียนรู้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจึงช่วยจัดโครงกิจกรรม เชื่อมโยงวิทยากร และปรับพื้นที่ให้เหมาะสม กลายเป็นกระบวนการร่วมสร้างที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงกิจกรรมชั่วคราว
อีกทั้งการวางบทบาทของห้องสมุดให้เป็น ‘พื้นที่เรียนรู้กลางเมือง’ ที่เข้าถึงได้ทุกวัน โดยไม่ต้องรอช่วงอบรมหรือโครงการใดเป็นพิเศษ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ‘ห้องสมุดคือของเรา’ และ ‘การเรียนรู้คือสิ่งที่เริ่มได้ทันที’ ไม่ว่าจะแก่หรือเด็ก ชายหรือหญิง หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยเรียนสูงก็สามารถเข้ามาใช้งานได้โดยไม่มีเงื่อนไข

จากอดีตที่เน้นการให้บริการอ่านหนังสือและกิจกรรมส่งเสริมการอ่านแบบดั้งเดิม ห้องสมุดแห่งนี้ได้พัฒนาตนเองจนกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่เรียกว่า ‘ห้องสมุดมนุษย์’ พื้นที่ที่ไม่ได้เป็นแค่แหล่งค้นคว้า แต่เป็นเวทีทดลองของผู้คนทุกวัย ที่มาร่วมกันเรียนรู้ ลงมือ และสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ศูนย์แห่งนี้ไม่เคยขาดผู้คน ทุกสัปดาห์มีการจัดกิจกรรมหลากหลายสลับสับเปลี่ยน ตั้งแต่การสอนงานหัตถกรรม ทำอาหาร การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการฝึกทำอินโฟกราฟิก ฝึกตัดต่อคลิปสั้นขายของออนไลน์ ทุกกิจกรรมไม่เพียงเติมทักษะ แต่ยังเปิดโอกาสทางอาชีพอย่างจับต้องได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่เคยคิดว่าตนหมดบทบาทไปแล้ว ได้กลับมามีเป้าหมายในชีวิตอีกครั้ง
เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้มาจากแนวคิดแบบ Co-Learning space ที่เปิดให้ผู้คนได้เรียนรู้ร่วมกันข้ามวัย ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาให้มีส่วนร่วมจริง ไม่ใช่แค่รับฟังหรือจดจำอย่างเดียว ความรู้จึงไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหนังสือเท่านั้น แต่เกิดขึ้นจากการลงมือทำ พูดคุย แบ่งปัน และลองผิดลองถูกร่วมกันอย่างมีชีวิต
หนึ่งในกิจกรรมที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดคือการฝึกพิมพ์ผ้าจากใบไม้ธรรมชาติ วิธีการที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผู้เรียนจะได้รู้จักการใช้สีจากธรรมชาติ มาสร้างลวดลายบนผืนผ้า ผ่านกระบวนการนึ่งและย้อมอย่างพิถีพิถัน ไม่เพียงสร้างชิ้นงานที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลุกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้เรียน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย ที่ได้เรียนรู้ว่าตนยังสามารถสร้างสิ่งสวยงามและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ แม้ไม่มีพื้นฐานงานศิลปะมาก่อน
ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้ข้ามวัยนี้ ห้องสมุดได้จัดพื้นที่ให้ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ได้มาเรียนรู้ร่วมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกบทบาทหรือช่วงวัยอย่างแข็งทื่อ กิจกรรมทุกอย่างจึงไม่ใช่แค่ ‘ให้ความรู้’ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัย ผ่านการลงมือทำที่มีเป้าหมายร่วมกัน

อีกโครงการที่โดดเด่นคือการจัดวิ่งการกุศลในชื่อ ‘Run For Books: วิ่งเพื่อพี่หนังสือเพื่อน้อง’ ที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพกับการระดมทุนเพื่อจัดหาหนังสือให้กับโรงเรีบนที่ยังขาดแคลน เปลี่ยนพลังของการออกกำลังกายให้กลายเป็นพลังของการให้ และสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมของผู้คนในเมืองอย่างงดงาม
ศูนย์ยังได้ริเริ่ม ‘ธนาคารหนังสืออุบลราชธานี’ เพื่อเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นธนาคารหนังสือสำหรับเด็กและครอบครัวแห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ดำเนินการ เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนและประชาชนในท้องถิ่นได้มีแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพสำหรับพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน และมีการมอบกระเป๋าหนังสือให้เด็กที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เดือนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เล็ก และยกระดับให้การอ่านเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านสาธารณสุข สถานศึกษาในพื้นที่ และห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ ‘หนังสือเล่มแรก’ เข้าถึงมือเด็กทุกคนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นชีวิต จุดเปลี่ยนสำคัญคือการออกแบบกระบวนการให้พ่อแม่มีบทบาทในการอ่านนิทานให้ลูกฟัง เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทั้งทางภาษา อารมณ์ และความสัมพันธ์ในครอบครัว

เบื้องหลังการเคลื่อนไหวเหล่านี้คือทีมงานเล็กๆ ที่มีพลังใจไม่ธรรมดา นำโดย ศรัณย์พร เชื้อชาญ บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ ผู้ซึ่งไม่เพียงจัดหนังสือให้เป็นระเบียบหรือทำกิจกรรมตามปฏิทิน แต่เลือกจะลงมือทดลอง ทำคลิปเอง สอนเอง และยืนอยู่เคียงข้างผู้เรียนตลอดกระบวนการ เป็นทั้งโค้ช ครู เพื่อน และผู้นำทางทางจิตวิญญาณของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้
ศรัณย์พรได้รับการยกย่องให้เป็นบรรณารักษ์ดีเด่น สกร. ประจำปี 2566 จากการดำเนินงานที่โดดเด่นในการส่งเสริมการเรียนรู้และการอ่านในชุมชน เธอมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงห้องสมุดประชาชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านทั้งภายในและภายนอกห้องสมุด เช่น ห้องสมุดเคลื่อนที่ กิจกรรมปลูกฝังลูกรักเป็นนักอ่าน กิจกรรมอ่านสร้างอาชีพ การเล่านิทาน และการประดิษฐ์สื่อส่งเสริมการอ่าน
นอกจากนี้ เธอยังจัดมุมส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมุมเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น โซนการเรียนรู้ โซนการทำงาน โซนกิจกรรม โซนการพักผ่อน มุมคอมพิวเตอร์ มุมเด็กและครอบครัว และธนาคารหนังสือ
ไม่เพียงกิจกรรมที่ศูนย์ฯ เท่านั้น ศรัณย์พร ยังเชื่อมโยงความรู้เข้าสู่ชุมชนโดยตรง เช่นการจัดห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับเด็กๆ ร่วมกับครู ศกร.ตำบล และเครือข่ายต่างๆ รวมถึงจัดกิจกรรมในถนนคนเดิน จัดกิจกรรมวันเด็ก ดนตรีในสวน และกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ ความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ของเธอในการพัฒนาห้องสมุดให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายและตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างแท้จริง เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอได้รับการยกย่องในระดับประเทศ

นอกจากการมีบุคลากรห้องสมุดที่เป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ อีกมิติหนึ่งที่ทรงพลังคือการใช้ ‘ห้องสมุดมนุษย์’ เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต ผู้สูงวัยที่เกษียณแล้วแต่ไม่อยากหยุดเรียนรู้ มาเป็นหนังสือมีชีวิตที่เล่าเรื่องราวของตนให้คนรุ่นใหม่ฟัง ในขณะเดียวกันก็ได้ทดลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น การทำอาหารจากพืชพื้นบ้าน การเย็บปักถักร้อย และการออกแบบผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดที่สามารถต่อยอดขายได้จริง
เสียงของความเปลี่ยนแปลงปรากฏชัดเจนในเรื่องราวของบุคคลที่มาเข้าร่วม ผู้สูงอายุที่เคยรู้สึกว้าเหว่หลังเกษียณ แต่เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ศูนย์ฯ ก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ได้ทดลองทำขนม เรียนพิมพ์ผ้า และเย็บกระเป๋าจากลวดลายที่ตนเองออกแบบ สิ่งที่ได้จากที่นี่มากกว่าทักษะหรือรายได้ คือสมาธิ ความสงบ และเพื่อนที่หลากหลาย
ผู้สูงอายุหลายคนที่เคยคิดว่าตนแก่เกินไปจะเรียนรู้อะไรใหม่ แต่วันนี้กลับสามารถทำงานฝีมือที่ซับซ้อนได้ด้วยตัวเอง และยังมีความตั้งใจจะกลับไปสอนเพื่อนบ้านต่ออีกด้วย เป็นหลักฐานว่าเมื่อได้รับการสนับสนุนที่ถูกทาง คนทุกวัยสามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้กับตัวเองและชุมชนได้เสมอ
แนวคิด ‘การเรียนรู้เพื่ออยู่ได้’ ที่ศูนย์แห่งนี้ยึดถือ คือการมองว่าการศึกษาควรเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้คนอยู่รอด และมีความหมายในชีวิต ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในวัยใดหรือมีภูมิหลังแบบใด ความรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่บนกระดานดำเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการย้อมผ้าด้วยใบไม้ที่อยู่หน้าบ้าน หรือจากการปิ้งขนมแล้วได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อนข้างๆ
ศูนย์ฯ ยังมีแผนพัฒนาต่อเนื่องผ่านโครงการ ‘ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ’ คือ Co-Learning Space ซึ่งออกแบบให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หรือผู้สูงวัย แต่ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่มีชีวิต และสร้างเมืองที่ผู้คนรู้จักใช้ความรู้ดูแลตนเองและชุมชนของตน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ใช่แค่ผู้รับบริการ แต่เป็นเจ้าของกระบวนการเรียนรู้ และมีบทบาทในการปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะกับตนเองและชุมชน เช่น พื้นที่สำหรับเยาวชนจะเน้นทักษะเชิงสร้างสรรค์และการใช้นวัตกรรม ส่วนศูนย์สำหรับผู้สูงวัยจะเน้นเรื่องทักษะชีวิต สุขภาวะ และความสัมพันธ์ในชุมชน

ในยุคที่หลายคนรู้สึกว่าการอ่านกำลังถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี ห้องสมุดแห่งนี้กลับแสดงให้เห็นว่าการอ่านยังมีพลัง เพียงแต่ต้องจับคู่กับการลงมือทำ ต้องออกจากชั้นหนังสือเพื่อไปแตะหัวใจของผู้คนจริงๆ และต้องกลายเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างพอให้ความรู้และความหวังงอกงามร่วมกันได้
ความสำเร็จของห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานีไม่ได้วัดจากจำนวนหนังสือหรือยอดผู้ใช้บริการ แต่วัดจากรอยยิ้มของผู้สูงวัยที่กลับมาฝันอีกครั้ง เสียงหัวเราะของเด็กที่ได้ลองสิ่งใหม่ๆ และความสัมพันธ์ของผู้คนที่แน่นแฟ้นขึ้นผ่านกิจกรรมที่พวกเขาร่วมกันสร้าง
บนเส้นทางของการเรียนรู้ไม่มีใครแก่เกินไป และไม่มีชุมชนใดห่างไกลเกินเอื้อม ถ้าความรู้ที่มอบให้นั้นออกแบบมาอย่างเข้าใจและจริงใจพอ ห้องสมุดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ หากเป็นแรงขับเคลื่อนเล็กๆ ที่เปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้มีความหวัง และทำให้ผู้คนกล้ากลับมาฝันอีกครั้ง ว่าชีวิตจะมีความหมายได โดยไม่ต้องเดินจากบ้านเกิดเลยแม้แต่น้อย
ที่มา
เว็บไซต์ “สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี” (Online)
เว็บไซต์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ (Online)
เว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจ จาก www.bangkokbiznews.com (Online)
เว็บไซต์ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี จาก www.facebook.com/ubonpubliclibrary (Online)
เว็บไซต์ โครงการ Run For Books วิ่งเพื่อพี่หนังสือเพื่อน้อง จาก runforbooksthailand (Online)
เว็บไซต์ สำนักข่าวไทย จาก tnnthailand (Online)
เว็บไซต์ มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก จาก booksforkidsthailand (Online)
บทความ “ศูนย์ความรู้กินได้จังหวัดอุบลราชธานี” จาก www.tkpark.or.th (Online)
บทความ เมื่อห้องสมุดกลายเป็นพื้นที่ปลูกผัก: การขับเคลื่อน “ห้องสมุดกินได้ จาก The101.World (Online)
บทสัมภาษณ์ จากสัมมนาวิชาการห้องสมุดมีชีวิตกับการจัดการความรู้ของชุมชนท้องถิ่น (Online)

