ในปี 1980 สวิตเซอร์แลนด์เปลี่ยนแนวคิดจากการให้ผู้อพยพปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมปลายทาง เป็นส่งเสริมให้อนุรักษ์ภาษาแม่และวัฒนธรรมเดิมไว้ เพราะการอนุรักษ์ภาษาแม่จะช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้ภาษาที่สองได้ดีขึ้น และทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศใหม่ได้อย่างแท้จริง คำว่า JUKIBU จึงเป็นตัวย่อมาจากภาษาเยอรมันที่แปลว่า “เยาวชน เด็ก และหนังสือ” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของห้องสมุดแห่งนี้ ปัจจุบันเป็นห้องสมุดพหุภาษาแห่งเดียวของเมืองบาเซิล มีบริการหนังสือมากกว่า 53 ภาษา รวมถึงภาษาไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้มากที่สุด
โมเดลของ JUKIBU ขับเคลื่อนด้วยอาสาสมัครที่พูดได้หลายภาษาจากหลากหลายประเทศ ทำหน้าที่เป็น “ผู้ประสานงานด้านภาษา” (Language Delegate) ดูแลคอลเลกชัน คัดเลือก จัดซื้อหนังสือ และแปลข้อมูลให้เชื่อมกับระบบค้นหาภาษาเยอรมัน ห้องสมุดยังทำหน้าที่เป็น ‘ห้องนั่งเล่น’ ที่คนต่างวัฒนธรรมมานั่งคุยกันได้ พร้อมจัดกิจกรรมเล่านิทาน 2 ภาษา สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เช่น วันสงกรานต์ไทย กระตุ้นกิจกรรมทางวัฒนธรรม
ที่น่าสนใจคือ JUKIBU ยังมีบทบาทในการสนับสนุนเด็กไทยในสวิตเซอร์แลนด์ โดยอนุรักษ์ภาษาแม่เพื่อให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้ และใช้ภาษาไทยควบคู่กับภาษาเยอรมัน จัดหาหนังสือนิทานพื้นบ้าน เช่น แก้วหน้าม้า ตาอินทร์กับตานาเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม จัดหาหนังสือภาพ 2 ภาษาเพื่อให้เด็กเข้าถึงง่าย และจัดหาหนังสือร่วมสมัย เช่น วรรณกรรมซีไรต์จาก เพื่อให้เด็กๆ ได้รู้จักผลงานของนักเขียนไทย ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ
รับชมพร้อมกันอีกครั้งกับการบรรยายเรื่อง “One Library, Many Voices: Diversity and Cultural Co-Creation in Learning Spaces” โดย มอรีน เซนน์-แคร์โรลล์ (Maureen Senn-Carroll) ผู้อำนวยการห้องสมุดเซนต์โยฮันน์ จูคิบุ (St. Johann JUKIBU Library) จากสวิตเซอร์แลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระหว่างวัฒนธรรมที่มีประสบการณ์ในแวดวงการศึกษากว่า 14 ปี และเชื่อว่า “ภาษาแม่” คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะภาษาอื่นๆ ได้ดีขึ้น ในงาน TK FORUM 2026 “Learning For All”


