ในโลกที่ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเคร่งเครียดข้อมูลถาโถม การหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดจึงเปรียบเสมือนการเยียวยาจิตใจของเหล่าคนที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ‘พิพิธภัณฑ์’ จึงกลายมาเป็นตัวเลือกของใครหลายคน ที่ต้องการดื่มด่ำกับความสวยงามของผลงานศิลปะ และวัตถุจัดแสดงอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
การใช้เวลาอยู่ในบรรยากาศแห่งความสุนทรีย์นี้ช่วยให้ผู้ชมมี ‘สมาธิจดจ่อ’ และ ‘หยุดนิ่ง’ อยู่กับสิ่งจัดแสดงตรงหน้า เปรียบเสมือนยาลดความเครียดที่ช่วยให้สมองได้ผ่อนคลาย กลายเป็นที่มาของแนวคิด ‘The Mindful Museum’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่เก็บงานศิลปะ์หรือวัตถุทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกต่อไป แต่กำลัง ที่มุ่งออกแบบกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้กลายเป็น ‘พื้นที่ให้ใจได้พักใจ’ สำหรับคนเมืองยุคใหม่ แนวคิดที่เรียกว่า ‘The Mindful Museum’ จึงเกิดขึ้นมาเพื่อชวนให้ทุกคนมา ‘หยุดนิ่ง’ ทำสมาธิ อยู่กับปัจจุบัน และลองสำรวจเข้าไปในจิตใจ ไม่ได้พูดเรื่องการให้ความรู้ แต่ชวนให้เราหยุด แล้วอยู่กับปัจจุบันให้ได้จริงๆ
เบื้องหลังแนวคิดนี้ เริ่มจากประโยชน์ของการได้อยู่กับตัวเองในปัจจุบันขณะ มีผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างลึกซึ้ง ช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิ และทำให้เรารับรู้สิ่งรอบตัวด้วยความตั้งใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่งานที่จัดแสดง แต่รวมถึงการฟังเสียงในใจตัวเองแบบไม่หลบเลี่ยง
หลายพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกเริ่มหันมาใช้แนวคิดนี้ ด้วยการทดลองสร้างกับประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมสามารถโฟกัสกับกิจกรรมหรือนิทรรศการตรงหน้าได้มากขึ้นแนวนี้ ตัวอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ (Van Gogh Museum)ในเนเธอร์แลนด์ ได้จัดกิจกรรมงานชมงานศิลปะอย่างมีสติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Open Up With Vincent’ เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมใช้เวลาจดจ่อกับงานศิลป์ทีละชิ้นอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ในขณะที่ หรืออย่างโครงการ ‘The Mindful Museum’ ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาร์เนกี (Carnegie Museum of Art) สหรัฐอเมริกา ได้สร้างสรรค์กิจกรรมฮีลใจด้วยมีทั้งการนั่งสมาธิและทำโยคะในพื้นที่จัดแสดงแกลเลอรีงานศิลปะ พร้อมกับเชิญชวนผู้เข้าชมร่วมเวิร์กชอปชมงานศิลป์แบบช้า ๆ (Slow Looking) และคลาสโยคะท่ามกลางงานศิลปะ
แต่หนึ่งในสถานที่ซึ่งออกแบบพื้นที่ตามแนวคิด ‘The Mindful Museum’ ที่ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจก็คือ โครงการ ‘Room to Breathe’ จัดแสดงในหอศิลป์แมนเชสเตอร์ (Manchester Art Gallery) ซึ่งพัฒนาร่วมกับนักจิตวิทยาและกลุ่มสุขภาพจิตในชุมชน นักจิตวิทยา แม้จะเป็น ออกแบบห้องเล็ก ๆ ในส่วนจัดแสดง ให้แต่ทุกองค์ประกอบในห้องนั้นถูกคิดมาอย่างตั้งใจ เพื่อเต็มไปด้วยพื้นที่สร้างประสบการณ์ของการ ‘หยุดพัก’ อย่างแท้จริง โดยภายในห้องนี้มีการใช้แสงสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นนุ่มนวล บริเวณพื้นปูด้วยไม้ธรรมชาติ ผนังถูกแต่งแต้มด้วยสีเขียวเข้มสบายตา พร้อมจัดและเก้าอี้นั่งสบาย เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการพร้อมรับชมสุนทรียะภาพของงานศิลปะบนผนังตรงหน้าที่ซึ่งมีการหมุนเวียนการจัดแสดงเปลี่ยนไปทุก 6 เดือน เปิดพื้นที่ให้เราใช้จินตนาการเพื่อตีความเรื่องราวได้อย่างอิสระ โดยปราศจากป้ายคำอธิบายที่แปะประทับบนงานศิลป์เอง ไม่มีคำอธิบายให้ต้องอ่านหรือพยายามเข้าใจ

โดยก่อนเข้าห้องจะมีวิดีโอสั้นๆ ประมาณ 10 นาที แนะนำเรื่องวิธีการหายใจอย่างมีสมาธิ เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมเพิ่มความมีสติและสามารถควบคุมอารมณ์ และเกิดสติ นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบสิ่งที่โดดเด่นคือบรรยากาศในห้องให้ชวนผ่อนคลายด้วยการเปิดเสียงเสียงธรรมชาติในห้อง เสียงอ่านบทกวีเบาๆ คลอไปกับเสียงธรรมชาติ เช่น ลมพัด ใบไม้ หรือเสียงฝนตก บางช่วงมีเสียงเชิญชวนให้เราหายใจเข้าและออกช้าๆ หรือถามตัวเองว่า “ตอนนี้รู้สึกยังไง” ไม่มีกฎ ไม่มีทิศทางที่ต้องเดิน ไม่ต้องเข้าแถว ห้องนี้ไม่ได้ชวนให้คิดเยอะ แต่ชวนให้ทุกคนกลับมา ‘อยู่กับตัวเอง’ และอยู่กับ ‘ปัจจุบันขณะ’ อย่างแท้จริงในแบบที่เราเลือกเอง
มีงานวิจัยหลายงานที่ยืนยันว่าทำในห้อง การออกแบบ Room to Breathe ด้วยแนวคิด The Mindful Museum ช่วยยืนยันว่าแนวทางนี้มีส่งผลดีจริงต่อจิตใจของผู้เข้าชม โดยการซึ่งจากงานวิจัยที่ศึกษาสอบถามผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่เข้าร่วมกิจกรรม Room to Breathe ภายใต้แนวคิด The Mindful Museum แบบมีสติ (mindfulness-based) พบว่าส่งผลดีต่อสภาพจิตใจ โดยสามารถลดความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันผู้ชมก็รู้สึกเข้าถึงสมาธิระหว่างการชมงานศิลปะมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่แบกรับความเครียดจากชีวิตในเมือง
นี่อาจเป็นแนวคิดที่ช่วยจุดประกายให้คนออกแบบพื้นที่สาธารณะต่างๆ นำมาปรับใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้เหล่าคนเมืองได้มีสถานที่ ‘พัก(หาย)ใจ’ จากความวุ่นวาย และกลับมาฟังเสียงจากข้างในตัวเองมากขึ้นยามเมื่อจิตได้สัมผัสกับความสงบ





ที่มา
The evolution of mindfulness at Manchester Art Gallery, the exhibition: Room to Breathe.
https://manchesterartgallery.org/the-mindful-museum
Room to Breathe: the research project
https://manchesterartgallery.org/ben-nicholson
https://osf.io/preprints/osf/s9u37_v2
https://www.vangoghmuseum.nl/en/about/organisation/inclusion-and-accessibility-policy/open-up-with-vincent
https://carnegieart.org/programs/mindful-museum/
https://manchesterartgallery.org/wp-content/uploads/2023/10/MAG-Room-to-Breathe.-Exhibition-Booklet-13-Oct-2023.pdf

