‘Big Lunch’ ยิ่งกิน ยิ่งใกล้ สานสายใยชุมชนด้วยอาหารมื้อพิเศษ

326 views
6 mins
January 25, 2023

          สังคมทุกวันนี้ต้องการความแข็งแกร่งจากภายใน ยิ่งโลกของเราต้องเผชิญกับความผันผวนมากมายทั้งเศรษฐกิจ โรคระบาด ภัยธรรมชาติ ฯลฯ ชุมชนที่มีศักยภาพและความกลมเกลียวย่อมมีทุนตั้งต้นให้สามารถฟันฝ่ากับวิกฤตต่างๆ ได้ดีกว่าการต่างคนต่างอยู่ และอาศัยการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอกน้อยลง

          ในทุกเดือนมิถุนายน ทั่วสหราชอาณาจักรจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองในชุมชนครั้งยิ่งใหญ่ หรือ ‘Big Lunch’ ผู้คนมากถึง 9 ล้านคน มารวมตัวเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันในบรรยากาศที่สนุกสนาน มีทั้งการแสดงดนตรีสด กิจกรรมศิลปะ การแข่งขันกีฬา การเล่นรื่นเริง บางพื้นที่เกิดเป็นปาร์ตี้ขนาดมหึมาที่มีผู้ร่วมงานหลักหมื่นคน

          เบื้องหลังมื้ออาหารแสนอร่อยซ่อนไว้ด้วยแนวคิดในการพัฒนาเครือข่ายทางสังคมที่แข็งแกร่ง ด้วยการสร้างสัมพันธภาพใหม่ๆ กับผู้อื่น เป้าหมายปลายทางคือความปรารถนาให้คนมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นเกี่ยวกับท้องถิ่นของตน เกิดความภาคภูมิใจ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

          มาดูกันว่าสิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อย อย่างน้ำชา แซนวิช เสื่อ หรือสนามหญ้าหน้าบ้าน จะสามารถช่วยสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับท้องถิ่นได้อย่างไร

เหตุใดชุมชนเข้มแข็งจึงเป็นเรื่องสำคัญ

          มีผลการวิจัยยืนยันว่า การรวมตัวทางสังคมที่แน่นแฟ้นมีความสัมพันธ์กับอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น เพราะช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพจิตที่ดี ป้องกันภาวะซึมเศร้า สามารถฟื้นฟูปัญหาสุขภาพได้รวดเร็ว และลดผลกระทบจากสถานการณ์เปราะบางในชีวิต

          ทว่า ในสหราชอาณาจักรมีผลสำรวจที่เปรียบเทียบความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของผู้คนในสังคม ว่าลดลงจากประมาณ 60% ในปี 1959 เหลือเพียง 30% ในปี 2005 อีกทั้งผลการสำรวจสุขภาพจิตระดับชาติครั้งล่าสุด ชี้ให้เห็นสถานการณ์ว่า ผู้ใหญ่ชาวอังกฤษ 1 ใน 6 คนหรือ 45.8 ล้านคนประสบปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า โดยประชากรจำนวน 1 ใน 4 ระบุว่ารู้สึกโดดเดี่ยว

          Eden Project ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลนานาชาติด้านการศึกษา และดำเนินกิจการเพื่อสังคม เชื่อว่าผู้คนในชุมชนมีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นได้ จึงสนับสนุนให้คนธรรมดาทำสิ่งที่ไม่ธรรมดาเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ในปี 2009 โครงการ Big Lunch ถูกริเริ่มขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่า การส่งเสริมให้คนเปิดกว้างและนำพาตัวเองออกไปทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน จะส่งผลที่งอกงามต่อสังคมอย่างไร

          ลินด์เซย์ บรัมมิตต์ (Lindsey Brummitt) ผู้อำนวยการด้านกิจกรรมของ Eden Project กล่าวว่าโครงการ Big Lunch เปรียบเสมือนการสร้าง ‘พื้นที่เชิงป้องกัน’ และ ‘ทุนทางสังคมในสถานการณ์ที่ยังไม่เกิดวิกฤต’ ซึ่งช่วยสร้างรากฐานให้ชุมชนเติบโตอย่างเข้มแข็ง “อาจไม่สามารถพูดได้ว่าโครงการนี้จะสามารถแก้ปัญหาอาชญากรรมได้ แต่ถ้าคุณรู้จักผู้อื่นมากขึ้นและมองหากันและกันมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดปัญหาหรือความไม่สงบในสังคมก็น้อยลง”

‘Big Lunch’ ยิ่งกิน ยิ่งใกล้ สานสายใยชุมชนด้วยมื้อพิเศษแสนอร่อย
Photo : Kelly Cooper/ The Big LunchCC BY-SA 2.0 via flickr
‘Big Lunch’ ยิ่งกิน ยิ่งใกล้ สานสายใยชุมชนด้วยมื้อพิเศษแสนอร่อย
Photo : Kelly Cooper/ The Big LunchCC BY-SA 2.0 via flickr

บนโต๊ะอาหาร ทุกคนหันหน้าเข้าหากัน

          กลไกการพัฒนาชุมชนด้วยการรับประทานอาหารด้วยกัน เป็นไปอย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา Eden Project มีบทบาทในการระดมทุนและจัดหาอาหารเพื่อแจกจ่ายไปยังชุมชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ รวมถึงสนับสนุนเทมเพลตโปสเตอร์ สูตรอาหาร และคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดงาน เช่น การปิดถนน การโปรโมตกิจกรรม และการทำของประดับตกแต่ง

          กุญแจสำคัญของกิจกรรมนี้คือความยืดหยุ่น ปราศจากการวางเงื่อนไขหรือข้อกำหนดใดๆ ทุกอย่างสามารถเป็นไปตามธรรมชาติในแบบฉบับที่เหมาะสมกับชุมชนแต่ละแห่ง เมื่อตั้งต้นจากแนวคิดในการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน การจัดปาร์ตี้ข้างถนนซึ่งมีคนนำเก้าอี้มานั่งด้วยกันเพียง 2-3 คน ก็นับว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าแล้ว

          แคลร์ จอห์นสัน (Claire Johnson) แกนนำจัดกิจกรรม Big Lunch ในเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เล่าย้อนถึงความหลังว่า เมื่อครั้งที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่เมืองนี้ใหม่ๆ เธอพบว่าตัวเองไม่รู้จักใครเลย และเมื่อเริ่มมีบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้น เธอได้เห็นเด็กๆ ละแวกนี้มากมาย แต่กลับไม่รู้เลยว่าพวกเขาเป็นใครมาจากไหน

          จอห์นสัน จึงมองหาวิธีเชื่อมโยงผู้คนในสังคมเข้าด้วยกันจนได้พบกับ Big Lunch เธอทดลองเขียนจดหมายนับร้อยฉบับเพื่อเชิญให้เพื่อนบ้านนำอาหารมารับประทานร่วมกันที่สนามหญ้า เมื่อชาวชุมชนได้สนทนากันก็พบว่า ลึกๆ แล้วเพื่อนบ้านแต่ละคนต่างก็อยากรู้จักกัน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร

          ด้านเอ็มมา ไนท์ (Emma Knight) ผู้ริเริ่มจัดงาน Big Lunch ในย่านนีท (Neath) ทางตอนใต้ของประเทศเวลส์ เล่าถึงสภาพชุมชนในอดีตว่า “เราอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมีปัญหาด้านความไว้วางใจและหวาดกลัวต่ออาชญากรรม เพียงแค่เปิดประตูและก้าวออกไปจากบ้าน ก็จะพบกับปัญหายาเสพติดและคนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังมากมาย”

          หลังจากเธอร่วมกับเพื่อนบ้านจัดกิจกรรม Big Lunch บรรยากาศในชุมชนก็เปลี่ยนไป จากไม่เคยไปมาหาสู่กัน ก็เริ่มทำความรู้จักระหว่างครอบครัว รวมถึงญาติหรือเพื่อนของเพื่อนบ้านด้วย ดังนั้น หากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในชุมชนทุกคนก็จะรู้ทันทีและโทรสอบถามกัน ทุกวันนี้ย่านนีทจัดงานสังสรรค์กันอย่างน้อยเดือนละครั้ง จนต้องเช่าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อเก็บอุปกรณ์ โต๊ะ และเต็นท์

           “เมื่อรู้จักกัน เพื่อนบ้านก็พร้อมที่จะขอความช่วยเหลือ ฉันคิดว่านั่นเป็นสิ่งสำคัญเพราะพวกเขาจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยว หรือเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง ตอนนี้พวกเรามีเครือข่ายผู้คนจำนวนมาก”

‘Big Lunch’ ยิ่งกิน ยิ่งใกล้ สานสายใยชุมชนด้วยมื้อพิเศษแสนอร่อย
Photo : Emily Whitfield-Wicks/ The Big LunchCC BY-SA 2.0 via flickr

จากประกายไฟเล็กๆ สู่เปลวเพลิงที่โชติช่วง

          ปัจจุบัน Big Lunch เกิดขึ้นในชุมชนทั่วหัวระแหงในสหราชอาณาจักร ทั้งชุมชนที่มีฐานะมั่งคั่งและพื้นที่ที่ขาดแคลน นอกจากงานใหญ่แห่งปีในเดือนมิถุนายนของทุกปีแล้ว หลายพื้นที่ยังมีการขยายการจัดงานในวาระอื่นๆ โดยนำอาหารมาแลกเปลี่ยนกันเองหรือระดมทุนเพื่อซื้ออาหาร

          มีการติดตามผลการจัดกิจกรรมพบว่า กิจกรรมนี้นำพาผู้คนจากภูมิหลังและประสบการณ์ที่แตกต่างให้มาพบเจอกัน ซึ่งรวมถึงชาวเอเชียและคนผิวดำ คนส่วนใหญ่ระบุว่าพวกเขาเกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่น มีความรู้สึกที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในชุมชน และทำให้พวกเขารู้สึกเหงาน้อยลง ทั้งนี้ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีผู้คนกว่า 18 ล้านคน ได้พบเจอเพื่อนใหม่ในงานดังกล่าว

          นอกจากนี้ ในสหราชอาณาจักรยังมีการศึกษาเพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจออกมาเป็นตัวเลขด้วยพบว่า เมื่อเพื่อนบ้านแบ่งปันกันมากขึ้นและรู้สึกเชื่อมโยงกับสังคมมากขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันที่มีต่อการให้บริการสาธารณะลดลง ซึ่งทำให้รัฐประหยัดงบประมาณลงได้ 15 พันล้านปอนด์ต่อปี ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลได้ 2.7 พันล้านปอนด์ต่อปี และก่อให้เกิดผลผลิตในชุมชนเพิ่มขึ้นราว 6 พันล้านปอนด์ต่อปี

ปาร์ตี้ข้างถนน เวทีปั้นผู้นำชุมชนและนักเปลี่ยนแปลง

          คุณค่าของกิจกรรม Big Lunch ที่เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์คือเกิดการเชื่อมโยงผู้คน จนเกิดเป็นชุมชนที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น รวมทั้งจุดประกายความหลงใหลในการทำสิ่งดีๆ ในพื้นที่พวกเขาอาศัยอยู่ตัวอย่างเช่น กรณีเมืองเบอร์มิงแฮม Big Lunch เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การรวมกลุ่มของแม่พ่อเพื่อช่วยกันเลี้ยงดูเด็กๆ การก่อตั้งธนาคารอาหาร และกลุ่มเฝ้าระวังเหตุร้าย ชาวชุมชนเห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งแรกๆ ที่พวกเขาอยากร่วมกันผลักดันก็คือเรื่องความปลอดภัย เช่น ไฟส่องสว่างซึ่งยังมีไม่เพียงพอ การร่วมกันต่อรองราคาจัดซื้อกล้องวงจรปิดเพื่อติดตั้งบริเวณประตูบ้าน และแชร์ภาพให้ตำรวจจนสามารถจับผู้กระทำผิดในท้องถิ่นได้

          ด้านย่านนีท ในเวลส์ หลังจากเกิดกิจกรรม Big Lunch ประมาณ 2 ปี เด็กๆ ได้ตั้งกลุ่มเป็นของตัวเองเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทริปเล่นสเกตน้ำแข็ง ละครใบ้ และละครสัตว์ รวมทั้งขอใช้อาคารสมาคมข้าราชการบำนาญเก่าเพื่อปรับปรุงเป็นศูนย์กิจกรรมสำหรับวัยรุ่น ซึ่งมีความยั่งยืนทางการเงินและเลี้ยงตัวเองได้ ปัจจุบัน มีคนหลายรุ่นมาช่วยงานอาสาสมัครในกิจกรรม Big Lunch ตั้งแต่เด็กอายุ 4 ขวบ จนถึงผู้เฒ่าผู้แก่อายุ 94 ปี เรียกได้ว่านี่เป็นกิจกรรมของทุกคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ไม่หยุดยกระดับศักยภาพผู้นำ

          เมื่อ Eden Project เห็นถึงผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ก็ไม่รอช้าที่จะถือโอกาสนี้สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนให้มีทักษะสูงขึ้นอีก โดยได้จัดทำ ‘ค่ายชุมชน’ ทั้งออนไลน์และออนไซต์  เพื่อให้แกนนำได้เรียนรู้ทักษะการบริหารโครงการ การหาเงินทุน การเงิน และการประสานงานกิจกรรม โดยเน้นแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer to Peer) กิจกรรมประกอบด้วย การทัศนศึกษาดูงาน การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเวิร์กชอป นอกจากนี้ยังจัดตั้งเครือข่ายผู้นำในชุมชน เพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงและเรียนรู้ระหว่างกันอย่างไม่สิ้นสุด

          หลังการจัดค่ายชุมชนเป็นเวลา 6 เดือน มีการติดตามผลพบว่า 91% ของผู้เข้าร่วมค่าย ได้กลายเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้กับชุมชนของตนมากขึ้น โดยนำไปสู่การริเริ่มโครงการใหม่ๆ มากกว่าพันโครงการ และผู้นำชุมชนส่วนใหญ่เกิดความมั่นใจในทักษะที่ตนได้รับ

          กิจกรรมแสนธรรมดาอย่างการรับประทานอาหารร่วมกันในโครงการ Big Lunch ช่วยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้คนนับล้าน รวมทั้งเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยผู้คนที่รักใคร่กลมเกลียว การแลกเปลี่ยนความคิด ทักษะ และประสบการณ์ระหว่างกัน รวมทั้งมีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมอุทิศตัวเพื่อส่วนรวม

กิจกรรม The Big Jubilee Lunch 2022

ที่มา

บทความ “Case study: Big Lunch & Great Get Together A nation of new relationships” จาก relationshipsproject.org  (Online)

บทความ “Case Study: Big Lunch & Great Get Together” จาก shiftdesign.org  (Online)

บทความ “Mental Health Statistics” จาก priorygroup.com (Online)

บทความ “More than just a lunch: The Big Lunch” จาก tnlcommunityfund.org.uk (Online)

บทความ “The Big Lunch Impact and Legacy: the value of community events” จาก edenprojectcommunities.com (Online)

บทความ “THE BIG LUNCH: FROM SPARK TO FLAME” จาก nurturedevelopment.org (Online)

เว็บไซต์ Eden Project Communities (Online)

Cover Photo : Phil Wilkinson/ The Big LunchCC BY-SA 2.0 via flickr

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก