“ห้องสมุดสมัยนี้ไม่ได้เป็นแค่คลังหนังสือ แต่คือพื้นที่ให้ผู้คนมาพบปะ สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนไอเดีย และเรียนรู้ทักษะใหม่ ห้องสมุดคือพื้นที่ซึ่งเอื้อให้ไม่ว่าใครก็สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมหรือชีวิตของพวกเขาเองผ่านการพบเจอหนังสือที่ตามหา หรือพบปะกับผู้คนใหม่ๆ” สุรินเดอร์ โภคาล (Surinder Bhogal) หัวหน้าบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดเซอร์เรย์ฉายภาพให้เห็นเป้าหมายของเครือข่ายห้องสมุดสาธารณะยุคใหม่ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองเซอร์เรย์ เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในบริติชโคลัมเบียทางตะวันตกของแคนาดา
ห้องสมุดแห่งนี้ต่างจากที่อื่นเพราะนอกจากจะอัดแน่นด้วยคลังความรู้แล้ว ยังเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ชาวเมืองทุกช่วงวัย ในมุมหนึ่งคุณอาจเห็นเด็กวัยเตาะแตะสนุกสนานกับนิทานยามเช้าที่บรรณารักษ์กำลังอ่านให้ฟังอย่างออกรส ที่โถงหลักคุณอาจพบเจอกับชาวเมืองที่เพิ่งย้ายมาตั้งรกรากที่แคนาดากำลังฝึกภาษาอังกฤษด้วยบทสนทนาแกล้มเสียงหัวเราะ
ไม่ไกลกัน หญิงสูงอายุกำลังฝึกส่งอีเมลหาหลานสาวผ่านแท็บเล็ตใหม่แกะกล่องโดยมีอาสาสมัครคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด อีกมุมอาจเป็นเด็กวัยเรียนที่กำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือสอบ ส่วนในห้องคอมพิวเตอร์ก็คึกคักด้วยผู้ใหญ่ที่กำลังหางานแห่งใหม่
ห้องสมุดเซอร์เรย์ (Surrey Libraries) จึงเป็นมากกว่าห้องสมุด ชาวเมืองเซอร์เรย์ทุกคนไม่ว่าจะช่วงอายุใดหรือมีพื้นเพจากที่ไหนต่างก็สามารถมาใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อฝึกฝน สานสัมพันธ์ และเติบโตไปพร้อมกัน ที่สำคัญคือห้องสมุดเองก็ไม่หยุดนิ่ง แต่วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชาวเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปทุกปี

เครือข่ายห้องสมุดที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ห้องสมุดเซอร์เรย์คือเครือข่ายห้องสมุดสาธารณะที่มีทั้งหมด 10 สาขากระจายตัวอยู่ตามชุมชนที่แตกต่างหลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมประชากรทั้ง 600,000 คน ห้องสมุดแต่ละสาขาจะมีบริการให้ยืมหนังสือ นิตยสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพลง และเอกสารทางประวัติศาสตร์ โดยมีผู้มาใช้งานห้องสมุดมากถึง 2 ล้านครั้งในปี 2023 นับเป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดีว่าห้องสมุดแห่งนี้คือพื้นที่สาธารณะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับชุมชน
เบรนดา ล็อก (Brenda Locke) นายกเทศมนตรีแห่งเมืองเซอร์เรย์กล่าวว่าห้องสมุดแห่งนี้ “คือหนึ่งในสถานที่ที่ทรงคุณค่าที่สุด และเป็นทรัพยากรที่มีการใช้งานมากที่สุดในเซอร์เรย์” โดยรายงานประจำปีพบว่างบประมาณ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนไปกับเครือข่ายห้องสมุดแห่งนี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 5.46 ดอลลาร์เลยทีเดียว
รากฐานความสำเร็จของห้องสมุดเซอร์เรย์เริ่มตั้งแต่การออกแบบห้องสมุดให้เป็นศูนย์กลางของชุมชนมากกว่าคลังเก็บหนังสือ เช่น ห้องสมุดเซอร์เรย์สาขาใจกลางเมืองซึ่งเปิดทำการเมื่อปี 2011 คืออาคารขนาดยักษ์ความสูง 4 ชั้นที่มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 7,600 ตารางเมตร อาคารแห่งนี้ออกแบบโดยบิง ธอม (Bing Thom) สถาปนิกชื่อดัง
อาคารดังกล่าวตกแต่งด้วยกระจกใสที่เชื้อเชิญให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามายังโถงกว้างด้านหน้า มีพื้นที่พบปะพร้อมที่นั่งนุ่มสบาย และห้องประชุมที่ใครๆ ก็สามารถจับจองเพื่อจัดกิจกรรมตามความต้องการ การออกแบบที่เปลี่ยนแปลงไปนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของชาวเมืองเซอร์เรย์ที่ผันแปรไปตามกาลเวลา พวกเขาปรารถนาบริการระดับชุมชน การเข้าถึงเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ง่ายต่อการค้นหา และพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ได้พบปะกับคนอื่นๆ ในชุมชน
ประชาชนทุกคนที่อาศัยในเมืองเซอร์เรย์สามารถสมัครสมาชิกบัตรห้องสมุดได้ฟรีจากที่บ้าน เมื่อสมัครเสร็จแล้วพวกเขาจะสามารถเข้าถึงคลังหนังสือและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที นอกจากไม่ต้องเสียค่าสมัครสมาชิกแล้ว ห้องสมุดแห่งนี้ยังไม่เรียกเก็บค่าปรับกรณีคืนหนังสือล่าช้า โดยมีมติให้ยกเลิกการชำระค่าปรับและค่าปรับคงค้างทั้งหมดให้กับผู้ใช้ห้องสมุดตั้งแต่ปี 2021 โดยสุรินเดอร์ให้เหตุผลว่า “เราได้บทเรียนในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ว่าค่าปรับไม่ใช่แรงจูงใจให้คนคืนหนังสือห้องสมุดตรงเวลา การยกเลิกค่าปรับจะช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการห้องสมุดอย่างเท่าเทียม เพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน เพิ่มอัตราการหมุนเวียนหนังสือ และลดการสูญหาย”
หัวใจของเครือข่ายห้องสมุดเซอร์เรย์คือการสร้างพื้นที่ในชุมชนที่พร้อมต้อนรับทุกคนตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ นี่คือห้องสมุดสำหรับทุกคนไม่ว่าคุณเป็นใคร อายุเท่าไร หรืออพยพมาจากที่ใด ทุกคนจะได้รับเกียรติและสามารถเข้าใช้บริการห้องสมุดแห่งนี้ได้อย่างอิสระ




เด็กหรือผู้ใหญ่ก็เป็นนักอ่าน-เขียนของชุมชนได้ทั้งนั้น
ลูกชายของฉันมาใช้บริการห้องสมุดเซอร์เรย์ครั้งแรกตอนอายุสองเดือน เขาชอบฟังนิทานเด็กน้อย นิทานสำหรับครอบครัว นิทานสำหรับวันคริสต์มาส และนิทานกับคุณพ่อ ต้องขอบคุณพนักงานห้องสมุดทุกคนที่คอยจัดกิจกรรมมากมายสำหรับเด็กๆ ตอนนี้ลูกชายของฉันอายุ 8 ขวบแล้ว เรายังคงไปที่ห้องสมุดทุกสัปดาห์ แม้จะเป็นช่วงโควิดระบาดฉันก็จะเลือกหนังสือออนไลน์แล้วไปรับที่หน้าต่างของห้องสมุด
– เยว่ (Yue)
หนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของห้องสมุดเซอร์เรย์คือการส่งเสริมให้เด็กๆ และวัยรุ่นหลงใหลในการอ่าน ห้องสมุดจึงจัดกิจกรรมมากมายเพื่อดึงดูดเด็กๆ ตั้งแต่นิทานแสนสนุกสำหรับทารก เด็กวัยเตาะแตะ และเด็กอนุบาล ตามมาด้วยการร้องเพลง เล่นตุ๊กตา และกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้เจ้าตัวเล็กตื่นเต้นกับการได้อ่านหนังสือ ทีมบรรณารักษ์ยังมีโครงการเพื่อให้คำแนะนำพ่อแม่เรื่องการอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟังที่บ้าน เช่น โครงการอ่านให้เจ้าตัวเล็ก (Read to Baby) ที่มาพร้อมชุดหนังสือ ของเล่น และตารางกิจกรรมที่ห้องสมุดเซอร์เรย์เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นคู่ขนานทั้งที่บ้านและที่ห้องสมุด


สำหรับเด็กที่โตขึ้นอีกหน่อย ห้องสมุดก็มีกิจกรรมและชมรมหลังเลิกเรียนที่เน้นการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ตัวอย่างเช่น เด็กๆ สามารถหยิบยืมเจ้าหุ่นยนต์ที่ชื่อว่าแดช (Dash) เอาไปเล่นที่บ้านเพื่อฝึกการเขียนโค้ด หรือโครงการจับคู่ชวนกันอ่าน (Reading Buddies) ที่อาสาสมัครวัยรุ่นจะจับคู่กับเด็กๆ เพื่อช่วยฝึกเรื่องการอ่านแบบสบายๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจทั้งผู้เรียนและผู้สอน รวมถึงกิจกรรมยอดนิยมอย่างชมรมนักอ่านช่วงปิดภาคฤดูร้อน (Summer Reading Club) ที่มีเด็กๆ เข้าร่วมกว่า 17,000 คนเมื่อปี 2023
กิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและฝึกฝนด้านการอ่านออกเขียนได้แล้ว ห้องสมุดยังเป็นที่พบปะสังสรรค์ของเด็กๆ สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และกลายเป็นสถานที่ซึ่งเด็กๆ สามารถนัดเจอกันและทำกิจกรรมที่สนใจร่วมกันได้อย่างปลอดภัย



นอกจากเหล่าวัยรุ่นจะเป็นนักอ่านแล้ว พวกเขายังมีโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ได้อีกด้วย ห้องสมุดเซอร์เรย์บางสาขาจะมีสภาห้องสมุดวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่คอยให้คำแนะนำเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับห้องสมุด ทั้งการบริการ หนังสือและสื่อต่างๆ รวมถึงกิจกรรมที่เด็กๆ จัดกันเองเพื่อฝึกฝนทักษะการเป็นผู้นำและการเป็นส่วนหนึ่งในสังคม
หนึ่งในกิจกรรมประจำปีที่เด็กๆ เฝ้ารอคือ การประกวดงานเขียนเยาวชนของห้องสมุดเซอร์เรย์ (Surrey Libraries Youth Writing Contest) ที่เด็กๆ สามารถส่งเรื่องสั้น กวี คอมิกส์ บทภาพยนตร์ หรืองานเขียนอะไรก็ได้ที่เข้าข่ายความสร้างสรรค์ร่วมประกวด ซึ่งอาจเป็นประสบการณ์ที่ช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจ และเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งไปตลอดกาล
เซ็ท คอร์เบ็ตต์ (Seth Corbett) คือเด็กหนุ่มวัย 15 ปีที่ชอบเล่นดนตรีและวิชาคณิตศาสตร์ เขาฝันอยากเป็นนักสถิติเพราะหลงใหลในแผนภาพ เขาวาดรูปไม่เป็นแต่ก็อยากเขียนคอมิกส์สักเรื่องแม้ว่าลายเส้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม นั่นคือจุดกำเนิดของ Stick Guy มนุษย์หัวไม้ขีดลายเส้นเรียบง่ายแต่กลับครองใจผู้อ่านหลายคน เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามในปีแรก ก่อนจะคว้ารางวัลอันดับสองในปีถัดมา เขายังได้รับการเชิญไปนำเสนอผลงานที่สภาบริติชโคลัมเบียซึ่งเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญสำหรับเขา
เซธคือหนึ่งในตัวอย่างของเด็กนับหมื่นคนที่ชีวิตเปลี่ยนไปเพราะห้องสมุดเซอร์เรย์ ด้วยพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และสร้างสรรค์ ภายใต้การสนับสนุนและดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ใหญ่ เด็กๆ แต่ละคนจึงมีโอกาสที่จะเปล่งประกาย
โครงการด้านการอ่าน การเขียนที่จัดขึ้นบ่อยๆ และต่อเนื่อง บวกกับพื้นที่ของห้องสมุดที่มีความกว้างขวาง (และสวยเก๋น่าเข้า) จึงดึงดูดผู้คนกลุ่มนี้ให้เข้ามาใช้งาน ซึ่งห้องสมุดเองก็ต้องจัดการทบทวนการวางแผนกลยุทธ์ของหน่วยงานอยู่เสมอๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของยุคสมัยและคนในชุมชน โดยห้องสมุดเซอร์เรย์จัดการสำรวจและพบว่า คนในเมืองร้อยละ 81 เห็นด้วยว่าที่นี่เป็นแหล่งส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ที่คนจะนึกถึงเป็นที่แรกๆ
และคงไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมแน่นๆ ของห้องสมุด แต่เป็นการยกระดับกิจกรรมเฉพาะทางให้มีคุณภาพและสม่ำเสมอด้วย
ปกติแล้วเราจะเห็นโครงการบ่มเพาะนักเขียนประเภท Writer in Residency ในสถาบันด้านการอ่านการเขียนต่างๆ ห้องสมุดมีหน้าที่สนับสนุนแต่ยังไม่ค่อยเป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดเอง แต่ที่ห้องสมุดเซอร์เรย์มีโครงการนักเขียนในพำนักที่มุ่งไปที่การสนับสนุนให้นักเขียนท้องถิ่นได้ลับคมฝีมือ ไปจนถึงออกหนังสือเป็นของตัวเอง และได้ชื่อว่าเป็น Local Author หรือนักเขียนท้องถิ่นประจำเมืองเซอร์เรย์ รวมไปถึงโครงการอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมของเมืองรุ่มรวยไปด้วยกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ ด้านการเขียนการอ่าน เช่น โครงการ Authors Among us ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนได้สมัครเข้ามาพูดคุย ถามคำถามเรื่องกระบวนการเขียน โครงการ Book submissions สำหรับผู้ที่อยากเห็นหนังสือของตัวเองได้ปรากฏเนื้อหนังอยู่บนชั้นหนังสือ โครงการ Poet Laureate Legacy Project ที่ชักชวนให้นักเขียนท้องถิ่นมาร่วมกันแชร์ความทรงจำและเรื่องราวของวิถีชีวิตในเมืองเซอร์เรย์
ถ้าชาวเมืองเซอร์เรย์ไม่รู้วิธีการพิมพ์หนังสือ e-book ก็แค่ถือบัตรห้องสมุด ก็สามารถลองสมัครโครงการ LinkedIn Learning for Authors ได้เลย แค่นี้นักเขียนก็จะสามารถออกแบบ ตีพิมพ์ และประชาสัมพันธ์หนังสือของตัวเองได้ทันที

Photo: Surrey Libraries
ปิดช่องว่างด้านเทคโนโลยี ให้ทุกคนเข้าถึงได้ที่ห้องสมุด
โครงการและทรัพยากรในห้องสมุดคือการมอบโอกาสที่เท่าเทียมกันให้พวกเราทุกคน ที่นี่มีคอมพิวเตอร์ให้คนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน… สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ทรัพยากรพวกนี้ คุณคงไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าห้องสมุดเซอร์เรย์สำคัญมากมายเพียงใด
– สมาชิกห้องสมุดนิรนาม
โลกปัจจุบันไม่ได้มีเพียงโลกกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่กิจกรรมของเราจำนวนมากถูกขยับย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสาร การติดต่อนัดหมาย หรือแม้กระทั่งเข้าเรียนคลาสออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี ผู้สูงอายุที่เติบโตมาในยุคแอนะล็อกหรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่เคยใช้อินเทอร์เน็ตมาก่อนต่างขาดแคลนทั้งทักษะและเครื่องมือที่จะเข้าสู่โลกออนไลน์ กลายเป็นช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ที่แบ่งแยกคนที่มีและไม่มีทักษะดิจิทัลออกจากกัน
หลังจากที่เล่าเรื่องการออกแบบโครงการ e-book ให้ผู้ใช้บริการ ห้องสมุดเซอร์เรย์ต้องการปิดช่องว่างดังกล่าวโดยจะมีบริการคอมพิวเตอร์ฟรีทุกสาขา และผู้ใช้บริการทุกคนยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณไร้สายได้ฟรี ทุกๆ วันก็จะมีผู้สูงอายุ คนที่กำลังหางาน และประชากรรายได้น้อยเข้ามาใช้คอมพิวเตอร์พวกนี้ในการทำธุรกรรมออนไลน์ พูดคุยกับเพื่อนผ่านโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ฝึกงานใช้คอมพิวเตอร์ให้คล่อง
สำหรับคนที่ไม่เคยแตะต้องคอมพิวเตอร์มาก่อน ที่เซอร์เรย์ก็มีคอร์สฝึกใช้งานขั้นพื้นฐานตั้งแต่การใช้เมาส์และคีย์บอร์ด การใช้งานและความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงทักษะการใช้อีเมลและไมโครซอฟต์เวิร์ด หากใครมีข้อสงสัยเฉพาะก็สามารถหาเวลาเข้ามารับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัว ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แทบเล็ต หรือแล็ปท็อป เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครก็พร้อมจะให้คำแนะนำเบื้องต้นกับทุกคนอย่างเป็นมิตร
หนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือการเชื่อมต่อผ่านโลกดิจิทัลในช่วงการระบาดของโควิด-19 เมื่อคนไม่สามารถออกจากบ้านได้ เหล่าผู้อพยพสูงอายุต้องเผชิญความยากลำบากจากทั้งกำแพงทางดิจิทัลและกำแพงภาษาเมื่อระบบทุกอย่างเปลี่ยนไปอยู่บนโลกออนไลน์ ห้องสมุดเซอร์เรย์จึงจับมือกับ DIVERSEcity องค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อริเริ่มโครงการเชื่อมต่อผู้สูงอายุกับเทคโนโลยี (Seniors TechConnect) ที่จะให้ผู้อพยพสูงอายุหยิบยืมแท็บเล็ตที่ตั้งค่าพร้อมใช้โดยมีไอคอนที่เข้าใจง่ายและสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ โดยมีพนักงานเข้าไปสอนวิธีการใช้ที่บ้านแบบตัวต่อตัวพร้อมติดตามผลทางโทรศัพท์และฝึกอบรมเพิ่มเติมผ่านโปรแกรมซูม โครงการนี้เปลี่ยนชีวิตของคนจำนวนมาก เช่น ผู้สูงอายุรายหนึ่งที่เดิมทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเปิดคอมพิวเตอร์อย่างไร แต่หลังจากเข้าโครงการเขาก็สามารถร่วมเรียนทำอาหารกับเพื่อนผู้สูงอายุคนอื่นๆ อีกทั้งยังสามารถโทรวิดีโอหาลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศได้อีกด้วย
นอกจากนี้ห้องสมุดเซอร์เรย์ยังมีบริการดิจิทัลอย่างครบครัน ผู้ถือบัตรสมาชิกสามารถเข้าใช้บริการดิจิทัลของห้องสมุดที่มีทั้งคอร์สออนไลน์มากมาย ทั้งทักษะดิจิทัล การใช้ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ รวมถึงการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นเพื่อพัฒนาทักษะของตนเองหรือเรียนในเรื่องที่ตัวเองสนใจ ที่สำคัญคือบริการทั้งหมดนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นชีวิตในเมืองใหม่ด้วยก้าวแรกที่ห้องสมุด
ผมมาถึงแคนาดาเมื่อปี 2019 ตอนนั้นรู้สึกกังวลและโดดเดี่ยว ในฐานะผู้มาใหม่ ผมรู้สึกว่าภาษาและวัฒนธรรมคืออุปสรรคสำคัญ ผมอยากเรียนภาษาอังกฤษให้เร็วยิ่งขึ้นจึงสมัครเป็นสมาชิกของห้องสมุดเซอร์เรย์สาขากิลด์ฟอร์ด นับตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมมาถึงห้องสมุด ผมก็ได้รับการต้อนรับที่เป็นมิตร มันทำให้ผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ผมสมัครเข้าโครงการผู้มาใหม่ ผมสมัครเข้าโครงการวงสนทนาภาษาอังกฤษ (English Conversation Circle) ทันที ตรงนี้นับเป็นจุดแรกที่ผมเชื่อมตัวเองเข้ากับสังคมแคนาดา
– วิซาร์ อาลีเมฮาจ (Visar Alimehaj)
ตอนที่ผมสมัครงาน ผู้จัดการด้านบริการช่วยเหลือเพื่อเข้าถึงห้องสมุด (Accessibility Services Manager) อนุญาตให้ใส่ชื่อเขาสำหรับอ้างอิง ผมได้ทำงานในฝันด้วยความช่วยเหลือตรงนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งกับทุกๆ โอกาสที่ห้องสมุดแห่งนี้มอบให้กับผม ห้องสมุดเซอร์เรย์กลายเป็นส่วนสำคัญมากๆ ในชีวิตของผมที่แคนาดา
เซอร์เรย์คือเมืองที่มีความหลากหลายอย่างยิ่ง ในแต่ละปีเมืองแห่งนี้ต้อนรับผู้อพยพหลายหมื่นราย จากการสำรวจเมื่อปี 2021 พบว่ากว่าร้อยละ 45 ของประชากรในเซอร์เรย์คือผู้อพยพ การย้ายไปอยู่ต่างแดนไม่ใช่เรื่องง่าย และถ้าคุณไม่รู้ภาษามันก็ยากยิ่งกว่าเดิม
หลายคนอาจประหลาดใจเมื่อทราบว่าห้องสมุดเซอร์เรย์คือหนึ่งในหมุดหมายแรกที่ผู้มาใหม่ต้องแวะมาเยี่ยมเยือน เพราะที่นี่มีบริการครบวงจรตั้งแต่การเรียนภาษาอังกฤษ หาบ้าน หางาน หาโรงเรียนให้ลูก สมัครขอรับสวัสดิการจากรัฐบาล ไปจนถึงเตรียมความพร้อมเพื่อสอบเป็นพลเมืองแคนาดา ที่สำคัญคือทุกบริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ที่สำคัญ ห้องสมุดยังมีบริการพิเศษโดยให้คำแนะนำการใช้ห้องสมุดแก่ผู้มาใหม่ บนเว็บไซต์มีคู่มือ 29 ภาษาเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้ใช้ประโยชน์ห้องสมุดสาธารณะนี้อย่างเต็มที่ และยังมีหนังสือ หนังสือพิมพ์ และสื่อต่างๆ จากหลากหลายภาษาทั่วโลกตั้งแต่ภาษาปัญจาบ ภาษาจีนกลาง ภาษาตากาล็อก และภาษาอาหรับ รวมถึงจัดกิจกรรมสองภาษาสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่

บริการที่โดดเด่นที่สุดสำหรับผู้อพยพ คือโครงการเรียนภาษาของห้องสมุดเซอร์เรย์โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งมีตั้งแต่วงพูดคุยอย่างอิสระ การฝึกอ่านและฝึกเขียน ไปจนถึงชมรมนักอ่าน พวกเขาจึงมีพื้นที่สำหรับฝึกฝนแบบเป็นกันเองและไม่เคร่งเครียด โดยมีติวเตอร์อาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่ห้องสมุดหยิบประเด็นต่างๆ ในชีวิตประจำวันมาพูดคุย นับเป็นการช่วยเพิ่มพูนคำศัพท์และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมทุกคน โดยห้องสมุดเซอร์เรย์เน้นย้ำว่าการเรียนภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งการเรียนรู้ยังไม่จบแค่ในห้องเรียน เพราะสมาชิกห้องสมุดเซอร์เรย์สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มเรียนรู้ภาษาอย่าง Mango Languages ได้ฟรีอีกด้วย
บริการของห้องสมุดไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น สำหรับเด็กๆ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ก็ต้องเผชิญความท้าทายมากมายไม่แพ้กัน ที่ห้องสมุดเซอร์เรย์จึงจับมือกับโครงการเฟรนด์สออกไซมอน (Friends of Simon) เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเรียนแก่เด็กนักเรียนจากครอบครัวผู้อพยพที่นอกจากจะช่วยเรื่องการศึกษาแล้ว เด็กๆ ยังได้รู้จักเพื่อนใหม่และไม่รู้สึกเหงาแม้ว่าต้องย้ายมายังเมืองที่ไม่คุ้นเคย
และหากผู้มาใหม่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้วรู้สึกสุขสบายใจ ห้องสมุดก็มีบริการสอนโปรแกรมเพื่อการสอบเข้าเป็นพลเมืองของแคนาดาอีกด้วย

ในแง่ของบุคลากร ในเมื่อห้องสมุดเซอร์เรย์ต้องการให้บริการโอบรับประชากรชาติพันธุ์ให้ได้มากขึ้นและลึกซึ้งขึ้น จึงคิดปรับปรุงและพัฒนาบุคคลภายในจากการจ้างผู้ประสานงานชาวชาติพันธุ์คนแรกมาเป็นพนักงานของห้องสมุด ออกแบบโครงการศิลปะสาธารณะสำหรับชาวชาติพันธุ์ที่ห้องสมุดสาขาหลัก ในภาพที่ดูทางการและกว้างขวางขึ้น ที่นี่ยังได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้นำชาติพันธุ์ในเซอร์เรย์ (Surrey Urban Indigenous Leadership Committee) จากการทำงานเพื่อสนับสนุนชุมชนชาติพันธุ์ผ่านโครงการ บริการและคอลเลกชันของห้องสมุด
ที่นี่จึงเป็นมากกว่าห้องสมุด แต่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมผู้มาใหม่เข้ากับคนในชุมชน กางแขนต้อนรับผู้มาใหม่จำนวนมากมายในแต่ละปี และตอบโจทย์ความเป็นเมืองที่หลากหลายทั้งในแง่วัฒนธรรมและภาษา



พื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกคนในชุมชน
ห้องสมุดเซอร์เรย์เดินหน้าด้วยความเชื่อว่าทุกคนควรเข้าถึงความรู้ได้ และห้องสมุดคือสถานที่ซึ่งทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน ผู้อพยพหน้าใหม่ ผู้สูงอายุ หรือใครๆ ก็ตามสามารถมาพบปะกันได้ เด็กน้อยอาจมาฟังนิทานเรื่องแรก วัยรุ่นอาจค้นพบพรสวรรค์ในการเขียนของตัวเอง ผู้อพยพอาจได้รู้จักเพื่อนชาวแคนาดาคนแรก ส่วนผู้สูงอายุก็สามารถทลายกำแพงเทคโนโลยีที่ปิดกั้นพวกเขาจากโลกดิจิทัล นับเป็นตัวอย่างของพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง
ห้องสมุดแห่งนี้จึงเป็นมากกว่าสถานที่แต่เป็นภาพสะท้อนผู้คนและวัฒนธรรมที่หลากหลายของเมืองเซอร์เรย์ พร้อมโอบรับพหุวัฒนธรรมและแลกเปลี่ยนเรื่องราวของคนที่มาจากต่างถิ่นต่างที่ พร้อมเน้นย้ำว่าไม่ว่าคุณจะมีพื้นเพมาจากไหน วันนี้พวกเขาคือหนึ่งในสมาชิกของชุมชนเซอร์เรย์ และเมื่อก้าวเข้าไปในห้องสมุดเซอร์เรย์ไม่ว่าจะสาขาใด พวกเขาก็จะพบเจอกับภาษา เรื่องเล่า หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางวัฒนธรรมที่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่เป็นมากกว่าห้องสมุด แต่คือพื้นที่สาธารณะที่พร้อมแบ่งปันความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงทุกคนในชุมชน

ที่มา
รายงาน “REPORT TO OUR COMMUNITY 2023” จาก surreylibraries.ca (Online)
รายงาน “REPORT TO OUR COMMUNITY 2022” จาก surreylibraries.ca (Online)
รายงาน “SURREY On Track to Becoming the Province’s Largest City” จาก getintheknow.ca (Online)
รายงาน “Surrey Libraries Provincial Library Grants Report 2020” จาก www2.gov.bc.ca (Online)
บทความ “Libraries are no longer just warehouses for books” จาก surreynowleader.com (Online)
บทความ “In Progress: Surrey City Centre Library / Bing Thom Architects” จาก archdaily.com (Online)
บทความ “Seniors go digital with DIVERSEcity’s Seniors TechConnect: a tablet loaning library” จาก dcrs.ca (Online)
บทความ “Shared Stories” จาก surreylibraries.ca (Online)
บทความ “Surrey Public Libraries bridges the ‘digital divide’” จาก cloverdalereporter.com (Online)
บทความ “Free Settlement Services for Newcomers” จาก surreylibraries.ca (Online)
Cover Photo: Surrey Libraries





