สุดใจ พรหมเกิด อ่านตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อเปลี่ยนสังคมถึงปลายน้ำ

86 views
8 mins
July 11, 2025

          ด้วยความเชื่อมั่นลึกซึ้งว่านิทานไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าสำหรับเด็ก แต่เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยบ่มเพาะความคิด ความรู้สึก และศักยภาพภายใน สุดใจ พรหมเกิด จึงอุทิศชีวิตให้กับภารกิจส่งเสริมการอ่านและสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้แก่เด็กไทย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในช่วงวัยแห่งการวางรากฐานของสมองและจิตใจ

          แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนฐานวิชาการที่สอดคล้องกับผลวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์ ซึ่งชี้ว่าในช่วงวัย 0–6 ปี สมองของเด็กสามารถพัฒนาได้มากกว่าทุกช่วงวัยของชีวิต การอ่านนิทานให้ฟังในช่วงวัยนี้จึงไม่ใช่แค่การปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน แต่คือการกระตุ้นสมอง สร้างสายใยสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ และวางรากฐานทางภาษา อารมณ์ และการเรียนรู้ในระยะยาว

          สุดใจมีแนวความคิดที่น่าสนใจเรื่องการอ่านในเด็กปฐมวัย กล่าวคือ เราสามารถที่จะปลูกฝังให้เด็กรักหนังสือก่อนที่เด็กจะรู้จักการอ่านด้วยซ้ำ วิธีนี้นอกจากเป็นการส่งเสริมพัฒนาการ ยังถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และตัวเด็กอีกด้วย

          “อยากให้คนไทยลองสร้างพื้นฐานในครอบครัวรุ่นใหม่ อย่างน้อยๆ ก็สร้างพฤติกรรมอ่านหนังสือให้ลูกฟัง คุณครูเด็กเล็กหรือคุณครูโรงเรียนอนุบาล ก็ต้องรับรู้ว่าสิ่งนี้คือภารกิจโดยตรงของเขา ที่ทําให้เด็กรักการอ่านและรักหนังสือ อาจปลูกฝังให้เด็กรักหนังสือก่อนที่จะรักการอ่านก็ได้ ให้เด็กมีความสุข ความเพลิดเพลิน ความรื่นรมย์ แล้วพบว่าหนังสือนั้นตอบโจทย์มิติลึกๆภายในพวกเขาได้ตั้งแต่เล็กๆ แล้วหลังจากนั้นเขาก็จะจัดการความรู้ได้ด้วยตัวเอง และทําให้การอ่านกลายเป็นวิถีชีวิตจริงๆ ต่อให้เปลี่ยนเป็นแพลตฟอร์มอะไรก็แล้วแต่ แต่ในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และความรื่นรมย์ในชีวิต ก็ยังเป็นวิถีการอ่านที่ยังเอื้อประโยชน์ให้กับเด็กๆได้”

สุดใจ พรหมเกิด อ่านตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อเปลี่ยนสังคมถึงปลายน้ำ

          ในฐานะประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สุดใจขับเคลื่อนงานด้วยแนวคิดเชิงระบบที่มีเป้าหมายใหญ่คือ ‘การสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย’ ไม่ใช่เพียงรณรงค์หรือเชิญชวน แต่หมายถึงการวางโครงสร้าง สนับสนุนพื้นที่ สร้างกลไกที่ต่อเนื่อง และผลักดันให้การอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทุกช่วงวัย

          งานของสุดใจจึงไม่หยุดอยู่แค่การกระตุ้นการอ่านในระดับปัจเจก แต่ลงลึกถึงการจัดการระดับนโยบาย เช่น การเสนอให้บรรจุเป้าหมายด้านวัฒนธรรมการอ่านไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ การผลักดันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีแผนแม่บทส่งเสริมการอ่านของตนเอง หรือการสนับสนุนให้โรงพยาบาลมีคลินิกนิทานในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการผลักดันเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง

           เธอออกแบบการทำงานที่เชื่อมโยงหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และท้องถิ่น พร้อมกับสนับสนุนให้แต่ละชุมชนมีบทบาทเป็นเจ้าของพื้นที่การเรียนรู้ของตนเอง โครงการสำคัญที่ถือเป็นหมุดหมายของความเปลี่ยนแปลง เช่น ‘ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย’ ที่เปิดให้ครอบครัวสามารถเข้าถึงนิทานคุณภาพได้ฟรีผ่านช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชัน หรือ ‘หลักสูตรพัฒนาแกนนำส่งเสริมการอ่าน’ ที่อบรมคนในชุมชนให้เป็นผู้นำการเรียนรู้ที่ไม่พึ่งพาเพียงครูหรือโรงเรียน

สุดใจ พรหมเกิด อ่านตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อเปลี่ยนสังคมถึงปลายน้ำ

          ในมุมมองของสุดใจ หนังสือคือจุดเริ่มต้นของความเท่าเทียม “เด็กคนหนึ่งที่อยู่บ้านลึกในชนบท หากได้อ่านหนังสือดีๆ ตั้งแต่เล็ก สมองของเขาจะพัฒนาได้ไม่ต่างจากเด็กในเมืองที่ได้เรียนพิเศษ” เธอเคยกล่าวไว้เช่นนั้นในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง และยังย้ำเสมอว่า “การอ่านที่ดีไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แต่ต้องทำให้เด็กรู้คุณค่าของตัวเอง”

          ด้วยเหตุนี้ นิทานในสายตาของสุดใจจึงไม่ใช่เพียงเรื่องสนุก แต่คือเครื่องมือสร้างฐานรากของความเท่าเทียม ไม่ใช่แค่ในเชิงการเรียนรู้ แต่ในแง่ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เด็กที่เคยถูกมองข้ามเพียงเพราะอยู่ห่างไกลหรือมีข้อจำกัดบางประการ หากได้เข้าถึงนิทานที่ดี ย่อมเห็นภาพตัวเองในเรื่องราวเหล่านั้น และเชื่อว่าตัวเองมีสิทธิฝัน มีสิทธิเติบโต มีสิทธิเป็นคนที่มีคุณค่าเท่าเทียมกับใครๆ 

          หนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดของสุดใจได้อย่างชัดเจน คือ TK Park ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งรวบรวมหนังสือและสื่อการเรียนรู้หลากหลายแล้ว ยังยึดแนวทาง วัฒนธรรมการอ่านที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องสมุด โดยมุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยและน่าสนุกสำหรับเด็ก ครอบครัว และคนทุกช่วงวัย ด้วยกิจกรรมอ่านนิทาน เล่านิทาน สร้างหนังสือ ทำเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ การอบรมพ่อแม่ผู้ปกครอง ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริมแรงบันดาลใจในการอ่าน

          แนวทางของสุดใจยังถูกหยิบไปใช้จริงในหลายพื้นที่ เช่น ห้องสมุดประชาชนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่เคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ชายแดนห่างไกล กลับสามารถกลายเป็น ‘พื้นที่เปลี่ยนชีวิต’ ให้กับเด็กจำนวนมาก เพียงเพราะเริ่มต้นจากการมีมุมนิทานที่ชวนเด็กมาอ่านหนังสือทุกเย็น และค่อยๆ ขยายเป็นกิจกรรมให้เด็กได้เล่าเรื่อง วาดภาพ จัดนิทรรศการเล็กๆ และเชื่อมโยงสู่การรู้จักตนเอง รู้สึกมีคุณค่า โดยมีผู้ใหญ่ในชุมชนเป็นแรงหนุน

          ไม่เพียงแต่ในภาคใต้ หลักสูตรพัฒนาแกนนำส่งเสริมการอ่าน ซึ่งสุดใจริเริ่มขึ้นในช่วงที่ทำงานกับ สสส. ยังถูกขยายไปยังหลายภูมิภาค ทั้งในชุมชนเมืองและชนบท เช่น ที่จังหวัดอุบลราชธานี เครือข่ายครูบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมอบรมและนำแนวคิดไปปรับใช้ โดยมีจุดร่วมคือ ‘ทำให้ห้องสมุดกลายเป็นของชุมชน’ ไม่ใช่แค่สถานที่เก็บหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ที่ใครๆ ก็สามารถมาเรียนรู้ สร้างสรรค์ และเติบโตไปพร้อมกัน

           บทบาทของสุดใจในสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริหารแผนงาน แต่ยังหมายถึงการทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนให้การอ่านกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเริ่มของชีวิต เธอเป็นผู้ออกแบบและขับเคลื่อนโครงการสำคัญอย่าง ‘โครงการหนังสือเล่มแรก’ ซึ่งมอบหนังสือนิทานคุณภาพให้แก่เด็กแรกเกิดทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมแนบคู่มือสำหรับผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมให้การอ่านกลายเป็นกิจกรรมรักที่บ้านตั้งแต่วันแรกของชีวิต

          อีกหนึ่งโครงการที่ถือเป็นรากฐานสำคัญคือ ‘อ่านยกกำลังสุข’ ซึ่งสุดใจเน้นย้ำเสมอว่า การอ่านไม่ใช่แค่การเสพข้อมูลหรือเนื้อหาเท่านั้น แต่คือกระบวนการหล่อหลอมความคิด ความเข้าใจในตนเอง และการเชื่อมโยงกับสังคมอย่างมีคุณภาพ ในโครงการนี้ มีการอบรมและสร้างเครือข่ายอาสาสมัครนักอ่านในชุมชน ครู ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถปลุกพลังการอ่านได้อย่างยั่งยืน แม้จะไม่มีห้องสมุดหรือทรัพยากรทันสมัยก็ตาม

           ความสำเร็จของแนวคิดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นจากหลายพื้นที่ เช่น TK Park อุดรธานี ที่นำแนวคิดการพัฒนาแกนนำส่งเสริมการอ่านไปต่อยอดสร้าง ‘ห้องสมุดต้นแบบสำหรับเด็กปฐมวัย’ โดยมีมุมหนังสือเฉพาะที่คัดเลือกเนื้อหาเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย รวมถึงกิจกรรมเล่านิทานโดยพี่เลี้ยงอาสา และการจัดวงอ่านหนังสือร่วมกันระหว่างผู้ปกครองและเด็ก ซึ่งช่วยฟื้นฟูสายสัมพันธ์ในครอบครัวและสร้างสุขภาวะทางอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญ

          ในอีกฟากของประเทศ หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ ก็หยิบยืมแนวคิดเรื่องพื้นที่การอ่านแบบมีชีวิตของสุดใจไปใช้ โดยเปิด ‘โซนเด็กปฐมวัย’ ที่ไม่ใช่เพียงมุมหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ให้เด็กเล่น เรียนรู้ และซึมซับเรื่องราวผ่านกิจกรรมแบบบูรณาการ เช่น วงเล่านิทานสร้างสุข กิจกรรมศิลปะจากหนังสือ และการแสดงนิทานจากผู้ปกครองในชุมชน ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้เน้นความสุขและประสบการณ์ร่วม มากกว่าเน้นผลสัมฤทธิ์เชิงวิชาการ

          ไม่เพียงแค่ในระดับชุมชนหรือองค์กร สุดใจยังเป็นผู้ที่ผลักดันให้เกิดความร่วมมือในระดับนโยบายผ่านการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงมหาดไทย และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อยกระดับการอ่านให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมการอ่านที่เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่ในโรงเรียน แต่ในชีวิตประจำวันของคนทุกช่วงวัย

สุดใจ พรหมเกิด อ่านตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อเปลี่ยนสังคมถึงปลายน้ำ

          สุดใจเคยฝากข้อคิดไปยังนักอ่านรุ่นใหม่ หรือคนที่เพิ่งเริ่มหันมาสนใจการอ่านหนังสือในยุคปัจจุบันนี้ว่า “จริงๆ นักอ่านรุ่นใหม่สามารถเลือกเสพสื่อที่ตัวเองสนใจได้ แต่มันมีหลักการของการสร้างวัฒนธรรมการอ่านการเรียนรู้ อะไรที่มันไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจ บางทีเราก็จําเป็นที่จะต้องเปิดโลกของเรา เพื่อเรียนรู้สิ่งนั้นไปด้วย  คู่ขนานไปกับสิ่งที่เราชอบที่เราอ่าน ศึกษา ค้นคว้าอย่างลึกซึ้งกับมันได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโลกกว้างอีกด้านหนึ่งให้กับตัวเองว่า ใช่หรือไม่ใช่เพื่อที่อย่างน้อยๆ ก็นำมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการเรียนรู้ให้กับตัวเราเอง ไม่ต้องปฏิเสธไปทั้งหมดก็ได้ เพียงแต่ต้องเลือกรับ แล้วก็เลือกคัดสรร ว่าเรื่องนี้มันเหมาะแล้วที่จะเอามาประดับเรา หรือในบางเรื่อง ลองตัดสินใจเรียนรู้มันซะหน่อยถ้ามันเป็นเรื่องใหม่ๆ ไม่จําเป็นต้องยึดติดในสิ่งที่เราลุ่มหลงเพียงอย่างเดียว อยากให้เปิดกว้างทางความคิด ทางการตอบรับเรื่องอื่นๆ เพื่อการคัดกรองที่ดีที่มันจะมาตกผลึกเป็นเราอีกทีหนึ่ง” 

          สุดใจเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า “หากเราหวังจะเปลี่ยนสังคม เราต้องเริ่มจากการเปลี่ยนคน และการอ่านคือกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งและยั่งยืนที่สุด” ประโยคนี้คือหัวใจของการทำงานของเธอตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เพราะสำหรับสุดใจแล้ว การอ่านไม่ใช่เพียงการเปิดหน้ากระดาษ แต่คือการเปิดโลก เปิดใจ และเปิดโอกาสให้กับทุกชีวิต โดยเฉพาะชีวิตที่อาจไม่เคยได้รับโอกาสมาก่อน และเพราะสุดใจเชื่อมั่นว่า ‘การอ่านคือการก่อร่างสร้างชีวิต’ เธอจึงยังคงก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่เพียงเพื่อวางหนังสือไว้ในมือเด็กเท่านั้น แต่เพื่อวางอนาคตที่งอกงามไว้ในใจคนทั้งประเทศ

ที่มา

บทความ “มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน รับรางวัลผู้ทำความดีเพื่อสังคม” จาก happyreading (Online)

บทความ “ส่องความคิด สุดใจ พรหมเกิด ผู้เชื่อมั่นในพลังแห่งการอ่าน” thaihealth.or.th (Online)

บทความ “ส่องความคิด ‘สุดใจ พรหมเกิด’ ผู้เชื่อมั่นในพลังแห่งการอ่าน และพลังแห่งนิทานที่งดงาม” จาก MGR Online (Online)

บทความ “สัมภาษณ์ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน” จาก nanmeebooks (Online)

เว็บไซต์ ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ จาก earlychildhoodbookbank (Online)

เว็บไซต์ นานมีบุ๊คส์ จาก nanmeebooks.com  (Online)

เว็บไซต์ Harvard Center on the Developing Child จาก Harvard university (Online)

เว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จาก thaihealth.or.th (Online)

เฟซบุ๊ก สุดใจ พรหมเกิด จาก (Online)

สื่อวิดิโอ  สุดใจ พรหมเกิด ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน  (Online)

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก