สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ของสตีฟ เออร์วิน

77 views
8 mins
April 1, 2024

          “ขอต้อนรับเข้าสู่สวนสัตว์ออสเตรเลียครับ! แม่กับพ่อของผมสร้างที่แห่งนี้ขึ้นมาตั้งแต่มันยังเป็นอุทยานสัตว์เลื้อยคลานขนาดจิ๋ว จนกลายมาเป็นสวนสัตว์แบบทุกวันนี้ เยี่ยมมากเลยใช่ไหมล่ะ!”

          โรเบิร์ต เออร์วิน (Robert Irwin) เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ออสเตรเลีย และลูกชายของนักล่าจระเข้ในตำนาน สตีฟ เออร์วิน (Steve Irwin) เอ่ยไว้ในคลิปพาทัวร์แบบ Virtual ของสวนสัตว์ออสเตรเลีย จากนั้นเขาก็กล่าวแนะนำนกแก้วมาคอว์ โคอาลา งูหลามพม่า และสัตว์ตัวโปรด ซึ่งเป็นแอลลิเกเตอร์นามว่า อังเดร

          โรเบิร์ตอุ้มอังเดรออกมาจากอ้อมแขนของเจ้าหน้าที่และบอกว่า “ที่สวนสัตว์ออสเตรเลีย คุณจับสัตว์ได้ทุกตัว!”

          แล้วเขาก็พาทัวร์ไปตามโซนต่างๆ สัมผัสลูกเสือที่งดงามที่สุดในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ป้อนแครอทยีราฟด้วยปาก (แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือน้ำลายหนืดเต็มหน้า) เล่นกับเมียร์แคท เป็นผู้นำโชว์จระเข้หวาดเสียว และสุดท้ายก็แนะนำโรงพยาบาลสัตว์ (ที่เจ้าตัวอ้างว่า)วุ่นวายที่สุดของโลก

โรเบิร์ต เออร์วิน พาทัวร์สวนสัตว์ออสเตรเลียแบบ Virtual

          ย้อนกลับไปเมื่อปี 1980 อุทยานสัตว์ป่าของสตีฟมีเจ้าหน้าที่ประจำเพียง 2 คนถ้วน มีชื่อว่าอุทยานสัตว์เลื้อยคลานควีนส์แลนด์และสวนน้ำ (Queensland Reptile and Fauna Park) ในช่วงนั้น สตีฟได้รับมอบหมายจากรัฐบาลควีนส์แลนด์ให้ดูแลจระเข้ในโครงการ 

          เขาพบรักกับภรรยา เทอร์ริ เรนส์  (Terri Raines) ในปี 1991 และหลังจากนั้น 1 ปี แทนที่จะไปฮันนีมูนชูชื่นตามประสาคนทั่วไป ทั้งสองกลับออกเดินทางไปถ่ายทำภารกิจช่วยจระเข้และตั้งชื่อมันว่า ‘The Crocodile Hunter’ หรือสารคดีอนุรักษ์และถ่ายทอดชีวิตสัตว์ป่าที่เป็นตัวสร้างชื่อให้กับเขา จนกลายมาเป็นสวนสัตว์ออสเตรเลียในปัจจุบัน

          สวนสัตว์ออสเตรเลียทุกวันนี้ มีพื้นที่กว้างขวางถึง 700 เอเคอร์ มีเจ้าหน้าที่กว่า 500 คน สานต่อแนวคิดและคุณค่าในการทำงานอนุรักษ์สัตว์ป่าของ สตีฟ เออร์วิน ผ่านการศึกษาเรียนรู้ที่น่าตื่นเต้น และมีเป้าหมายในการเป็นพื้นที่พิทักษ์จระเข้ อนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมระดับโลก

          แม้ประวัติศาสตร์ของสวนสัตว์จะไม่ค่อยสวยงาม เพราะเริ่มต้นจากการเป็นกรงขังสัตว์ของเศรษฐีที่มีไว้เพื่อแสดงอำนาจเหนือผู้อื่น แต่หลังจากยุคเรืองปัญญาในศตวรรษที่ 18 เมื่อมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และหลักเหตุผล การออกแบบสวนสัตว์ก็เปลี่ยนไป เริ่มมีการศึกษาวิจัยกายวิภาคและพฤติกรรมของสัตว์มากขึ้น สวนสัตว์ยุคใหม่ (ตั้งแต่ปี 1793) จึงเน้นการสร้างที่อยู่เสมือนธรรมชาติให้สัตว์ได้วิ่งเล่น มีลักษณะคล้ายพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสัตว์ในพื้นที่ขนาดเล็ก แต่เต็มไปด้วยสัตว์หลายสายพันธุ์ และมีจุดประสงค์เพื่ออนุรักษ์สัตว์ ให้ความบันเทิงและเป็นหนึ่งในสถานศึกษาสำหรับผู้มาเยี่ยมชม

          สวนสัตว์ทั่วโลกพัฒนาไปในทิศทางที่หลากหลาย สวนสัตว์ออสเตรเลียเองก็โดดเด่นเรื่องความครบวงจร การทำวิจัยช่วยจระเข้ โรงพยาบาลรักษาสัตว์ และบริการที่พัก ซึ่งถือว่าไปไกลกว่านิยามความเป็นสวนสัตว์ที่เราคุ้นชินกัน

          ตามคำโฆษณาของโรเบิร์ต ที่นี่มีทุกอย่าง ลองเป็นเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ 1 วันเต็มก็ทำได้ เช่นกันกับการเรียนรู้ Behind the scene ของโรงพยาบาลสัตว์ จับโคอาลา หรือสิ่งที่หวือหวาอย่างแพ็กเกจขอแต่งงานในสวนสัตว์โดยมียีราฟเป็นสักขีพยาน

สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ออสเตรเลียของสตีฟ เออร์วิน
Photo: Australia Zoo
สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ออสเตรเลียของสตีฟ เออร์วิน
Photo: Australia Zoo
สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ของสตีฟ เออร์วิน
Photo: Australia Zoo

คลั่งรักสัตว์โลกมันดียังไง สวนสัตว์ออสเตรเลียมีคำตอบให้

          สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้สตีฟคลั่งรักสัตว์โลกคือ พ่อกับแม่ของเขาก็เป็นคนคลั่งรักสัตว์เลื้อยคลานเช่นกัน พวกเขาเปิดอุทยานสัตว์เลื้อยคลานเบียวาห์ในปี 1979 โดยที่ ลิน แม่ของสตีฟเป็นผู้อนุบาลสัตว์ป่าฝีมือดีที่ดูแลสัตว์เจ็บป่วยและกำพร้าอยู่เสมอก่อนที่จะปล่อยมันออกสู่ป่า

          สตีฟในวัย 6 ขวบได้จับงูพิษสีน้ำตาลเป็นครั้งแรก เขาไปโรงเรียนสายเสมอเพราะมักจะให้ขอให้พ่อแม่จอดรถเพื่อช่วยเหลือตัวเงินตัวทองออกจากถนน พอเขาอายุได้ 9 ขวบ ก็มุทะลุยิ่งขึ้นไปอีกเพราะเขากระโดดลงน้ำไปปล้ำกับจระเข้ที่ต้องการความช่วยเหลือแล้วช่วยมันขึ้นมาบนเรือเล็ก

          ผู้ชมที่เคยดูรายการ The Crocodile Hunter ทางช่อง Animal Planet คงคุ้นเคยกับภาพการปล้ำจระเข้ของสตีฟ เออร์วิน จระเข้ฟาดหางไปมา แต่เขากลับยิ้มแย้มสดใสผ่อนคลาย ความรักจระเข้ของสตีฟท่วมท้น แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว ครอบครัวก็ยังสานต่อภารกิจพิทักษ์จระเข้ของสตีฟอยู่เสมอ หนึ่งในไฮไลต์ของสวนสัตว์ออสเตรเลียจึงเป็นโชว์ความยิ่งใหญ่ของจระเข้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          ‘CROCOSEUM’ มีที่มาจากการที่สตีฟอยากแสดงให้โลกเห็นความสวยงามของจระเข้น้ำเค็มจำนวนมากแบบที่เขาเห็น โดยแสดงพฤติกรรมและลักษณะการอยู่อาศัยของมันผ่านโชว์จระเข้น่าหวาดเสียวที่เรียกเสียงฮือฮาได้เสมอ

          จระเข้เจ้าสำนักของสวนสัตว์ออสเตรเลียมีอยู่ 4 ตัว นั่นคือ กราแฮม ชาร์ลี เมอร์เรย์ และมอนตี้ โรเบิร์ตเล่าขำๆ ถึงคาแรกเตอร์แต่ละตัว กราแฮมมักจะเป็นตัวแสบที่เล่นงานเจ้าหน้าที่จนหัวหมุนได้อยู่บ้าง เคยกัดมือพ่อจนได้แผลมาแล้ว ชาร์ลี จระเข้ที่เกือบได้กลายร่างเป็นกระเป๋าหนังถ้าพ่อและแม่ของเขาไม่ช่วยมันออกมาจากฟาร์มเสียก่อน เมอร์เรย์ จระเข้สุดคูลที่ทำงานหนักเสมอ กระโดดงับเหยื่อสูงกว่าคนเสียอีก เป็นดาวเด่นที่ขยับได้ปราดเปรียวว่องไวราวกับนักกีฬา หรือมอนตี้ จระเข้ตัวโปรดของโรเบิร์ต

          “เขาโชว์ความสามารถในการย่องตามคุณ เขาดูใจดีและเคลื่อนที่ช้า เขาจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมา ดวงตาเล็กๆ คั่นระหว่างผิวน้ำ แล้วจะกระโดดขึ้นงับอย่างเร็วจากด้านข้าง” โรเบิร์ตพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ และทิ้งท้ายว่าให้เขาเล่าเรื่องจระเข้ที่นี่ทั้งวันก็ยังได้

สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ออสเตรเลียของสตีฟ เออร์วิน

          ในส่วนของการวิจัยพิทักษ์จระเข้ สวนสัตว์ออสเตรเลียทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ (University of Queensland) มานานกว่า 10 ปีเพื่อศึกษาความลับของสายพันธุ์จระเข้ ทั้งการติดจีพีเอสติดตามจระเข้น้ำเค็มในแม่น้ำกว่า 241 ตัวเพื่อศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารระหว่างจระเข้ด้วยกัน วิถีชีวิตของมัน และความสำคัญที่มีต่อระบบนิเวศ หรือวิจัยเลือดเพื่อดูลักษณะของการอาหารในสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมประชากรจระเข้ไม่ให้สูญพันธุ์

          ที่สำคัญที่สุดคือศึกษาพฤติกรรมของมันเพื่อปกป้องมนุษย์ไม่ให้เป็นอันตราย สนับสนุนให้ผู้คนเข้าใจความดุร้ายของจระเข้อย่างถูกต้องและอยู่ร่วมกับมันได้

          ไฮไลต์อื่นๆ ของที่นี่จะเน้นการมีประสบการณ์ร่วมกับสัตว์ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการป้อนอาหารจิงโจ้ อุ้มและถ่ายรูปกับโคอาลาตัวนุ่มนิ่ม เข้าไปดูสัตว์ในบ้านต้นไม้ที่โซนป่าไม้เขตร้อน หรือยกระดับความพิเศษในการแอบดูเสือโคร่งสุมาตราที่ปัจจุบันมีจำนวนน้อยกว่า 350 ตัว อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์กำลังว่ายน้ำเล่น ผู้ชมสามารถแอบดูมันจากใต้น้ำได้

          หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าโรเบิร์ต เออร์วินจะเจริญรอยตามพ่อทุกย่างก้าวเลยหรือไม่ เพราะหน้าตาและความรักที่มีให้กับสัตว์โลกช่างเหมือนกันอย่างกับแกะ 

          เขามักจะอธิบายถึงสัตว์เลื้อยคลานที่ดูน่ากลัวด้วยแววตาเปี่ยมรักและน้ำเสียงตื่นเต้นว่า งูพิษตัวนี้สีสวยมากบ้าง ขนาดยาวแบบเหลือเชื่อบ้าง แมงป่องตัวนี้อัธยาศัยดีมาก เต่าตัวนี้อยู่มาร้อยปีแล้ว มีฟันแหลมคม ถ้าโดนกัดคงเจ็บแสบเข้ากระดูกดำ สัตว์ทุกตัวน่าเอ็นดูและเป็นพระเอกนางเอกของสวนสัตว์อยู่เสมอ โรเบิร์ตเล่นกับพวกมันเหมือนเป็นเพื่อนพี่น้อง โดยเฉพาะพวกสัตว์เลื้อยคลาน

สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ออสเตรเลียของสตีฟ เออร์วิน
โรเบิร์ต เออร์วิน
Photo: Australia Zoo

          ทุกคนรู้ดีว่าเขาเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่ความสนใจของโรเบิร์ตที่แตกต่างออกไปคือเขาชอบถ่ายภาพสัตว์ป่ามาก จนชนะการประกวดถ่ายภาพสัตว์ป่าระดับโลกหลายที่ เช่น ได้รางวัล People’s Choice Award จาก Wildlife Photographer of The Year ปี 2020 หรือ Australian Geographic Nature Photographer of Year ปี 2016 และ 2020 และได้จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายในแกลเลอรีทั่วโลกด้วยเช่นกัน ผลงานของเขาถูกจัดแสดงถาวรไว้ที่สวนสัตว์ออสเตรเลีย ทีมงานหลักของนิตยสาร Crikey นิตยสารประจำสวนสัตว์ เผยแพร่เบื้องหลังการดูแลสัตว์และการทำงาน แถมยังมีการจัดประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าทุกปีเพื่อรณรงค์การพิทักษ์สัตว์ป่า

          บ่อยครั้งที่เขาขายรูปภาพเพื่อระดมทุนช่วยสัตว์ป่า โรเบิร์ตกล่าวไว้ว่าเราอยู่ในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว สัตว์ป่าและถิ่นที่อยู่ของมันลดลงอย่างน่าตกใจ ดังนั้นการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่านี้จึงมีภารกิจในการแสดงให้โลกเห็นว่าอาณาจักรของสัตว์ป่ายิ่งใหญ่และเป็นที่รักแค่ไหน และสนับสนุนให้ผู้คนช่วยรักษามันไว้

          ในวันเกิดครบรอบ 19 ปี โรเบิร์ตกล่าวว่าเขารู้สึกได้รับอภิสิทธิ์ ที่ได้สืบทอดคุณค่าที่พ่อของเขายึดถือตลอดหลายปีที่ผ่านมา เดินรอบสวนสัตว์เมื่อไหร่ก็จะเห็นภาพของพ่ออยู่เสมอเพราะพ่ออุทิศตัวให้กับการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างแท้จริง และโรเบิร์ตก็ทิ้งท้ายไว้ว่าเขาจะสานต่อเจตนารมณ์ของสตีฟในวิถีทางของเขาเอง

สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ของสตีฟ เออร์วิน
Photo: Australia Zoo
สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ออสเตรเลียของสตีฟ เออร์วิน

การเรียนรู้จะพาให้คนรักสัตว์และอยากพิทักษ์มัน

          กิจกรรมสวนสัตว์ออสเตรเลียคือความสนุกสนานแบบ edutainment สตีฟ เออร์วินย้ำเสมอว่า ถ้าสามารถทำให้คนรักสัตว์เหล่านี้ พวกเขาก็จะช่วยอนุรักษ์มัน ดังนั้น อีกหมุดหมายสำคัญของสวนสัตว์ออสเตรเลียคือ โปรแกรมการเรียนรู้ หลักสูตรด้านสิ่งแวดล้อม การเพาะพันธุ์สัตว์ การทำวิจัย แคมเปญสื่อเพื่อระดมทุนช่วยเหลือสัตว์ ทำงานร่วมกับรัฐเพื่อแก้ไขเชิงนโยบาย (เช่น บินดี้ทำงานเพื่อเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายว่าจระเข้สามารถวางไข่ได้) ฯลฯ 

          ‘Conservation through Exciting Education’ หรือการอนุรักษ์ผ่านการเรียนรู้ที่น่าตื่นเต้น คือภารกิจหลักของสวนสัตว์ออสเตรเลียที่มีโปรแกรมพิทักษ์สัตว์มากกว่า 20 สายพันธุ์ 

          “ผมเชื่อว่าการเรียนรู้จะทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น มองเห็นแรงขับเคลื่อนและแรงกระตุ้นที่จะเผยแพร่เนื้อหาการเรียนออกไป” สตีฟ เออร์วินกล่าว

          โปรแกรมการเรียนรู้ของที่นี่ครอบคลุมทุกระดับ ทั้งเด็กเล็ก ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา เปิดรับกรุ๊ปทัวร์ในช่วงวันหยุด หรือโปรแกรมทดลองเป็นเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ได้ 1 วันเต็ม

          สวนสัตว์มีโปรแกรมชวนเด็กเล็กพูดคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมและปัจจัยสำคัญของสิ่งมีชีวิต ฟังนิทานสัตว์ป่า และยังมีเวิร์กชอปเก็บข้อมูลสัตว์ทั้งหลาย ส่วนเด็กประถมศึกษาอาจลงลึกได้มากกว่านั้น เช่น เรื่องวงจรชีวิตสัตว์ การปรับตัว หรือสัตว์ที่มีความเสี่ยงในการสูญพันธุ์

โปรแกรมทดลองเป็นผู้พิทักษ์รุ่นจิ๋ว

          สวนสัตว์ออสเตรเลียมั่นใจในคุณภาพหลักสูตรการเรียนการสอนของตัวเอง เพราะหากพูดกันในเชิงธุรกิจ ที่นี่ได้รับรางวัลด้านธุรกิจแบบสหวิชาชีพ (multi-disciplinary business) มาแล้ว จึงสามารถออกแบบหลักสูตรที่มีความหลากหลายและตรงกับมาตรฐานของหลักสูตรการศึกษาออสเตรเลีย เน้นการลงพื้นที่จริงและสอนทฤษฎีแบบนำไปใช้ได้ เพราะเจ้าหน้าที่มีความเชี่ยวชาญในหลายสาขา เช่น การดูแลสัตว์ ไอที การตลาด หรือธุรกิจการบริการ หัวข้อของหลักสูตรจึงมีความเป็นทางการขึ้นมาอีกขั้น เช่น เรื่องความยั่งยืน การออกแบบถิ่นที่อยู่ ธุรกิจ และการตลาด 

          รัฐบาลควีนส์แลนด์ มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์  โรงพยาบาลเด็กควีนส์แลนด์ ฟูจิฟิล์ม คณะประสานเสียงเยาวชนวาโตโต (Watoto Children’s Choir) สโมสรโรตารี และองค์กรอีกมากมายเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ของสวนสัตว์  สวนสัตว์ออสเตรเลียจึงสามารถทำงานรณรงค์ในระดับนี้ต่อไปได้ และมีองค์กรพิทักษ์สัตว์แยกย่อยออกมามากมาย

          โครงการ Wildlife Warrior ที่สตีฟก่อตั้งดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ ในโครงการมีทั้ง หน่วยผู้หญิงนักพิทักษ์ หน่วยวิจัยปลากระเบน ฉลามวาฬ เสือชีตาห์ โคอาลา หรือการออกมาเรียกร้องต่อต้านการล่าสัตว์ในออสเตรเลีย ทั้งยังจัดงานเพื่อระดมทุนช่วยสัตว์อยู่เสมอ เช่น เปิดตลาดสวนสัตว์ เทศกาลในวันพ่อ-วันแม่

          ปี 2004 ในช่วงเวลาของการขยับขยายสวนสัตว์ สตีฟตั้งโรงพยาบาลสัตว์ออสเตรเลียเพื่ออุทิศให้กับแม่ที่เสียชีวิตไป และอย่างที่โรเบิร์ตโฆษณาไว้ มันกลายเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกในการดูแลรักษาสัตว์ป่าระดับโลกที่ช่วยเหลือและฟื้นฟูร่างกายของสัตว์พื้นถิ่นของออสเตรเลียกว่า 7,000 สายพันธุ์ในทุกๆ ปี

คลิปตัวอย่างการทำงานของหน่วยผู้พิทักษ์สัตว์ในโครงการ Wildlife Warrior

แล้วเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ในโลกที่เราต่างเป็นเจ้าของ

          สตีฟ เออร์วินเสียชีวิตในปี 2006 เพราะอุบัติเหตุ เขาโดนปลากระเบนหางสั้นใช้เงี่ยงแทงเข้าที่หัวใจในขณะที่กำลังถ่ายทำสารคดี ครอบครัวของเขาไม่ได้ซัดสาดความโกรธแค้นไปที่สัตว์แต่อย่างใด แต่กลับหาทางรักษาสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่เสมอ

          โรงพยาบาลสัตว์ออสเตรเลียคงจะเป็นโรงพยาบาลที่วุ่นวายที่สุด เพราะรับผู้ป่วยมาแล้วถึง 120,000 ตัว ในทุกๆ ปีจะมีสัตว์เข้ารับการรักษาราว 9,000-10,000 ตัว สตีฟสานต่อความฝันของแม่โดยการเปลี่ยนสถานที่ดูแลสัตว์จากโรงไม้อาโวคาโดเล็กๆ ที่รองรับสัตว์ได้แค่ 60 ตัว ให้เป็นโรงพยาบาลอย่างดี (เทอร์ริ ภรรยาของเขาก็เคยทำงานด้านการดูแลสัตว์มาก่อนเช่นกัน)

          “ดูเจ้าก้อนขนนี่สิ! นี่คือแดชครับ เขาเป็นหงส์จิ๋ว”

          “ไง เจ้าเป็ดวู้ด เป็นไงบ้างเพื่อน”

          “ผมอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันเลย”

          โรเบิร์ตอธิบายอาการของสัตว์บาดเจ็บหรือต้องการการรักษาแต่ละตัวพร้อมชมพวกมันไม่ขาดปากว่าน่ารัก ไม่ว่าจิงโจ้จะโดนรถชน โคอาลากำพร้าแม่ หรือเต่าทะเลป่วยเพราะกินพลาสติกจนเกินขนาด ที่นี่รับรักษาและปล่อยพวกเขาออกสู่โลกธรรมชาติได้ดังเดิมเพราะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อม ยังไม่นับโปรแกรมรับนักศึกษาสัตวแพทย์ฝึกงานหรือทัวร์โรงพยาบาล

          ถ้าผู้ชมทางบ้านอยากจะเข้าร่วมโปรแกรมบริจาคเพื่อรับสัตว์บุญธรรม (โดยไม่ต้องรับไปเลี้ยงที่บ้านจริงๆ) ที่สวนสัตว์มีวิลเลียม (ชีตาร์)  ลูคัส (ม้าลาย) เนลสัน (สิงโตสุมาตรา) ดีเจ (แรด) มอลลี (เมียร์แคท)  โคยา (โคอาลา) ฟอร์เรส (ยีราฟ)  และสารพันสัตว์ให้คุณเลือก โครงการดำเนินไปได้ด้วยงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งโปรแกรมการรับสัตว์บุญธรรมจะช่วยสนับสนุนการเพาะพันธุ์สัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ ฟื้นฟูร่างกาย แหล่งอาหาร และที่อยู่อาศัยที่สวนสัตว์ต้องเป็นฝ่ายจัดการ หากคุณอยากเป็นพ่อหรือแม่ของกราแฮม (จระเข้) ดาราแห่งสวนสัตว์ออสเตรเลียก็ย่อมได้

สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ออสเตรเลียของสตีฟ เออร์วิน
Photo: Australia Zoo

สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ออสเตรเลียของสตีฟ เออร์วิน
Photo: Australia Zoo

สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เพราะอะไรเราถึงต้องไปสวนสัตว์ออสเตรเลียของสตีฟ เออร์วิน
Photo: Australia Zoo

          อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมให้กับสวนสัตว์ออสเตรเลีย คือพวกเขามีจุดมุ่งหมายในการสานสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ที่แข็งแกร่งและสนุกสนาน มีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดแพ็กเกจเที่ยวสวนสัตว์เชิงสร้างสรรค์ 

          ที่นี่มีกิจกรรมจัดงานแต่งงานในหลายพื้นที่ในสวนสัตว์ บ่าวสาวจะเลือกให้มีจิงโจ้กระโดดมาระหว่างเข้าพิธี หรือซื้อแพ็กเกจขอแต่งงานโดยมียีราฟเป็นสักขีพยานก็ได้ 

          สำหรับเด็กๆ กิจกรรม Cake smash photoshoot ก็น่ารักสุดๆ เพราะเด็กเล็กๆ มีโอกาสเป่าเค้กข้างๆ เต่าหรือเจ้าก้อนกลม ตัวกินมดหนาม กิจกรรมเหล่านี้เป็นธุรกิจของสวนสัตว์และออกแบบมาบนพื้นฐานที่ว่ามนุษย์กับสัตว์สามารถเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันได้ ครอบครัวมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน ชุมชนได้รับรู้ว่าสัตว์ก็คือเพื่อนของพวกเขา

           สัตว์ที่เป็นผู้ล่าอย่างจระเข้หรือเสือสายพันธุ์ต่างๆ มีบทบาทที่สำคัญต่อระบบนิเวศ ความเข้าใจผิดของผู้คนที่คิดว่ามันเป็นภัยต่อมนุษย์ทำให้สัตว์เหล่านี้เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ หนึ่งในวิธีที่จะผดุงมันไว้คือการสนับสนุนการเรียนรู้ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจว่าสัตว์มีบทบาทที่สำคัญต่อโลกใบนี้ อาจจะยิ่งกว่าเราเสียอีก

          ครอบครัวเออร์วินจึงจัดทริปสำรวจสัตว์ป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พวกเขามีพื้นที่ที่ดูแลอยู่หลายแห่งบางแห่งก็กว้างเท่ากับขนาดของเมืองนิวยอร์กเลยก็ว่าได้ รวมถึงเข้าไปให้ความรู้กับเด็กๆ ตามโรงเรียนท้องถิ่นว่าเราจะอยู่อาศัยอย่างสันติร่วมกับจระเข้ได้อย่างไร ถ้าเรียนรู้พฤติกรรมของมันก็อาจจะเข้าใจ และไม่โดนมันทำร้ายเข้า!

          “เราไม่ได้เป็นเจ้าของโลกใบนี้ เราอาศัยโลกอยู่ และเราควรที่จะต้องแบ่งปันกันกับสัตว์ป่า” สตีฟ เออร์วินกล่าว

          “เราอยากมั่นใจว่างานที่พ่อทุ่มเทอย่างหนักจะได้รับการสานต่อในอนาคต แล้วฉันก็เชื่อว่าเขายังอยู่กับเราและอยู่ในใจเราตลอดไป” บินดี้ เออร์วิน (Bindi Irwin) ลูกสาวผู้ที่ถูกตั้งชื่อตามจระเข้ตัวโปรดของพ่อกล่าว

คลิปพาทัวร์สวนสัตว์ออสเตรเลีย

ติดตามคลิปสัตว์สนุกๆ จากสวนสัตว์ออสเตรเลียได้ที่ https://www.youtube.com/@australiazoo/videos

*เนื่องจากสวนสัตว์ออสเตรเลียมีเงื่อนไขในการใช้รูปครอบครัวเออร์วิน ผู้อ่านสามารถตามไปดูรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.australiazoo.com.au/


ที่มา

บทความ “How Steve Irwin’s Son Robert Irwin Is Different From His Dad” (Online)

บทความ “Zoo” (Online)

เว็บไซต์ Australia Zoo (Online)  

เว็บไซต์ Robert Irwin Photos (Online)

เว็บไซต์ Wildlife Warriors (Online)

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก