ในปี 2020 หลายโรงเรียนในสหรัฐฯ ประสบปัญหาจากการระบาดของโควิด ไม่เพียงแต่นักเรียนจะไม่สามารถเข้าเรียนกับคุณครูในชั้นเรียนได้ พวกเขายังไม่อาจเข้าถึงหนังสือในห้องสมุดซึ่งจำเป็นต้องอ่านเพื่อตามให้ทันเนื้อหาในวิชาเรียนได้ หนึ่งในโรงเรียนที่ประสบเหตุการณ์น่ากังวลนี้คือบรรดาโรงเรียนในเครือมณฑลแฟรงก์ลินในนอร์ธแคโรไลนา ทั้งการปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนอย่างไม่มีกำหนด ซ้ำเติมด้วยอุปสรรคด้านการขนส่ง กดดันให้เหล่าเจ้าหน้าที่ต้องพยายามหาทางนำทรัพยากรในการเรียนรู้ไปถึงมือเด็กนักเรียนด้วยวิธีการที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และไม่เสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด
และสิ่งที่เข้ามาช่วยกอบกู้การเรียนรู้ของเด็กๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ คือ Sora แพลตฟอร์มการอ่านที่ออกแบบมาสำหรับเด็กนักเรียนระดับ K-12 หรือระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2018 และเชื่อมโยงทรัพยากรออนไลน์ไว้มากมาย ทำให้โรงเรียนสามารถสื่อสารและกระจายทรัพยากรการเรียนรู้ทางออนไลน์ให้เด็กๆ ได้โดยไร้สัมผัส และพวกเขาก็สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ที่บ้านและทุกๆ ที่
“เราต้องหาทางทำให้เด็กๆ มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับเนื้อหาการเรียนการสอนในรายวิชาต่างๆ โดยที่พวกเขาไม่ต้องมายืมหรือคืนหนังสือเป็นเล่มๆ ต้องเป็นวิธีการเผยแพร่ข้อมูลที่ดี ปลอดภัย และไม่กระทบต่อสุขอนามัยของเด็กๆ แล้วเราก็ใช้ Sora เพื่อการนี้” โลโทยา สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านระดับระดับมัธยมศึกษาแห่งเครือข่ายโรงเรียนในมณฑลแฟรงก์ลินกล่าว
แต่ Sora ไม่ได้มีดีแค่การเป็นสะพานเชื่อมโยงหนังสือไปยังเด็กๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ และไม่ใช่แค่ฮีโร่จำเป็นในสถานการณ์คับขัน เพราะแม้วิกฤตโรคระบาดโควิดจะบรรเทาเบาบางจนเรียกว่ากลับคืนสู่สภาวะปกติ แต่ Sora ก็ยังเป็นฮีโร่ที่จำเป็นในการเรียนรู้ของโรงเรียนยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชันอันหลากหลายที่ช่วยดึงเด็กๆ ให้กลับมาพัฒนาทักษะการอ่านที่น่ากังวลว่าอาจถดถอยลงไปตามยุคสมัย
เห็นได้จากข้อมูลผลการประเมินพัฒนาการด้านการศึกษาระดับชาติของสหรัฐฯ ในปี 2024 ซึ่งชี้ให้เห็นว่านับแต่ปี 2019 เด็กนักเรียนเกรด 4 และเกรด 8 ยังคงมีคะแนนการอ่านที่ตกต่ำลงไปถึง 5 คะแนน การที่เด็กๆ ขาดทักษะในการอ่านนั้นรวมถึงความสามารถในการทำความเข้าใจสิ่งที่อ่านได้น้อยลง จึงเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทักษะการเรียนรู้อื่นๆ ด้วย นั่นทำให้โรงเรียนและนักการศึกษาทั่วประเทศต้องหันมาขบคิดและหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

แพลตฟอร์มหนังสือที่ช่วยเรียนรู้การอ่าน
หากฟังเผินๆ Sora อาจดูเหมือนแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อีบุ๊กทั่วไป ทว่า Sora เป็นมากกว่านั้น เพราะ Sora รวบรวมเครื่องมือแก้ไขปัญหาด้านการเรียนรู้ที่คิดมาครบแล้วเพื่ออำนวยความสะดวกให้โรงเรียน คุณครู บุคลากรรัฐที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และบรรดานักเรียนซึ่งเป็นตัวละครหลัก
Sora คือแพลตฟอร์มการอ่านที่ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2018 เพื่อช่วยให้นักเรียนสนุกกับการอ่านหนังสือมากขึ้น และออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรหนังสือหลากหลายรูปแบบ ทั้งอีบุ๊ก นิตยสาร หนังสือเสียง นิยายภาพ ฯลฯ ของห้องสมุดชุมชน เข้ากับระบบฐานข้อมูลนักเรียนของโรงเรียน ไปถึงหน้าจออุปกรณ์ส่วนตัวของนักเรียน ผลก็คือนวัตกรรมการศึกษาที่ช่วยปลดล็อกและทลายกำแพงด้านพื้นที่และงบประมาณไป
ห้องสมุดสาธารณะหรือห้องสมุดโรงเรียนในอดีตที่อาจมีหนังสืออยู่จำกัด ทำให้เด็กๆ พลาดโอกาสหนังสือที่พวกเขาสนใจอ่านหรือจำเป็นต้องอ่านเพื่อประกอบวิชาเรียน แต่ Sora ทำให้พวกเขาเข้าถึงหนังสือเหล่านี้ได้ ข้อมูลการอ่านของนักเรียนยังป้อนกลับเข้าไปที่ฐานข้อมูลโรงเรียนและครูผู้สอนอาจเปิดดูเพื่อวิเคราะห์พัฒนาการเป็นรายบุคคล และช่วยแนะนำการอ่าน สุดท้ายแล้วการที่มีหนังสือใกล้มือเด็กเสมอ และมีคุณครูที่รู้ข้อมูลการอ่านของพวกเขา ก็จะช่วยให้เด็กๆ พัฒนาทักษะการอ่านได้ทุกที่ มั่นใจในการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน และเริ่มอ่านหนังสือในเวลาว่างมากขึ้น
แต่นวัตกรรมทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ เพราะ Sora เป็นหนึ่งในบริการที่ดำเนินการภายใต้บริษัท OverDrive บริษัทผู้ให้บริการด้านการจัดจำหน่ายอีบุ๊ก ซึ่งดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1986 โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้แปลงหนังสือกฎหมายให้เป็นดิจิทัล ต่อมาจึงจัดจำหน่ายไฟล์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบแผ่นดิสก์ จนกระทั่งกลายมาเป็นผู้จัดจำหน่ายอีบุ๊ก ซึ่งตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ดำเนินกิจการมานี้ OverDrive ได้สานสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นต่อบรรดาห้องสมุด สำนักพิมพ์ และโรงเรียนทั่วประเทศ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบริการของ Sora จึงผุดขึ้นจากไอเดียแล้วทะยานขึ้นเป็นบริการที่ตอบโจทย์ทุกๆ ฝ่ายได้อย่างไร้รอยต่อ จนปัจจุบันมีโรงเรียนมากกว่า 50,000 แห่งทั่วโลกใช้งาน Sora เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน และ Sora ยังได้รางวัลด้าน EdTech หรือเทคโนโลยีการศึกษาด้านการอ่านออกเขียนได้ เป็นนวัตกรรมดีเด่นของนิตยสาร TIME ประจำปี 2019 อีกด้วย
เชื่อมแพลตฟอร์ม-ห้องสมุด-โรงเรียนในที่เดียว
แล้ว Sora มีดีอะไร ทำไมหลายๆ โรงเรียนถึงใช้งานกัน จุดเด่นอย่างแรกคือตัวเลือกทรัพยากรจำนวนมหาศาลที่โรงเรียนสามารถเลือกเพิ่มเข้ามาในห้องสมุดได้ หรืออาจเชื่อมโยงกับห้องสมุดสาธารณะในท้องถิ่นที่เป็นพันธมิตรกันได้เลย ทั้งยังมีแคตตาล็อกที่รวบรวมหนังสือแนะนำตามหมวดหมู่หรือตามวิชาเรียนซึ่งทาง Sora ได้รับคำปรึกษาจากผู้จัดทำและให้บริการด้านการวางหลักสูตรชั้นนำจากภายนอก
เนื่องจาก Sora ก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเรียนรู้ ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มอีบุ๊กทั่วไป ภายในเว็บหรือแอปพลิเคชันจึงเน้นไปที่การช่วยพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ การแนะนำคำศัพท์ และเครื่องมือจดบันทึกภายในแอปที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลแต่ละรายวิชาของโรงเรียนได้ นอกจากนี้ Sora ยังช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากร เพราะนักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงเรียน ที่บ้าน หรือห้องสมุดสาธารณะที่เข้าร่วม แม้นักเรียนคนใดไม่มีอินเทอร์เน็ต พวกเขายังสามารถมาใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่โรงเรียนเพื่อดาวน์โหลดหนังสือเก็บไว้ในเครื่องแล้วกลับไปอ่านต่อที่บ้านได้ และแพลตฟอร์มได้รับการออกแบบมาสำหรับทุกคน จึงใช้งานง่าย ไม่ต้องเรียนรู้ขั้นตอนให้ซับซ้อน เป็นเพียงปุ่มกดไม่กี่ปุ่มที่ลองใช้ไม่นานก็จะเข้าใจได้ทันที
นอกจากความสะดวกแล้ว Sora ยังเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพราะด้วยการเชื่อมโยงระบบของ Sora เข้ากับการล็อกอินผ่านระบบภายในของโรงเรียนแต่ละแห่ง นักเรียนจะสามารถล็อกอินเข้าใช้งานได้โดยยังคงความเป็นส่วนตัวไว้ โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ เพื่อสมัครสมาชิกและบัญชีแยก หรือหากโรงเรียนใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้อื่นๆ อย่าง Google Classroom, ClassLink, และ Schoology ก็สามารถเชื่อม Sora เข้าไปได้ทันที
ปัจจุบัน กลุ่มผู้สมัครใช้บริการสามกลุ่มใหญ่ ได้แก่ โรงเรียน ห้องสมุด และหน่วยงานการศึกษาของรัฐท้องถิ่น ซึ่ง Sora ก็ตอบสนองความต้องการของแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไปในแต่ละระดับขนาดความสนใจ
ช่วยคุณครูและโรงเรียน ตัดสินใจแบบมีข้อมูล
มองจากฝั่งผู้สอน นักวางแผนการศึกษา และโรงเรียน ข้อมูลการอ่านของนักเรียนจะส่งกลับมาเป็นสถิติให้พวกเขาได้วิเคราะห์และหาทางปรับปรุงการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้เด็กๆ บรรลุเป้าหมายในการอ่านได้ดีขึ้น ทั้งยังได้เห็นข้อมูลภาพรวมว่าเด็กๆ ส่วนใหญ่สนใจอ่านหนังสือในหมวดใด ในอนาคตควรซื้อทรัพยากรที่มีเนื้อหาแบบไหนเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงใจกลุ่มผู้อ่านมากที่สุด
ในแง่การเรียนการสอน คุณครูยังสามารถตั้งรายการหนังสือประจำแต่ละวิชา และคอยตรวจสอบได้ว่านักเรียนในชั้นอ่านหนังสือครบตามที่กำหนดให้อ่านแล้วหรือไม่ หรือติดปัญหาตรงไหน เพื่อจะได้เข้าไปสนับสนุนได้ทันท่วงที ไม่ทำให้เด็กๆ รู้สึกรั้งท้าย จนเสียความมั่นใจในตัวเองและไม่กล้ามีส่วนร่วมกับกิจกรรมในห้องเรียน ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้ในระยะยาว
คุณครูยังสามารถตั้งเป้าหมายการอ่านให้กับเด็กๆ ในชั้นเรียนเพื่อสร้างเป็นระบบเกมและให้รางวัลการอ่านที่บรรลุเป้าหมายภายในแอปได้ ทำให้เด็กๆ รู้สึกดีกับการอ่าน ว่าอ่านแล้วได้รางวัล มากกว่าอ่านเพราะโดนบังคับให้ต้องอ่านหรือจะโดนลงโทษหากไม่อ่าน ข้อมูลที่คุณครูได้กลับมาจากตัววัดความคืบหน้าดังกล่าวนั้นยังช่วยชี้จุดที่จะชวนนักเรียนแต่ละคนคุยเพื่อหารือกันเรื่องการปรับเป้าหมายการอ่านให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลด้วย
เมื่อโรงเรียนเข้าร่วมใช้บริการของ Sora แล้ว สิ่งที่นักเรียนและคุณครูต้องทำก็เพียงล็อกอินโดยใช้บัญชีล็อกอินของโรงเรียนตัวเองได้เลย จากนั้นคุณครูก็จะวางเป้าหมายการอ่านให้กับนักเรียนในชั้น เมื่อนักเรียนเปิดแอปพลิเคชันมาในอุปกรณ์ของตัวเองแล้วก็สามารถปรับแต่งหน้าตาของแอป ทั้งขนาดตัวอักษร แบบอักษร สีพื้นหลัง ความเร็วของการอ่านออกเสียง ให้เหมาะกับตัวเองได้ตามใจชอบ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเพื่อนก็ได้
“ในฐานะบรรณารักษ์ เราพยายามทำให้คอลเล็กชันของเราเข้าถึงได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ และฟีเจอร์ที่ช่วยในการเข้าถึงเหล่านี้ก็ทำให้การอ่านเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับนักเรียน ทำให้นักเรียนแต่ละคนสามารถปรับแต่งหน้าตาของหนังสือที่อ่านให้เหมาะกับตัวเองเป็นรายบุคคลไป เด็กๆ ชอบการปรับแต่งพวกนี้มาก” ไครา เบรนเนน บรรณารักษ์หลักของห้องสมุดแห่งโรงเรียนประถม Highcroft Ridge กล่าวชื่นชมฟีเจอร์นี้ของ Sora ซึ่งเธอมองว่ามีส่วนช่วยให้นักเรียนอ่านหนังสือในแบบที่ตัวเองถนัดได้ไหลลื่นขึ้นมาก
เมื่อนักเรียนอ่านหนังสือต่างๆ ข้อมูลจะส่งขึ้นมาในระบบ Sora และครูผู้สอนสามารถใช้แดชบอร์ดดูข้อมูลการอ่านของนักเรียนได้ ซึ่งจะทำให้ได้รู้ว่านักเรียนแต่ละคนมีส่วนร่วมกับการอ่านที่ได้รับมอบหมายอย่างไร ตัวอย่างสถิติที่ได้ เช่น หนังสือที่เปิดอ่าน จำนวนครั้งที่มีการอ่านหนังสือ เวลาที่ใช้ในการอ่าน ค่าเฉลี่ยของเวลาที่ใช้ในการอ่านแต่ละครั้ง และค่าเฉลี่ยเวลาอ่านต่อหนังสือหนึ่งเล่ม และเป้าหมายที่บรรลุ ซึ่งคุณครูสามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อพูดคุยกับผู้ปกครองเรื่องความก้าวหน้าในการอ่านของนักเรียนได้
“เรารู้ว่าทุกวันนี้พวกนักเรียนใช้ Sora อยู่จริงๆ ดูได้จากข้อมูลการใช้งาน และยิ่งมีแดชบอร์ดนักเรียนแบบใหม่ เราก็สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ จากข้อมูลได้ (data-driven desicions) เพื่อส่งเสริมเป้าหมายด้านการอ่านออกเขียนได้ต่อไป” แองเจลา เดเกิล หัวหน้าแผนกให้บริการห้องสมุดแห่งเครือโรงเรียนรัฐมิลลาร์ดในโอมาฮา รัฐเนบราสกากล่าว
เธอเสริมว่า “อย่างน้อยที่สุด พวกคุณครูก็จะได้รู้กันแล้วว่านักเรียนอ่านหนังสือที่สั่งไปไหม ไม่ต้องนั่งเดาอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงไปใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่าง Sora นับแต่ช่วงโควิดนี้ทำให้เหล่านักการศึกษาพบหนทางใหม่ๆ ในการช่วยให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายการอ่านได้ดีขึ้น ข้อมูลเหล่านี้ทั้งสมเหตุสมผลและนำไปปฏิบัติได้จริง”
สำหรับหน่วยงานรัฐที่ดูแลบรรดาโรงเรียนในเขต ข้อมูลเหล่านี้ยิ่งทวีคูณ เห็นเป็นภาพรวมระดับเขต พวกเขาสามารถดูข้อมูลสถิติภาพรวมการอ่านของเด็กๆ จากโรงเรียนในเครือได้ และนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงการให้บริการสนับสนุนและวางแผนการศึกษาจากภาครัฐต่อไป เป็นการส่งเสริมจากรากฐานไปจนถึงระดับการบริหารจากภาครัฐจนครบองค์

ออกแบบมาเพื่อเด็กทุกคน
ในมุมของนักเรียน นอกจาก Sora จะมีทั้งอีบุ๊ก หนังสือเสียง นิตยสาร หนังสือภาพ ยังมีโหมดการอ่านออกเสียงไปพร้อมกับคำบนหน้าจอที่ช่วยให้เด็กๆ วัยหัดอ่านได้เรียนรู้คำศัพท์ไปพร้อมๆ กับการฟังเสียงได้ด้วย Sora จึงตอบโจทย์เด็กนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมักถูกมองข้ามไปในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นั่นคือเด็กๆ ที่มีความต้องการพิเศษ บางครั้งพวกเขาประสบปัญหาไม่อาจอ่านหนังสือได้เอง การที่ Sora นำเสนอทางเลือกการเรียนรู้ในแบบที่พวกเขาสามารถทำได้อย่างหนังสือเสียงและระบบช่วยอ่านจึงทำให้เด็กเหล่านี้สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับเพื่อนร่วมชั้นได้ ไม่กลายเป็นเด็กหลังห้องที่ตามเพื่อนไม่ทันจนกลายเป็นปัญหาในการปรับตัวเข้าสังคม
นอกจากนี้ Sora ยังตอบโจทย์เด็กนักเรียนสัดส่วนจำนวนไม่น้อยในสหรัฐฯ ที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เพราะมีหนังสือหลายภาษาซึ่งนักเรียนเหล่านี้สามารถเลือกอ่านผ่านภาษาที่ตัวเองถนัดได้เลย และทาง Sora ยังมีบริการให้คำปรึกษาโรงเรียน เรียกว่า Diversity audit ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าไปสำรวจตรวจสอบรายการหนังสือในแคตตาล็อกของโรงเรียนหรือห้องสมุดว่าคำนึงถึงความหลากหลายของนักเรียนเพียงพอหรือไม่ หรือควรสั่งหนังสือใดมาเพิ่มเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มนักเรียนที่มีภูมิหลังและความสนใจหลากหลาย
เบ็กกี้ สนิฟเฟน บรรณารักษ์ที่โรงเรียนทางเลือก Pioneer Valley Chinese Immersion ในรัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวว่า “นักเรียนของเราร้อยละ 21 ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเมื่ออยู่ที่บ้าน ภาษาที่พวกเขาใช้สื่อสารที่บ้านรวมแล้วประกอบด้วย 22 ภาษา แต่โรงเรียนไม่อาจรวบรวมหนังสือจากทั้งภาษาสเปน อูรดู ฝรั่งเศส รัสเซีย ทิเบต ฯลฯ ไว้ในห้องสมุดของโรงเรียนทั้งหมดในคราวเดียวได้ Sora จึงมีประโยชน์กับพวกเราที่นี่เช่นกัน นอกจาก Sora จะมีหนังสืออีบุ๊ก หนังสือเสียง นิตยสารในหลายภาษาแล้ว นักเรียนยังสามารถใช้ส่วนเสริมของเบราว์เซอร์เพื่อแปลหน้าอีบุ๊กภายในแอป Sora ให้เป็นภาษาที่พวกเขาใช้พูดคุยที่บ้านได้ด้วย”

นอกจากใช้อ่านหนังสือเป็นเล่มๆ แล้ว นักเรียนยังใช้ Sora ในการค้นคว้าเพื่อทำรายงานด้วย อย่างที่เวนีเชอ บาห์ร บรรณารักษ์ห้องสมุดมัธยมปลายแห่งโรงเรียนอเมริกันแห่งลอนดอน (American School in London หรือ ASL) อธิบายไว้ว่า “เด็กๆ ใช้ฟีเจอร์ภายใน Sora ทำเครื่องหมายและจดบันทึกไว้ในหนังสือ ช่วยในการเขียนความเรียงและค้นหาข้อความจากหนังสือต่างๆ เพื่อยกมาใช้สนับสนุนในข้อเขียนของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เด็กๆ ยังจดบันทึกและขีดไฮไลต์ในหนังสือที่พวกเขาอ่านเป็นการบ้าน จากนั้นก็ส่งออก (export) ข้อมูลเหล่านั้นไปเก็บไว้ เพื่อนำมาทบทวนซ้ำได้เสมอ แม้ว่าจะคืนหนังสือดิจิทัลเล่มนั้นไปแล้ว”
การใช้ Sora ที่ทำให้การอ่านทั้งง่ายและเป็นเรื่องสนุก ทำให้เด็กๆ เริ่มขยับขยายจากการอ่านเพื่อการเรียนมาเป็นการอ่านเพื่อความเพลิดเพลินในเวลาว่าง ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งในส่วนนี้ Sora ยังช่วยสนับสนุนบุ๊กคลับของบรรดานักเรียน ทำให้พวกเขาสามารถเลือกหนังสือที่จะใช้พูดคุยกันในบุ๊กคลับแจกจ่ายให้กับสมาชิกทุกคนได้อ่านกันถ้วนหน้า ไม่ต้องมีใครติดปัญหาว่าหาหนังสือไม่ได้ หรือมีคนยืมไปจนหมดโควตาห้องสมุดแล้ว
นอกจากบริบทในโรงเรียนแล้ว Sora ยังช่วยดึงบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมกับการอ่านในแพลตฟอร์ม พ่อแม่สามารถบันทึกข้อมูลการอ่านของตัวเองลงไปได้ด้วย ช่วยเสริมนิสัยการอ่านถึงในครัวเรือน
เอมิลี มัซซูลลา ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่โรงเรียนอเมริกันแห่งลอนดอนบอกว่าเธอชอบแอป Sora มาก “ฉันฟังหนังสือเสียงไปด้วยระหว่างไปวิ่งหรือทำงานบ้าน ใช้ง่าย แถมยังฟรีด้วย” ซึ่งการที่พ่อแม่หันมาอ่านหนังสือก็จะช่วยผลักดันให้เด็กๆ ชอบใช้แอปนี้ไปพร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะในรั้วโรงเรียนเท่านั้น และนั่นคือการสร้างนักอ่านตัวยงตลอดชีวิตขึ้นมาอย่างยั่งยืน

ที่มา
Beeck, Nathalie op de. “Student Reading App Sora Reports on Digital Literacy Trends.” Publishers Weekly. May 16, 2023. (Online)
Discover Sora. “About Sora: Where Students Read.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Admins: Strengthen Reading Outcomes.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Australia & New Zealand: Student Reading Made Easy with Sora.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Case Study: How Audiobooks Improve IEP Outcomes.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Case Study: International School Digital Reading Success.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Case Study: School + Public Library Access.” n.d. (Online)
Discover Sora. “IEP Support & Accessibility in Sora.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Librarians: Build a Collection Every Student Loves.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Multilingual Learner Digital Reading Platform.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Sora: Digital Reading Platform for Global & International Schools.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Sora: Stories That Inspire | Ebooks, Audiobooks & More.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Student Reading Motivation Strategies.” n.d. (Online)
Discover Sora. “Teachers: Elevate Reading in Your Classroom.” n.d. (Online)
Our World in Data. “Nearly Half of Teenagers Globally Cannot Read with Comprehension.” October 10, 2023. (Online)
OverDrive. “2023-2024 Delaware Case Study.” n.d. (Online)
OverDrive. “How the American School in London Uses Sora to Support Reading Success – Global Sora Spotlight.” April 29, 2025. (Online)
OverDrive. “Who Is OverDrive and What Do They Do?” n.d. (Online)
Sora. “2023-2024 Sora Annual Report.” n.d. (Online)
Sora Reading App. “Access for Every Reader: How Sora Serves Every Student.” 2023. (Online)
Staff, OverDrive. “Sora Student Reading Dashboard Powers Teaching Intervention and Insight.” OverDrive. September 30, 2021. (Online)
The Learning Counsel. “Sora Gives Students Age-Appropriate Access to Ebooks, Audiobooks, Read-Alongs, Magazines and More.” 2023. (Online)


