Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว

581 views
12 mins
December 29, 2025

          สุดปลายถนนรอยัลไมล์ ในย่านเมืองเก่าของเอดินบะระ มีกำแพงรัฐสภาสก็อตแลนด์ที่ประดับด้วยถ้อยคำจากกวี ทั้งบทเสียดสีการเมืองของ อลัน แจ็กสัน (Alan Jackson) ไปจนถึงคำประกาศความสำคัญทางศีลธรรมด้านการอนุรักษ์ของจอห์น มิวร์ (John Muir)  

          สก็อตแลนด์ให้ความสำคัญกับกวีอย่างลึกซึ้ง และไม่ได้มองเป็นเพียงศิลปะของการร้อยเรียงคำให้มีความหมายจับใจและสวยงาม แต่ยังถือว่ากวีเป็น ‘ผู้รักษาไว้ซึ่งเสียงของชาติ’ 

          เพราะมีกวีที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยที่ใช้ภาษา ‘สก็อต’ และ ภาษา ‘แกลิก’ อันเป็นภาษาอัตลักษณ์พื้นถิ่นของสก็อตแลนด์ เช่น โรเบิร์ต เบิร์นส กวีแห่งชาติสก็อตแลนด์ ผลงานของเขาได้รับการยกย่องจากการใช้ภาษา ‘สก็อต’ ช่วยรักษามรดกทางภาษาของประเทศเอาไว้ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของผู้คน และจิตวิญญาณของชาวสก็อตแลนด์

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
กำแพงแคนอนเกต (Canongate Wall) หน้ารัฐสภาสก็อตแลนด์ บรรจุบทกวีและถ้อยคำสำคัญของชาวสก็อตแลนด์
Photo: B, CC BY-NC-SA 2.0, via Flickr

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
Photo: Alf van Beem, CC0, via Wikimedia Commons
Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
Photo: John Lord from Edinburgh, Scotland, CC BY 2.0, via Wikimedia Commons

          บทกวีของเบิร์นสยังมีธีมที่จับต้องได้ในระดับสากล เนื่องจากเขาสื่อสารถึงความเห็นอกเห็นใจ ความเท่าเทียม และอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ มันจึงมีส่วนสำคัญในการทำให้รัฐหันมาสนใจการอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมผ่านบทกวี ในปี 2004 

          รัฐบาลสก็อตแลนด์ได้แต่งตั้งตำแหน่ง ‘Scots Makar’ หรือ ‘กวีแห่งชาติสก็อตแลนด์’ ที่จะทำหน้าที่เป็นทูตทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการใช้บทกวีในชีวิตของชาวสกอตแลนด์ทุกเพศทุกวัยและทุกสาขาอาชีพ 

          ไม่เพียงเท่านั้น ในสก็อตแลนด์ยังมีพื้นที่สำคัญที่สนับสนุนงานกวี สถานที่นี้ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกับเมืองเก่าของเอดินบะระ นั่นคือ ห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์ (Scottish Poetry Library — SPL) 

          SPL ถือกำเนิดขึ้นจากความฝันของ เทสซา แรนส์ฟอร์ด (Tessa Ransford) กวีและนักเคลื่อนไหวที่เล็งเห็นว่าห้องสมุดสาธารณะส่วนใหญ่มักไม่มีงบประมาณพอที่จะรวบรวมงานกวีได้มากไปกว่างานของกวีชื่อดังเพียงไม่กี่คนในศตวรรษที่ 20 ไม่ต้องนึกถึงวงการสิ่งพิมพ์ที่ไม่มีแรงจูงใจทางการตลาดสำหรับจัดพิมพ์หรือโปรโมตงานกวีเลย แรนส์ฟอร์ดคิดว่าห้องสมุดควรจะเป็น ‘ศูนย์กลาง’ ที่เก็บรวบรวมรักษาผลงานและคอยกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความสนใจกวีไปในเวลาเดียวกัน

          จากจุดเริ่มต้นที่มีหนังสือเพียง 300 เล่มโดยใช้พื้นที่เล็กๆ ในบ้านที่ตั้งอยู่บนถนนรอยัลไมล์ในเขตเมืองเก่าของเอดินบะระ ปัจจุบันเครือข่ายกวีของห้องสมุดแห่งนี้ได้ขยายมาสู่อาคารใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นคลังกวีโดยเฉพาะ รวบรวมผลงานกว่า 46,000 รายการ ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่หนังสือกวีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเทปบันทึกเสียง วิดีโอ หนังสือวิจารณ์บทกวี เอกสารอ้างอิงด้านกวี ข่าวตัดจากหนังสือพิมพ์ และวารสารต่างๆ ครอบคลุมทั้งภาษาแกลิกสก็อต—ภาษาดั้งเดิมที่สก็อตแลนด์ และภาษาอังกฤษ  พร้อมกิจกรรมที่สร้างเครือข่ายอันมั่นคงให้กับกวีในสก็อตแลนด์และประเทศอื่นๆ 

          ที่นี่จึงเป็นทั้งคลังกวีที่สะท้อน ‘หัวใจและจิตวิญญาณของสก็อตแลนด์’ และ ‘อนุรักษ์มรดกทางกวีนิพนธ์ของชาติ’ ไปพร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้อ่านหลากหลายเข้าถึงมรดกทางวัฒนธรรมได้ เพราะหัวใจสำคัญของการสร้างที่ทางอันมั่นคงให้บทกวี คือการสนับสนุนให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงมันได้ 

          ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จะยากดีมีจน เป็นคนที่ไม่มีองค์ความรู้ในการอ่านบทกวี หรือเป็นกลุ่มคนชายขอบที่ไม่มีต้นทุนใดๆ แต่ห้องสมุดแห่งนี้ก็พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้และเข้าถึงศิลปะของบทกวี

          ‘ยิ่งเรามีจินตนาการมากเท่าใด เราก็จะยิ่งมีความเมตตากรุณามากขึ้นเท่านั้น’ 

          คือคำกล่าวของ จอห์น เบิร์นไซด์ (John Burnside) กวีชาวสก็อตแลนด์ เจ้าของรางวัล T.S. Eliot Prize รางวัลบทกวีที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่มอบให้กับกวีชาวอังกฤษและกวีที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร คำกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ SLP นำมาเป็นวิสัยทัศน์ของห้องสมุด เพราะการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบทกวีกับคนทุกกลุ่ม คือการเพิ่มจินตนาการในความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในชีวิต และเชื่อมร้อยผู้คนที่แตกต่างให้เข้าอกเข้าใจกัน 

          และนี่คือวิธีการทำงานของห้องสมุดด้านกวีเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่พยายามผลักดันให้คนได้เปิดกว้างถึงจินตนาการใหม่ๆ ผ่านความรุ่มรวยของภาษาและวัฒนธรรมที่สวยงาม

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
ห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์
Photo: Scottish Poetry Library

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่นำผู้คนและบทกวีมาพบกัน

          บนถนนรอยัลไมล์ มีคำกล่าวว่า ที่นี่รุ่มรวยไปด้วยการรวมตัวทางวัฒนธรรม เพราะเป็นย่านที่เต็มไปด้วยสมาคมวรรณกรรมและสำนักพิมพ์ ตลอดแนวถนนมีทั้งบริเวณซึ่งที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์นักเขียน และหากเดินไปจนถึงปลายสุดถนนซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภา ก็จะพบกับกำแพงซึ่งจารึกบทกวีเอาไว้ รวมถึงมีป้ายรายชื่อนักเขียนชาวสก็อตแลนด์เรียงรายอยู่รอบนอก ที่สำคัญ คือ บนถนนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของห้องสมุด Scottish Poetry Library ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นอาคารที่ได้รับรางวัลทางสถาปัตยกรรม

          ก่อนที่ห้องสมุดจะได้รับการขยายใหญ่ขึ้นตามการเติบโตของกวี มีวลีหนึ่งที่เขียนเอาไว้บนธรณีประตูของสำนักงานเดิม Scottish Poetry Library ว่า ‘เรามีชีวิตอยู่ได้เพราะใบไม้’ (‘by leaves we live’) 

          เจ้าของวลีนี้คือ แพทริก เกดเดส (Patrick Geddes) นักวิทยาศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ และนักวางผังเมืองชาวสก็อตแลนด์ ผู้ที่เทสซา แรนส์ฟอร์ดยึดถือเป็นบุคคลตัวอย่างในการใช้ชีวิต

          เธอจึงนำความคิดของเกดเดสมาสร้างเป็น ‘ใบไม้’ ที่แกะสลักบนพื้นหินทางเข้าห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์ (ปัจจุบันได้ย้ายไปไว้ที่อื่นแล้ว) และเมื่อโลกเคลื่อนสู่ดิจิทัล ในที่สุดวลีนี้ก็ยังกลายเป็นแฮชแท็กในทวิตเตอร์ของห้องสมุดด้วย

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
Photo: Scottish Poetry Library, CC BY 2.0, via Flickr

          ว่าแต่ทำไมมันถึงสำคัญ? 

          โรบิน มาร์แซ็ค (Robyn Marsack) ผู้อำนวยการห้องสมุดอธิบายว่า ‘เรามีชีวิตอยู่ได้เพราะใบไม้’ ประโยคอันลึกซึ้งนี้สะท้อนว่า มนุษย์เป็นสายพันธุ์ที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เราจำเป็นต้องดูแลทุกด้านของโลกที่มีชีวิต เสมือนใบไม้และกิ่งก้านที่เชื่อมร้อยต่อกันในต้นไม้เดียวกัน ในอีกแง่หนึ่ง ‘ใบไม้’ ยังเป็นการอุปมาถึง ‘หน้ากระดาษหนังสือ’ ผู้คนดำรงอยู่ได้ด้วยการ ‘พลิกหน้ากระดาษต่างๆ’ ที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเรา

          สำหรับ Scottish Poetry Library คุณค่าของการ ‘มีชีวิตอยู่ได้เพราะใบไม้’ คือการที่มนุษย์พึ่งพาอาศัยและเชื่อมร้อยกันได้ผ่านหน้ากระดาษ โดยเฉพาะหน้ากระดาษที่ประกอบด้วยบทกวี  

          ภารกิจหลักของห้องสมุดจึงเป็นการนำผู้คนและบทกวีมาพบกัน ผ่านการให้บริการ ‘ยืม’ หนังสือเกี่ยวกับกวีกว่า 46,000 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลงานใน ‘ระดับชาติ’ เพราะรวบรวมผลงานของกวีคนสำคัญของสก็อตแลนด์เอาไว้ เช่น โรเบิร์ต เบิร์นส์ กวีแห่งชาติผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ของสก็อตแลนด์, แครอล แอนน์ ดัฟฟี่ กวีหญิงคนแรกและกวีรางวัลลอเรตชาวสก็อตแลนด์คนแรกในประวัติศาสตร์ 400 ปี 

          แต่การนำเสนอกวีให้คนเข้าถึง ย่อมไม่ใช่แค่เปิดตัวหนังสือแบบโดดๆ ให้คนกระโจนเข้ามา 

          หากคุณเข้าไปห้องสมุดแห่งนี้ เราจะพบกับการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ฟัง ‘เสียง’ ของกวีจากผู้แต่ง ซึ่งมีทั้งคลังบันทึกเสียงที่ฟังได้จากออนไลน์และพื้นที่ร่วมกันอ่าน ฟัง และพูดคุยกับนักกวีที่มาเยือนห้องสมุด 

          ‘กวีภาพ’ (Concrete Poetry) การใช้ตัวอักษรของกวีมาจัดเป็นภาพตามหัวข้อของกวีนั้นๆ ถือเป็นรูปแบบหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์มายาวนานในสก็อตแลนด์ และ SPL ก็มีคอลเลกชันของกวีภาพที่หลากหลาย และการนำเสนอกวีภาพก็อยู่ภายใต้กระบวนการศึกษาพฤติกรรมการอ่านของผู้คนอย่างเป็นระบบ 

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
บันทึกการอ่านกวีบนเทปคาสเซ็ตต์ในคอลเลกชันของห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์ ซึ่งมีสะสมถึง 300 เทปก่อนจะได้รับการถ่ายโอนมาสู่คลังดิจิทัลในเวลาต่อมา
Photo: Scottish Poetry Library

          ในปี 2009-2011 ห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์ได้สนับสนุนให้นักวิชาการได้เข้ามาศึกษาการอ่านกวีภาพในโครงการ ‘บทกวีที่เหนือกว่าตัวอักษร: วิสัยทัศน์ ข้อความ และการรับรู้’ (Poetry Beyond Text: Vision, Text and Cognition) นำวิธีการและทฤษฎีจากหลากหลายสาขา เช่น วรรณกรรมวิจารณ์ ทฤษฎีสุนทรียศาสตร์ จิตวิทยาการทดลอง ศิลปะวิจิตรศิลป์ และการปฏิบัติการสร้างสรรค์ มาใช้ในการศึกษาว่าผู้อ่านมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อผลงานที่เป็นลูกผสมระหว่างบทกวีกับภาพ หรือการผสมผสานระหว่างข้อความกับวิชวล จนได้ผลลัพธ์ที่นำไปต่อยอดการทำงานของห้องสมุด การสนับสนุนให้ศิลปินและกวีได้ทดลองผลิตผลงานที่ตอบโจทย์การอ่านดังกล่าว และพัฒนาศักยภาพการเล่าเรื่องแบบ ‘ลูกผสม’ 

          การเข้าถึงกวีระดับชาติยังรวมถึงระบบการค้นหาผลงานที่รวมจักรวาลกวีของสก็อตแลนด์เอาไว้ในห้องสมุดแห่งนี้ด้วย

          เมื่อคุณค้นหาชื่อของกวีคนใดคนหนึ่งในระบบ ไม่เพียงแต่คุณจะพบผลงานรวมเล่มของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึง งานของเขาที่ปรากฏในหนังสือรวมบทกวี (anthologies) ผลงานที่เขาเป็นบรรณาธิการหรือผู้แปล บทความหรือบทกวีที่เขาเขียนลงในนิตยสาร 

          กวีและผู้คนยังมาพบกันได้ในพื้นที่ห้องสมุดที่พวกเขาออกแบบให้ ‘ต้อนรับ’ คนทุกวัยอย่างอบอุ่น ทั้งมุมสำหรับนั่งอ่านกับเด็กๆ พื้นที่นั่งทำงานพร้อมชมวิวจากภายนอก มุมสงบสำหรับการศึกษาค้นคว้า พื้นที่พิเศษสำหรับการฟัง และห้องเก็บเสียงที่เหมาะให้คนได้เข้ามาอ่านออกเสียงและสร้างสนทนาได้โดยไม่ต้องกลัวรบกวนคนอื่น​ ในขณะเดียวกันก็มีพื้นที่สงบสำหรับการอ่านเงียบโดยเฉพาะ

          ฟังดูแล้วก็นับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึง ‘กวีแห่งชาติ’ โดยไม่ต้องเก็บรักษาไว้เฉพาะบนหิ้งใดๆ เลย แต่แน่นอนว่า สำหรับโลกแห่งกวี แม้จะมีห้องสมุดแล้ว ก็ใช่ว่าทุกคนจะเข้าถึงการอ่านหรือซึมซับความสวยงามของกวีได้ง่ายๆ ซึ่ง SPL รู้ดีว่ากวีเป็นหนึ่งในศาสตร์ที่อาศัยจังหวะในการทำความเข้าใจ และใช้ความลึกซึ้งบางอย่างในการรับรู้สุนทรียะของกวีอันทรงคุณค่า

          “ตอนที่เราย้ายห้องสมุดมาอาคารใหม่ที่ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะ เราหวังว่ารูปโฉมใหม่จะสะท้อนคำขวัญใหม่ของเรา นั่นคือ ‘นำผู้คนและบทกวีมาพบกัน’ เราพยายามพูดด้วยภาษาที่ตรงขึ้น มั่นใจขึ้น และมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานขึ้น” มาร์แซ็คระบุในบทความ เขากำลังใช้การปรับปรุงอาคารบอกเป็นนัยถึงการเปิดรับผู้คนให้เข้าถึงกวี 

          การทำงานของห้องสมุดยืนอยู่บน ‘สามเสาหลักการทำงาน’ นั่นคือ การเป็นสถานที่พักใจเพื่อส่งเสริมสุขภาวะ โดย SPL ร่วมมือกับห้องสมุดสาธารณะและภาคส่วนด้านสุขภาพ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่ใช้ ‘ถ้อยคำสร้างสรรค์’ เพื่อสุขภาพจิต และพัฒนาทรัพยากรส่งเสริมการรู้เท่าทันด้านสุขภาพ (health literacy) งานส่วนใหญ่ในด้านนี้จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูผู้คนออกมาจากช่วงโควิดที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ

          เสาหลักที่สองคือห้องสมุดต้องเป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจสำหรับทุกคนจากทุกเส้นทางชีวิต พวกเขาร่วมมือกับทูตวัฒนธรรม กวีประจำเมือง (city makars) เทศกาล และองค์กรศิลปะต่างๆ เพื่อขยายการเข้าถึงและนำเสนอผลงานของกวีที่มีความสามารถ และท้ายที่สุด SPL ต้องเป็นองค์กรหลักในสก็อตแลนด์ด้านการสร้างเส้นทางสู่บทกวี โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านการเรียนรู้ กลุ่มเยาวชน และองค์กรชุมชน เพื่อว่าจ้างกวีและพัฒนาโปรแกรมสร้างสรรค์ที่มีส่วนร่วม

          “ตัวอาคารที่เคยปิดทึบด้วยบานประตูไม้หนาหนักถูกแทนที่ด้วยกระจกมากมายเพื่อเปิดรับแสงและอากาศ และที่สำคัญ คือเปิดให้ผู้คนภายนอกมองเห็นสิ่งที่เราทำอยู่ภายใน เราเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรักบทกวี หรือรู้สึกอย่างเข้าถึงมัน แต่มีคนมากมายที่เมื่อได้รับบทกวีที่ ‘ถูกจังหวะ’ ในช่วงเวลาที่ใช่ พวกเขาก็จะเก็บรักษาการพบพานนั้นไว้ในใจอย่างล้ำค่า คำถามคือ แล้วเราจะทำให้เส้นทางนั้นง่ายขึ้นได้อย่างไร? คำตอบไม่ใช่การทำให้มัน ‘ตื้นเขิน’ แต่คือการ ‘เปิดออก’”

          ดังนั้น เรื่องสำคัญของการเปิดให้กวีไปถึงผู้คนจึงไม่ใช่แค่การทำให้มัน ‘น่าสนใจ’ แต่ห้องสมุดต้องเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์คุณค่าของผู้คนตามยุคสมัยด้วย 

          สังคมกำลังเผชิญปัญหาอะไร คนให้ความสำคัญกับสิ่งไหน SPL จะต้องเป็นทั้งพื้นที่และนำพากวีไปยึดโยงกับคุณค่าของผู้คนและสังคมได้ ภารกิจที่ห้องสมุดกวีนิพนธ์แห่งนี้ระบุไว้ในรายงานประจำปี จึงไม่ใช่แค่การรักษากวีทางประวัติศาสตร์ แต่คือการเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน พร้อมทั้งมุ่งมั่นในเปิดพื้นที่เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มคนชายขอบได้สื่อสารผ่านบทกวี

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
Photo: Chris Scott, CC BY-NC-SA 2.0, via Flickr

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
Photo: Chris Scott, CC BY-NC-SA 2.0, via Flickr

ใครจะรู้ว่าบทกวีคือเพื่อนคู่ใจยามยาก หากใช้มันเพื่อกอบกู้สุขภาพจิตของผู้คน

          เสาหลักสามประการที่ Scottish Poetry Library ตั้งเป้าเอาไว้ในปี 2022-2025 จึงเป็นที่มาของโครงการหลายอย่างที่พวกเขาร่วมมือกับห้องสมุดสาธารณะในสก็อตแลนด์ และภาคส่วนด้านสุขภาพ สนับสนุนกิจกรรมที่ใช้ ‘ถ้อยคำสร้างสรรค์’ เพื่อสุขภาพจิต (ซึ่งเป็นการนำศาสตร์ด้านกวีมาบูรณาการกับประเด็นร่วมสมัยที่สังคมสนใจ) โดยมีโจทย์ตั้งต้นว่า นับตั้งแต่ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับช่วงชีวิตอันน่าอึดอัดจากการแพร่ระบาดของโควิด สุขภาพจิตของประชากรทั่วทุกหนแห่งก็ห่อเหี่ยว เหนื่อยล้า แบกรับภาวะอันไม่แน่นอนเอาไว้ แม้จะผ่านพ้นความยากลำบากไปแล้ว แต่จิตใจที่ไม่ได้รับการเยียวยายังคงติดเนื้อติดตัวผู้คนจนถึงทุกวันนี้

          การพูดเรื่องสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีจึงเป็นทั้งการส่งเสริมให้เกิดการโอบรับช่วงเวลาอันยากลำบากด้วยความเมตตาต่อตัวเองและผู้อื่น พร้อมทั้งทำให้ผู้คนเห็นว่า กวีก็มีบทบาทสำคัญในชีวิตพวกเขาได้ ไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ตาม

          ห้องสมุดจัดทำโปรเจกต์ ‘การจัดเวิร์กชอปบทกวีเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี’ โดยเผยแพร่ ‘ชุดเครื่องมือ’ ที่ทุกคนสามารถนำไปจัดเวิร์กชอปหรือฝึกเขียนกวีเพื่อสุขภาพจิตได้ด้วยตัวเอง โดยเนื้อหาและแนวคิดที่นำเสนอในเวิร์กชอปนี้ได้รับการทดลองกับกลุ่มนักสังคมสงเคราะห์มาแล้ว ผู้เข้าร่วมต่างกล่าวว่าพวกเขาประทับใจกับประสบการณ์ที่ช่วยทะนุถนอมจิตใจ ทั้งยังสนุก ผ่อนคลาย และรู้สึกถึงแรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมเวิร์กชอปครั้งนี้

          นอกจากนั้น Scottish Poetry Library ได้แบ่งปันบทเรียนเวิร์กชอปนี้ในเว็บไซต์ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาใช้งานได้ จะฝึกทำเองคนเดียว หรือจะรวมตัวเป็นหมู่คณะเพื่อจัดเวิร์กชอปเล็กๆ ก็ย่อมได้เช่นกัน และเนื้อหาของการเวิร์กชอปครั้งนี้ยังถูกจัดทำขึ้นมาเพื่อดูแลกลุ่มคนที่ทำงานด้านสังคมโดยเฉพาะ เช่น อาสาสมัคร นักกิจกรรม และนักสังคมสงเคราะห์ ที่ต้องเข้มแข็งเพื่อทำงานช่วยเหลือผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็ต้องพยุงจิตใจตัวเองให้อยู่ได้ภายใต้ความเป็นจริงอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในสังคม

          เช่นเดียวกับโครงการ Tools of the Trade หนังสือรวมบทกวี 50 บทในขนาดพกพา ที่นำเสนอสถานการณ์ท้าทายที่แพทย์รุ่นเยาว์ทุกคนต้องเผชิญ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเข้าอกเข้าใจชีวิตของบุคคลากรทางการแพทย์ในยามเผชิญภาวะวิกฤต

          หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนึ่งในผลผลิตของโครงการที่พิสูจน์ว่า Scottish Poetry Library ไม่ได้ต้องการสร้างบทสนทนาเรื่องกวีในเชิงสุขภาพจิตกับคนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงกลุ่มแพทย์ที่ทำงานอย่างหนักในช่วงการระบาดที่ผ่านมา และครอบคลุมไปถึงภาวะความเครียดที่เจ้าหน้าที่หลายคนต้องเผชิญในช่วงที่ต้องรับมือกับสุขภาพจิตอันแปรปรวนของผู้คนในยุคนี้

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
Tools of the Trade รวมบทกวีของแพทย์ได้รับการส่งต่อให้กับแพทย์จบใหม่
Photo: Scottish Poetry Library

          ที่สำคัญคือการตอกย้ำความจริงที่ว่า บทกวีไม่ได้ห่างไกลจากชีวิตผู้คนเลย แต่กลับอยู่ใกล้ตัวและมีประโยชน์ที่จับต้องได้เสียด้วยซ้ำ

          Tools of the Trade รวมบทกวีของแพทย์และเรียบเรียงโดยแพทย์ ในฉบับพิมพ์ครั้งแรกได้รับเงินบริจาคส่วนตัวจากบุคคลากรทางการแพทย์และครอบครัว ในขณะที่ฉบับพิมพ์ครั้งที่สองและสามได้รับการสนับสนุนจากราชวิทยาลัยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปแห่งสก็อตแลนด์ รวมทั้งสหภาพแพทย์และทันตแพทย์แห่งสก็อตแลนด์ โดยมีการจัดกิจกรรมอ่านบทกวีขึ้นที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส 

          ตัวอย่างข้างล่างนี้คือหนึ่งในบทกวีที่บรรจุในหนังสือเล่มดังกล่าวแสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างเรื่องราวของแพทย์และการยศาสตร์ทางสรีระร่างกาย (Ergonomics) เข้าไว้ด้วยกัน ประพันธ์โดย นัวลา วัตต์ (Nuala Watt) ที่ใช้ชื่อว่า The Eye Chart 

T

H   E 

E Y E

C H A R T

I scowl towards his voice. He says the map
marks how far vision goes. If I could creep

up close I’d learn the journey. His technique
restricts me to a chair so he can track

how far I travel down the chart alone
before I pause. I grope in the third line –

my limit the next shape I recognize –
then stop. No way. I still believe my eyes

can hold a solar system, catch all the lights,
deliver to the doctor alphabets

as small as atoms. But this world is smudge.
I’m huddled at the bottom of the page,

trying to hide my dark. Wherever I am,
I’ve bypassed every symbol I can name

and stumble at my vision’s borders
where letters are illegible as stars.

          จากความสำเร็จของหนังสือ Tools of the Trade แพทย์หญิงอย่าง มาร์ตินา บาลาอัม (Martina Balaam) จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ก็เกิดแรงบันดาลใจที่จะจัดโครงการต่อไป ชื่อว่า Pocket Poetry: Poems for Nurses and Midwives (กวีขนาดกะทัดรัด: บทกวีสำหรับพยาบาลและพยาบาลผดุงครรภ์) โดยร่วมกับห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์ รวมทั้งผู้นำในสายงานพยาบาลจากหลากหลายสถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเอดินบะระ, มหาวิทยาลัยควีนมาร์กาเร็ต (Queen Margaret), มหาวิทยาลัย Napier และสถาบัน Queens Nursing Institute Scotland 

          ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้ คือการรวมคนทำงานในสายพยาบาล นักศึกษาพยาบาล พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญในวงการกวีมารวมตัวกันเป็น ‘กองบรรณาธิการ’ เพื่อขับเคลื่อนใจความของหนังสือที่ต้องการสะท้อนถึงความเครียดจากการทำงานในวิชาชีพพยาบาลและพยาบาลผดุงครรภ์ จากปัญหาภาระงานที่มากขึ้น เวลาทำงานอันจำกัด และการขาดการสนับสนุนส่งผลให้อัตราความเครียด วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าในกลุ่มบุคลากรพยาบาลทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อันเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง และการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนความเครียด ทั้งๆ ที่พยาบาลมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพกายใจของสังคม หากพยาบาลเครียด ผู้ป่วยก็ย่อมได้รับผลกระทบในทางใดทางหนึ่งตามไปด้วย 

          ห้องสมุดจัดทำหนังสือรวมบทกวีครั้งนี้เพื่อให้เป็น ‘เพื่อนคู่ใจ’ ของพยาบาล โดยมีเนื้อหาที่สำรวจความหมายของพยาบาล การผดุงครรภ์ ความเมตตา เพื่อให้เกิดการส่งเสริมการดูแลตัวเอง

จากรุ่นสู่รุ่น…สร้างเหล่ากวีตัวจิ๋วให้เป็น ‘เสียงของชาติ’ 

          เมื่อสก็อตแลนด์เห็นว่ากวีเป็น ‘เสียงของชาติ’ ความสำคัญของการคงไว้ซึ่งสุ้มเสียงของประเทศ คือการส่งต่อคุณค่านั้นให้คนรุ่นใหม่

          สำหรับ Scottish Poetry Library บทบาทของพวกเขาคือการมีส่วนร่วมในการร่างแผนการศึกษากวีที่เข้าไปอยู่ในโรงเรียน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษและภาษาสก็อตพื้นถิ่นของสก็อตแลนด์ 

          ในหลักสูตรภาษาสก็อต ห้องสมุดกวีนิพนธ์แห่งสก็อตแลนด์ได้สร้างหลักสูตรร่วมกับคุณครูสอนภาษาอังกฤษจากสถาบันเมิร์นส (Mearns Academy) ในเมืองอาเบอร์ดีนเชอร์ (Aberdeenshire) ผู้ได้รับการเสนอชื่อในรางวัล Teacher of the Year for the Scots Language Awards ในปี 2021 อย่าง โรซี เบิร์ชแชม (Rosie Bircham) โดยมุ่งเน้นไปยังนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น คัดเลือกบทกวีภาษาสก็อตโดย แคธลีน เจมี (Kathleen Jamie) และ เลสลีย์ เบนซี (Leslie Benzie)  

          แผนการสอนบทกวีภาษาสก็อตจะเริ่มตั้งแต่ความสำคัญของภาษาพื้นถิ่น อะไรคือภาษาสก็อต? ภาษาสก็อตสำคัญอย่างไรในประเทศ? นักเรียนรู้จักคำศัพท์ภาษาสก็อตคำไหนบ้าง? มีคำไหนที่เคยเห็นหรือรู้จักแต่ไม่รู้ความหมายบ้าง? ลองจับคู่คำศัพท์สก็อตกับภาพวาดที่กำหนดให้ 

          จากนั้นจะค่อยๆ ไต่ระดับไปหาคำศัพท์ในบทกวี เช่น รู้ไหมว่าเราสามารถมองหา ‘นก’ ในบทกวีสก็อตได้นะ แล้วมีคำว่า ‘นก’ ในบทกวีภาษาสก็อตกี่คำ เมื่ออ่านบทกวีเกี่ยวกับนกแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง? คิดเห็นอย่างไรเวลาเห็นนกเคลื่อนไหว? ฟังการอ่านกวี The Twa Corbies ในภาษาสก็อตที่พูดเกี่ยวกับนกหลายประเภท ไปจนถึงให้เด็กๆ ได้ลองวาดภาพตามบทกวีเกี่ยวกับนกเพื่อบอกถึงความเคลื่อนไหวตามข้อความ แล้วจึงให้นักเรียนทดลองเขียนข้อความที่ร้อยเรียงคำว่านกอย่างสวยงาม โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะต้องคล้องจองกันก็ได้

          ในหลักสูตรภาษาอังกฤษ เนื้อหาจะมุ่งเน้นให้นักเรียนได้เห็นคำศัพท์ใหม่ๆ การร้อยเรียงเนื้อเรื่องด้วยโครงสร้างภาษาอังกฤษ การนำภาษาอังกฤษมาปรับกับภาษาพื้นถิ่น และการเขียนบทกวีเป็นภาษาอังกฤษเพื่อโต้ตอบกับเนื้อหาของบทกวีที่เป็นตัวอย่างในการสอน 

          Aoife Lyall กวีชาวดับลินเข้ามาทำงานร่วมกับครูในพื้นที่เพื่อร่างหลักสูตรการเรียนกวีสำหรับชั้นมัธยมศึกษา เธอต้องการให้เลือกกวีที่เป็นปัจจุบัน (โดยเฉพาะผลงานของกวีที่ยังเคลื่อนไหวและทำงานอยู่) เพื่อให้นักเรียนได้เข้าถึงพวกเขาเหล่านี้ได้จริงๆ 

          เธอต้องการแสดงให้เห็นว่า กวีอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเรา เป็นสิ่งที่จับต้องได้ และเด็กๆ ก็สามารถเป็นกวีตัวจิ๋ว ที่สามารถเขียนบทกวีได้ด้วยตัวเอง

As a child I cracked languages like nuts 
and squirrelled them away in my backpack. I took 
to digging up roots and in a voice as bright-light 
as helium learned to pronounce 
the unpronounceable.
ส่วนหนึ่งของบทกวี All My Word โดย Regi Claire

sweat the felt screed the cement
pack the joist level the cleat
eat the piece hammer the nail
string-line the future
raise the bones
build the skeletons
whistle the windows
into our rooms
hoist your brushes
sweep the sky
บทกวี Worker โดย William Letford  

          เมื่อนักเรียนได้เห็นบทกวีเหล่านี้แล้ว การสอนจะเริ่มจากคำสั่งง่ายๆ เช่น เขียนคำศัพท์ 10 คำที่อ่านแล้วชอบ หรือลองเขียนคำศัพท์ 5 คำและวลี 5 ประโยคที่นักเรียนรู้จักในภาษาอื่นๆ ที่ตรงกับความหมายกับบทกวีภาษาอังกฤษที่ได้เรียน จากนั้นจะลองเปลี่ยนคำที่เราถนัดมือแทนคำศัพท์ของบทกวีตัวอย่างก็ได้ ไปจนถึงการเรียนรู้ถึง ‘ความรู้สึก’ เมื่อได้อ่านบทกวีนี้ พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงเนื้อหานั้นๆ กับชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง? หรือถ้าใครอยากวาดภาพความรู้สึกเมื่อได้อ่านบทกวีแล้วก็ย่อมได้

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
เด็กๆ ที่มาร่วมงาน National Poetry Day ที่ห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์ ปี 2019
Photo: Scottish Poetry Library

          เมื่อได้แลกเปลี่ยนและแสดงความรู้สึกกับบทกวีในเบื้องต้นแล้ว คุณครูจะแนะนำให้นักเรียนออกมายืนอ่านหน้าห้อง แล้วเน้นท่อนที่ชอบที่สุด โดยไม่ต้องหาเหตุผลมาอธิบายก็ได้ และยังสามารถตั้งคำถามกับพาร์ตที่ตัวเองไม่เข้าใจเพื่อแลกเปลี่ยนกับครูและเพื่อนๆ ในห้องได้ด้วย

          ปิดท้ายการสอนด้วยการทำความรู้จักกับกวีเจ้าของผลงาน ด้วยการค้นหาประวัติในออนไลน์ เขียนข้อน่ารู้เกี่ยวกับพวกเขา 5-10 ข้อ และลองค้นหาชื่อกวีคนอื่นๆ ที่มีน้ำเสียงของงานใกล้เคียงกัน

          “Aoife สร้างแหล่งข้อมูลที่รวบรวมส่วนผสมของการวิเคราะห์และการสร้างสรรค์สำหรับการตอบโต้กับบทกวีแต่ละชิ้นที่ได้คัดมา” Scottish Poetry Library ระบุในเว็บไซต์

          นอกจากนี้ พวกเขายังมีโปรแกรมเลือกบทกวีสำหรับเด็กเล็ก โดยชวนเจมส์ โรเบิร์ตสัน (James Robertson) และ ชีนา แบล็กฮอลล์ (Sheena Blackhall) มาร่วมเลือกกวีแล้วอ่านออกเสียงเพื่อให้ครูสามารถนำไปเปิดให้เด็กๆ ฟังได้

          พาร์ตที่สำคัญที่สุดที่ Scottish Poetry Library ให้ความสำคัญกับการส่งต่อบทกวีให้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนคือ การเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองบทกวีประจำปี National Poetry Day ที่รวบรวมคนขับเคลื่อนงานทางวัฒนธรรม ทั้งห้องสมุดต่างๆ โรงเรียน ศิลปิน และองค์กรมาร่วมเฉลิมฉลองคุณค่าของกวีร่วมกัน 

          ทุกปี งาน National Poetry Day จะจัดในเดือนตุลาคม โดยมีธีมแตกต่างกันออกไป ในปี 2025 ธีม Play ในงานจะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมกับบทกวีด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุดอย่างการมองเห็นกวีรอบตัว อ่านบทกวีในคอลเลกชันของห้องสมุด หรือจะจับสังเกตภาษาที่คล้องจองสวยงามจากเพลงที่ฟังอยู่ก็ได้ หรือหากใครจะแต่งกลอนในแบบที่ชอบก็ไม่ว่ากัน แล้วแชร์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมแท็ก #NationalPoetryDay เพียงเท่านี้ก็นับว่าเห็นความสำคัญของกวีไปด้วยกันแล้ว

          แต่ถ้าใครอยากพบปะกับผู้คนที่รักกวีก็สามารถมาร่วมงานที่จัดขึ้นได้ ซึ่งกระจายอยู่หลายจุดในสก็อตแลนด์ โดยห้องสมุด Scottish Poetry Library ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย 

          “การได้เข้าร่วมงานอีเวนต์ประจำชาติช่วยสร้างความรู้สึกภูมิใจ การมองเห็นคุณค่าในตัวเอง สำหรับนักเรียนจาก SEN กวีคือหนทางในการปลดปล่อยความรู้สึกและความคิดสร้างสั้นในแบบฉบับกระทัดรัดที่เข้าถึงได้ โดยปราศจากความน่ากลัวต่อหน้าข้อความ” คุณครูแห่งสถาบัน SEN ในมณฑลฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ (Hertfordshire) กล่าว

วิดีโอการอ่านบทกวี Wildflowers โดย Aoife Lyall หนึ่งในวิดีโอที่ถูกบันทึกขึ้นสำหรับ National Poetry Day เมื่อปี 2022

ใช้ประโยชน์จากบทกวีเพื่อชีวิตที่ดีของผู้คน

          บางครั้งการอยากทำความเข้าใจกวีได้อย่างลึกซึ้งก็ให้ความรู้สึกเหมือนการปีนกำแพง แถมยังเป็นกำแพงสูงอีกต่างหาก

          สำหรับคนที่เสียงยังดังไม่พอในสังคม ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเข้าถึงคุณค่าของกวียากกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านหรือคนที่อยากสร้างสรรค์ด้วยตัวเองก็ตาม นี่คือสิ่งที่ SPL เล็งเห็นว่าห้องสมุดจะต้องทำหน้าที่เชื่อมต่อกับคนกลุ่มเล็กๆ ให้ได้

          โครงการสำคัญของที่นี่ คือการมอบพื้นที่ให้คนชายขอบหรือผู้ที่มีภาวะทุพพลภาพสามารถใช้กวีเป็นใบเบิกทางไปสู่โอกาสต่างๆ ในชีวิต เช่น ทุนสนับสนุนงานกวี Dymphna ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนกวีที่พำนักอยู่ในสก็อตแลนด์ ซึ่งระบุว่าตนเองเป็นบุคคลที่มีความแตกต่างทางระบบประสาท (neurodivergent) หรือมีความบกพร่องทางการเรียนรู้

          รีเบคกา ทูลอน-โรส (Rebecca Teulon-Rose) เป็นผู้ได้รับทุนนี้ในปี 2024 เธอกล่าวว่า “มันเป็นโอกาสที่ประเมินค่าไม่ได้ในการพัฒนาทักษะของฉัน และเพิ่มความมั่นใจในฐานะนักเขียน” เธอได้พบกับ แคทเธอรีน แม็กฟาร์เลน (Katharine Macfarlane) กวีเจ้าของรางวัล Scottish Slam Poetry Champion ปี 2020 มาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลการทำงานให้ พวกเขาได้วางโครงสร้างการทำงานที่เหมาะสมกับสุขภาพและประสบการณ์การทำงานของทูลอน-โรส

          “ฉันไม่เคยได้รับการฝึกฝนด้านวรรณกรรมอย่างเป็นทางการมาก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองว่า ฉันสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนได้จริงหรือไม่ แต่การมีพี่เลี้ยงในกระบวนการนี้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง”

          สำหรับทูลอน-โรส ทุนสนับสนุนงานกวี Dymphna เป็นหนึ่งในโอกาสที่ทำให้เธอได้เข้าคอร์สออนไลน์ด้านการเขียนที่เหมาะกับนักเขียนที่มีความแตกต่างทางระบบประสาท สอนโดย อแมนดา มาร์เปิลส์ (Amanda Marples) นักเขียน และเข้าร่วมกับกลุ่มก้อนของชุมชนการเขียนอย่างเช่น Neuk Collective ชุมชนของศิลปินที่มีความแตกต่างทางระบบประสาท โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนสิทธิและความเข้าใจสำหรับคนกลุ่มนี้ในแวดวงศิลปะ ซึ่งเธอได้สมัครเข้าร่วมในปี 2025  

          “การเขียนมักจะรู้สึกเหมือนการทำงานคนเดียว และเมื่อคุณจ้องมองไปยังความว่างเปล่า คิดไม่ออกว่าจะจัดการกับกองคำที่ยุ่งเหยิงอย่างไร การมีชุมชนสร้างสรรค์ที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนจึงเหมือนเป็นเส้นชีวิตที่ช่วยพยุงคุณไว้” เธอกล่าว

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
รีเบคกา ทูลอน-โรส (Rebecca Teulon-Rose) เป็นผู้ได้รับทุนสนับสนุนงานกวี Dymphna
Photo: Scottish Poetry Library

          สิ่งที่ยังทำให้ SPL พาบทกวียืนหยัดอยู่ร่วมสมัยกับผู้คนได้อีกทางคือ การสนับสนุนให้กวีในกลุ่มผู้พิการสามารถวิจารณ์ ‘กวีแห่งชาติ’ ที่พวกเขาเก็บสะสมไว้ไปจนถึงกวีที่นำมาสอนในโรงเรียนของรัฐ เพื่อเปิด ‘เสียง’ และมุมมองอีกด้านให้ผู้คนได้เข้าใจความหลากหลายกันอย่างแท้จริง

          นัวลา วัตต์ (Nuala Watt) เป็นหนึ่งในกวีที่ได้รับการเผยแพร่บทความวิจารณ์บทกวีของเอ็ดวิน มอร์แกน  (Edwin Morgan) กวีชาวสก็อตชั้นนำแห่งศตวรรษที่ 20 ในผลงานเรื่อง In the snack-bar ตีพิมพ์ในปี 1954 และถูกนำมาสอนในระดับชาติสำหรับโรงเรียนในสก็อตแลนด์ที่มีวิชาวรรณคดีภาษาอังกฤษ 

          “ฉันจะอธิบายประเด็นปัญหาที่นี่ ผู้เล่าเรื่องบรรยายถึงชายตาบอดที่มีภาวะทางระบบประสาท ซึ่งส่งผลต่อภาวะการทำงานและท่าทางของเขา ผู้เล่าเรื่องไปส่งชายคนนี้เข้าห้องน้ำ แม้จะไม่ชัดเจนว่าชายคนนั้นขอให้เขาทำเช่นนั้นหรือไม่ ลองจินตนาการว่าคุณเป็นวัยรุ่นที่มีภาวะคล้ายคลึงกัน และได้อ่านบทกวีนี้ในโรงเรียน นั่นคือตัวฉัน ฉันพยายามอธิบายให้ครูฟังว่าทำไมบทกวีนี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจ”

          วัตต์กล่าวว่าบทกวีนี้กำลังอธิบายภาพผิดๆ ให้กับผู้คนเข้าใจว่าชายคนนี้เป็นคน ‘แปลกประหลาด’ ทั้งๆ ที่เขามีอาการพิการทางระบบประสาทและสภาวะทางสมอง ซึ่งส่งผลให้เขาต้องขอความช่วยเหลือ เช่น ขอจับแขน หรือขอให้ช่วยล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ แต่มอร์แกนบรรยายตอนท้ายของกวีไว้ว่า 

“โดยไม่มีความอายหรือความละอาย
เขาต้องประกาศความต้องการที่น่าสงสารที่สุดของเขา
ในที่สาธารณะ ไม่มีใครเห็นใบหน้าของเขา
เขารู้ไหมว่าเขาน่ากลัวเพียงใดในความแปลกประหลาดของเขา…?”

(‘Without embarrassment or shame
He must announce his most pitiful needs
In a public place. No one sees his face.
Does he know how frightening he is in his strangeness…?’)

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
หนังสือรวมบทกวีของ เอ็ดวิน มอร์แกน  (Edwin Morgan) ที่นัวลา วัตต์นำมาวิจารณ์
Photo: Scottish Poetry Library

          “ฉันอ่านบทนี้ตอนอายุ 15 ปีและรู้สึกเหมือนเห็นตัวเอง นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการให้เด็กที่มีความพิการได้พบเจอ หรือให้เพื่อนร่วมชั้นมองเราว่า’น่ากลัว’ หรือ ‘ประหลาด’ ภาษาที่ถูกเขียนออกมาในลักษณะแบบนี้ ถ้าไม่ถูกท้าทาย ก็แปลว่าสังคมคนยอมรับถ้อยคำเหล่านี้ได้ 

          เพื่อนคนหนึ่งช่วยเสนอความเห็นว่า มอร์แกนอาจรู้สึกตกใจต่อความเปราะบางของชายคนนั้น เพราะมอร์แกนเองก็เป็นชายรักชายที่ต้องปกปิดตัวตน — แต่เขาไม่สามารถปกปิดตัวตนในแบบที่ชายคนนั้นทำได้ นั่นช่วยให้ฉันตีความบทกวีนี้ในมุมใหม่ แต่เท่าที่ฉันรู้ ในการสอนบทกวีนี้ในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนมุมมองนี้” วัตต์อธิบายความคิดเห็นของเธอ

          การสนับสนุนผู้พิการของ SPL ยังครอบคลุมถึงแผนการสอนด้านกวีที่เป็นมิตรกับผู้ที่เป็นโรคดิสเล็กเซีย (ภาวะบกพร่องในการอ่านและการเรียนรู้) โดยมอบหมายให้จูลี แมคนีล (Julie McNeill) กวีและผู้เขียนหนังสือ ‘Mission Dyslexia: Find Your Superpower and Be Your Brilliant Self’ จัดทำแผนการสอนบทกวีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 3 ของสก็อตแลนด์ โดยมีการนำร่องใช้ในโรงเรียนต่างๆ ในกลาสโกว์ ฟอล์เคิร์ก และเพิร์ธ ส่วนโรงเรียนอื่นๆ ที่ต้องการนำไปใช้ ซึ่งสามารถมาดาวน์โหลดในเว็บไซต์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ 

          นอกเหนือจากประเด็นชุบชูชีวิตผู้คน และทลายมายาคติผิดๆ ในบทกวี ยามที่สังคมโลก (โดยเฉพาะคนในวงการสร้างสรรค์ที่ต้องต่อสู้การทำงานอย่างหนักหน่วง) กำลังวิตกกังวลเรื่องการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

          Scottish Poetry Library ได้เปิดพื้นที่เชิญ แคร์ ดัฟฟีย์ (Clare Duffy) จาก Civic Digits Theatre Company และ พิป ธอร์นตัน (Pip Thornton) มาแสดงละครล้อเลียนเสียดสี AI ในห้องสมุด โดยกิจกรรมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Being Human Festival ซึ่งจัดโดย The School of England และ มหาวิทยาลัยลอนดอน 

          การแสดงนี้มีชื่อว่า Page Against The Machine เรื่องเริ่มจากดานนี่ เซเลสเต้ หัวหน้าซูเปอร์สตาร์ของบริษัทเทคโนโลยี AI เป็นผู้สร้างระบบการทำงาน AI ที่เข้าไปช่วยระบบราชการได้มากโขจนกลายเป็นที่ต้องการของเหล่านักกำหนดนโยบายในภาครัฐ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็พบว่าตัวเองต้องตกเป็นจำเลย เพราะระบบ AI ที่เขาสร้าง ได้ร่างกฎระเบียบที่ทำให้เขาต้องถูกฟ้องเสียเอง! ความปั่นป่วนจึงเกิดขึ้น ผู้ชมจะได้ร่วมตัดสินกันว่าดานนี่จะตกเป็นเหยื่อเทคโนโลยีที่เขาพัฒนาขึ้นมาเอง หรือว่าจะได้รับโอกาสในครั้งต่อไป

          การแสดงนี้เป็นผลผลิตจากงานศึกษาของพิป ธอร์นตัน ศิลปินและนักวิจัยในโครงการ Writing The Wrong of AI (WWAI) ที่ต้องการสะท้อนให้เห็นพลังของงานเขียนเชิงสร้างสรรค์ บทกวี หรือการใช้ภาษาของมนุษย์ใช้ต่อต้านอิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ได้ ทั้งในแวดวงวรรณกรรมและอื่นๆ 

          บทความดังกล่าวเผยแพร่ใน Scottish Peotry Library เพื่อสะท้อนให้เห็นความสำเร็จในการศึกษาโปรเจกต์ดังกล่าว และในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่า หากภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมยังคงทำงานผ่าน AI อาจส่งผลต่อการตอบสนองทางภาษาของมนุษย์เช่นกัน โดยเฉพาะการใช้ภาษาเชิงสร้างสรรค์ในการต่อต้านการมีอยู่ของปัญญาประดิษฐ์

          “เราได้ทดลองเล่นและทดสอบลู่ทางที่การเขียนบทกวีจะสามารถปฏิเสธ AI ได้ และลู่ทางไหนที่ทำไม่ได้ ทำให้เราค้นพบว่า มี 3 จุดที่สามารถเป็นกลยุทธ์ในการปฏิเสธ AI ได้ นั่นคือ ความเงียบ การอ่านไม่ออก และการล้อเลียน” พิปเขียนไว้ในบทความ

         เขายังหยิบคำอ้างอิงของแมคเคย์มาอธิบายอิทธิพลของว่า ‘ความเงียบ’ โดยกล่าวว่า การเว้นจังหวะ หรือการหยุดชั่วคราวมีความสำคัญกับมนุษย์มากกว่าเครื่องจักร ความเงียบสร้างความพึงพอใจให้คนอ่าน แต่เครื่องจักรไม่เข้าใจว่าช่องว่างนี้คืออะไร ความเงียบจึงเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านเทคโนโลยีได้

Page Against The Machine: On the Poetics of AI Refusal

บทกวีต้องอยู่ยั้งยืนยง

          Scottish Poetry Library ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องสมุดกวีประจำสก็อตแลนด์ที่รวบรวมคอลเลกชันกวีชาวสก็อตชื่อดังตั้งแต่รุ่นใหญ่ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ การทำให้กวีอยู่ในเรื่องเล่าทุกรูปแบบ ก็คือการให้โอกาสของคนทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมด้วย 

          Scotland’s Next Generation Young Makars เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตอบโจทย์นี้  และไม่ได้เปิดรับเพียงแค่คนที่อาศัยอยู่ในสก็อตแลนด์เท่านั้น แต่ผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรก็เข้าร่วมได้เช่นกัน

          นี่จึงเป็นที่มาของ นาซาเร็ต ราเนีย (Nazaret Ranea) กวีที่เกิดในสเปนและอพยพตามครอบครัวมาอยู่ที่เอดินบะระ เธอได้ส่งกวีที่เขียนให้กับยายมายังโครงการของ Scottish Poetry Library โดยไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ในที่สุดก็ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการฝึกหัดกวีรุ่นใหม่ จับคู่กับเมนเทอร์จาเน็ตต์ อายาจิ (Janette Ayachi) กวีชาวสก็อตแลนด์-แอลจีเรีย ซึ่งอยู่ในทำเนียบของ Scottish Poetry Library

          “สก็อตแลนด์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาของฉันในฐานะกวี สก็อตแลนด์เป็นประเทศที่ให้คุณค่าและยกย่องบทกวีอย่างแท้จริง และฉันรู้สึกได้รับกำลังใจและการต้อนรับจากผู้คนที่นี่เสมอ สำหรับคนที่มาในฐานะคนนอกอย่างฉัน กลับรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และการที่ผู้คนมีความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ฉันจะพูด ช่วยผลักดันความมั่นใจของฉันในเวลาที่ฉันต้องการมากที่สุด” ราเนียกล่าว

          เมื่อได้เข้าร่วมโครงการ ราเนียก็ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมกลุ่มกวีหลากหลาย และร่วมอ่านบทกวีของตัวเองในงานอีเวนต์ต่างๆ จนกระทั่งสำนักพิมพ์ได้ชวนเธอรวมผลงานมาตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Drunk Muse Press

          “ผลงานชุดนั้นกลายเป็นหนังสือชุด Nettles ซึ่งบอกเล่าประสบการณ์ของฉันในฐานะผู้อพยพชนชั้นแรงงานจากสเปนมายังสหราชอาณาจักร หนังสือเล่มนี้สำรวจประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับแรงงาน ความอยุติธรรม ความรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในระบบที่เอารัดเอาเปรียบ แรงกดดันที่ต้องนิยามความสำเร็จในขอบเขตที่แคบ และการแสวงหาความหมายและความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ในธรรมชาติ หนังสือเล่มนี้อุทิศแด่คุณพ่อของฉัน ผู้ซึ่งสอนบทเรียนเหล่านั้นให้ฉันด้วยแบบอย่างของท่าน”

          และนี่คือเรื่องราวตลอด 4 ทศวรรษของห้องสมุดที่ตั้งใจให้บทกวีมีชีวิตและเป็นสุ้มเสียงเคียงคู่ชาวสก็อตแลนด์ เป็นทั้งมรดกที่ต้องรักษา เป็นทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และเป็นทั้ง ‘เพื่อนคู่ใจ’ ที่ทุกคนหยิบจับมาซึมซับความลึกซึ้งได้ ไม่ว่าจะเป็นใครในสังคมก็ตาม

Scottish Poetry Library ห้องสมุดที่บอกว่าบทกวีเปลี่ยนชีวิตคนได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
โครงการ Scotland’s Next Generation Young Makars ของห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์
Photo: Scottish Poetry Library

วิดีโอพาเยี่ยมชมห้องสมุดกวีนิพนธ์สก็อตแลนด์


ที่มา

เว็บไซต์ Scottish Poetry Library (Online)

Cover Photo: Culturekhan, CC BY-SA 4.0, via Wikimedia Commons

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก