‘สาน’ ภาพให้เด็กเกิดใจรัก ‘อักษร’

229 views
7 mins
April 28, 2026

             คนที่มีลูกหรือหลานอาจจะรู้จักสำนักพิมพ์สานอักษรอยู่แล้ว แต่อีกหลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อนี้มากนัก อธิบายอย่างสั้น สานอักษรเป็นสำนักพิมพ์ ‘หนังสือภาพสำหรับเด็ก’ ซึ่งแตกต่างไปจากหนังสือเด็กหรือนิทานเด็ก ถ้าเราได้เปิดดูหนังสือที่นี่ นอกจากภาพลายเส้นน่ารักแล้ว หลายเล่มยังสอดแทรกเนื้อหาน่าสนใจ แต่บางเล่มก็ชวนให้ผู้ใหญ่อย่างเรานึกสงสัยในบางที

          แล้วที่มาที่ไปของหนังสือภาพสำหรับเด็กนั้นเป็นยังไง เราจึงมายังท่าข้ามเลี้ยวเข้าซอยที่แสนร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ ก่อนจะเดินเข้าเรือนไม้ที่เป็นโฮมออฟฟิศซึ่งทอดตัวนิ่งอยู่กลางต้นแคนาที่ดอกปลิวไหวตามแรงลม เพื่อมาพบกับ เกื้อ-เกื้อกมล นิยม บรรณาธิการบริหารของสำนักพิมพ์สานอักษรและยังทำงานเป็นทั้งศิลปิน และนักออกแบบที่สนใจในการสร้างหนังสือที่ส่งเสริมการ ‘รู้หนังสือ’ ของเด็กอีกด้วย

          “สำนักพิมพ์สานอักษรอยู่ภายใต้มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ แรกเริ่มเป็นหน่วยงานที่ทำสื่อภายในให้กับโรงเรียนมาก่อน แล้วต่อมาก็ขยายเอาแนวคิดของโรงเรียนรุ่งอรุณมาเผยแพร่ให้ภายนอกได้รับรู้มากขึ้น ผ่านการทำหนังสือภาพเพื่อสร้างเรื่องราวที่เปิดพื้นที่ให้ตีความ เราพยายามเลี่ยงคำว่าหนังสือนิทานแต่ใช้เป็นหนังสือภาพแทน เพราะมันรวมทั้งเรื่องแต่ง เรื่องจริงได้หมด และเราก็ยังทำงานออกแบบและพัฒนาร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการรู้หนังสือของเด็ก” เกื้อเล่าให้เราฟังถึงที่มาของสำนักพิมพ์ขนาดเล็กแห่งนี้

          บรรณาธิการของสำนักพิมพ์แห่งนี้เผยว่าเธอจบการศึกษาด้านกราฟิกดีไซน์ มีความชื่นชอบด้านศิลปะ ซึ่งได้เชื่อมโยงความชอบนั้นเข้าสู่หนังสือภาพสําหรับเด็ก เนื่องจากมีจำนวนหน้าน้อย แต่มีประเด็นที่อยากเล่าชัดเจน เลยต้องใช้ศาสตร์ของการออกแบบและเล่าเรื่องมาช่วยในการทำงานด้วย

          “เวลาที่คนหรือเด็กเห็นภาพก็จะแปลความหมายโดยอัตโนมัติ เราเรียกว่ามันเป็นจุดตั้งต้นของการรู้หนังสือ หรือ literacy บ้านเราอาจจะเข้าใจผิดว่าการรู้หนังสือคือการอ่านตัวหนังสือได้ แต่จริงๆ การอ่านภาพเป็นเรื่องใหญ่มากและมีมาก่อน เพราะเด็กเกิดมาเขาจะเห็นแม่ ได้กลิ่นบ้าน เกิดความรู้สึกกับสิ่งเหล่านี้ แล้วความหมายก็ตามมา ดังนั้นกว่าคำว่า บ้าน จะสร้างความรู้สึกกับเราได้ เราต้องเคยซึมซับบรรยากาศของบ้านมาก่อน ประสบการณ์ก็คือการสร้างความหมายผ่านภาพ”

          เกื้อเล่าถึงความสำคัญของภาพก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือภาพของสำนักพิมพ์สานอักษร มาเปิดให้ดู หน้าปกเป็นแมวน้อยหนึ่งตัว ชื่อบนเล่มคือ โรนินกับปริศนาแห่งการนอน ซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 2 รางวัล ได้แก่ หนังสือสำหรับเด็กเล็กอายุ 3-5 ปี และหนังสือสวยงามสำหรับเด็ก ประจำปี 2568

          “เวลาที่เด็กเห็นภาพในหนังสือ เขาไม่ได้มีกรอบแบบผู้ใหญ่ที่พอเห็นหนังสือก็อ่านแค่ตัวหนังสือแล้วก็เปิดผ่าน แต่เด็กเขาจะดูหมดทุกรูป ทุกรายละเอียด เห็นแมวแล้วทำไมแมวลืมตาข้างเดียว ทำไมมีของเรืองแสง เขาจะดูไปเรื่อย ในบ้านบรรยากาศเป็นยังไง เห็นแสงแดดแบบนี้น่าจะเป็นเวลาช่วงไหน เขาอาจจะไม่เห็นเรื่องราวทั้งหมดแต่ภาพจะเริ่มทำให้เด็กๆ อยากจะหาคำตอบ” เกื้อเล่าขณะที่พลิกหน้ากระดาษไปด้วย

          เนื้อหาในหน้ากระดาษค่อยๆ เล่าถึงแมวขี้เซาเอาแต่นอนของครอบครัวหนึ่ง จนกระทั่งตกกลางคืนเมื่อทุกคนขึ้นไปดูดาวบนดาดฟ้าแต่กลับพบแต่ความมืดมิด กลางดึกคืนนั้นเองภารกิจลับของโรนินและเหล่าเพื่อนแมวทั้งหลายก็เริ่มต้นขึ้น เหล่าแมวขึ้นจานบินไปสร้างดาวบนฟ้าให้ทุกคน เด็กที่รู้ว่าแมวตัวเองไปทำอะไรเลยชวนพ่อแม่ไปดูดาวอีกครั้ง แล้วทั้งบ้านเห็นดาวเต็มฟ้าจริงๆ เหมือนความอบอุ่นแบบหนึ่งที่มีคนคอยสนับสนุน และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเชื่อว่าเขาก็สามารถทำเรื่องยิ่งใหญ่ให้สำเร็จได้

          แล้วเมื่อเด็กๆ ได้ทำความเข้าใจหนังสือภาพพวกนี้แล้ว จะนำไปสู่อะไร? เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจเรา

          “การอ่านภาพจะช่วยเรื่องความเข้าใจ และความหมายระหว่างบรรทัด ตอนนี้ปัญหาใหญ่ของไทยคือเด็กจำนวนมากอ่านออก แต่จับใจความไม่ได้เลย เพราะทุกคนอยากให้เด็กสะกดเร็วๆ อ่านเป็นเร็วๆ แต่การอ่านหนังสือภาพ มันจะทำให้เด็กได้ค้นพบอารมณ์ ความรู้สึก เรื่องราวในภาพจะกระตุ้นให้เกิดการตีความ บางอย่างที่ไม่มีประสบการณ์ก็อาจจะไม่เข้าใจในทีแรก แต่เมื่ออ่านหลายรอบ เขาจะค่อยๆ สร้างความเข้าใจได้เอง และการค้นพบด้วยตัวเองย่อมถึงใจมากกว่าการถูกบอก

          “เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม เราทุกคนก็ต้องอ่านระหว่างบรรทัดให้ได้ วรรณกรรมหลายชิ้นถ้าอ่านแค่ตัวหนังสือยังไงก็ไม่เข้าใจ เด็กยังไม่เชี่ยวชาญการอ่านตัวหนังสือ เราจึงใช้ภาพมาฝึกการอ่านอย่างแยบคายนี้แทน” เกื้อเล่าถึงสิ่งที่หนังสือภาพทำงานกับเด็ก

‘สาน’ ภาพให้เด็กเกิดใจรัก ‘อักษร’
‘สาน’ ภาพให้เด็กเกิดใจรัก ‘อักษร’
‘สาน’ ภาพให้เด็กเกิดใจรัก ‘อักษร’

          แล้วมีวิธีในการอ่านหนังสือภาพร่วมกับเด็กๆไหมนะ เกื้อรีบตอบทันทีว่ามีแน่นอน

          “หนังสือภาพสําหรับเด็ก ออกแบบมาให้ผู้ใหญ่อ่านให้เด็กฟัง แค่อ่านตามตัวหนังสือแต่ไม่ต้องอธิบาย ซึ่งผู้ใหญ่ส่วนมากก็กลัวมากว่าเด็กจะไม่เข้าใจ เลยจะอธิบายแต่จริงๆ ไม่จำเป็น เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีธรรมชาติของการสาระแน (หัวเราะ) พอเห็นอะไรเด็กจะตั้งคำถามไปหมดและพร้อมจะหาคำตอบ ซึ่งนี่แหละจะพาไปหาการคิด วิเคราะห์

          “ถ้าเด็กถามว่า ‘ทำไมหมีร้องไห้’ ให้ลองตอบด้วยคำถาม ‘แล้วหนูว่าทำไมล่ะ’ หรือตอบแบบแสดงวิธีคิด เช่น ‘แม่ว่าเขาน่าจะเสียใจเพราะคุณเม่นเข้าใจเขาผิด แล้วหนูคิดยังไงล่ะ’ เวลาพ่อแม่อ่านนิทานกับเด็กแล้วไม่รู้อะไรเหมือนๆ กัน เป็นช่วงเวลาวิเศษที่เด็กจะไม่รู้สึกด้อยกว่า” เกื้ออธิบายวิธีการอ่านหนังสือภาพกับเด็กให้ฟัง

          เธออธิบายถึงสารตั้งต้นในการทำหนังสือแต่ละเล่มอีกว่า “ทางสานอักษรก็มีวิธีคิดคล้ายกับสำนักพิมพ์อื่นๆ ทั่วไป คือมองว่าคนอ่านต้องการอ่านหนังสือแบบไหน และมองในมุมสำนักพิมพ์ว่าอยากทำหนังสืออะไร แต่ด้วยความที่สำนักพิมพ์สานอักษรอยู่ใกล้ชิดกับโรงเรียนรุ่งอรุณ ทำให้มีอินไซต์ของเด็กในการตั้งต้นทำหนังสือที่ชัดเจนมาก”

          “อย่างบางครั้งก็แอบไปฟังเด็กคุยกันเรื่องแมวที่บ้าน แล้วก็อวดกันว่าแมวบ้านใครนอนเยอะกว่า เราก็ไปแอบถามว่าทำไมแมวนอนเยอะจัง เขาก็ตอบว่าตอนดึกได้ยินเสียงแมว แมวต้องไปทำนู่นนี่แน่เลย เราก็เลยเอามาพัฒนาเป็นเล่มโรนินแบบนี้ค่ะ เราก็จะคุยกับนักวาดภาพแล้วค่อยๆ พัฒนาเรื่องไปด้วยกัน ส่วนสไตล์ของภาพจริงๆ ไม่ได้มีกฎอะไร แค่เป็นภาพที่สื่อสารชัดเจน เห็นปุ๊บรู้เลยว่าคนในภาพรู้สึกยังไง เห็นของแล้วพอนึกถึงบรรยากาศได้ว่ากลางวันหรือกลางคืนอะไรแบบนี้” เธอเล่าถึงไอเดียตั้งต้นที่ได้มาจากการแอบฟังเด็กคุยกัน

          ถ้าแบบนั้นมีสิ่งที่เป็นความเข้าใจผิดของหนังสือภาพสำหรับเด็กในสายตาผู้ใหญ่ไหมเราถามต่อ

          “เรื่องแรกภาพทุกอย่างในเล่มต้องน่ารัก อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาคือไม่ชอบภาพขาวดำ เด็กเล็กๆ ชอบสีที่คอนทราสต์กันมากๆ ซึ่งสีที่คอนทราสต์กันมากที่สุดคือขาวกับดำ ซึ่งเด็กเล็กจะรับรู้ได้ดีที่สุดด้วย ถัดมาผู้ปกครองชอบคาดหวังให้เด็กเข้าใจทุกอย่างในเล่ม ซึ่งไม่มีทางเพราะคนทำหนังสือใส่รายละเอียดไว้เยอะมาก ต้องใช้เวลาไม่ใช่แค่อ่านรอบเดียวแล้วจบ” เกื้ออธิบายอย่างละเอียด

‘สาน’ ภาพให้เด็กเกิดใจรัก ‘อักษร’

          แล้วปี 2568 ก็มีข่าวดีที่สำนักพิมพ์สานอักษรภาคภูมิใจ คือการได้รับเชิญให้ไปร่วมแสดงหนังสือภาพสำหรับเด็กที่งาน Bologna Children’s Book Fair ซึ่งเหมือนกันเป็นเทศกาลออสการ์ของบรรดาหนังสือสำหรับเด็ก การได้รับเชิญไปร่วมงานนี้จึงมีความหมายอย่างมากสำหรับสำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งนี้

          “งานหนังสือภาพสำหรับเด็กที่โบโลญญามีมา 62 ปีแล้ว เรารู้ว่าความหมายของหนังสือภาพมีค่ากับสังคมมากแค่ไหน ยิ่งในสังคมยุโรปเขาใช้หนังสือภาพเหมือนเป็นการส่งต่อภูมิปัญญากันเลย เพราะหนังสือภาพยุคใหม่ๆ จะสนใจให้เด็กได้ทำความเข้าใจกับตัวเองในประเด็นใหญ่ๆ มากขึ้น และสานอักษรก็อยากทำหนังสือให้ไปถึงคอนเซปต์พวกนี้เหมือนกัน” 

          เมื่อเราถามถึงประเด็นใหญ่ๆ ในหนังสือเด็ก เกื้อจึงเดินไปที่ชั้นหนังสือและหยิบหนังสือภาพหลายเล่มจากหลายประเทศมาเปิดให้ดูแทน

คำตอบ

          มีทั้งหนังสือภาพของจีนที่เล่าเรื่องของมังกรเด็กที่โกรธจนพ่นไฟออกมา แล้วไม่สามารถดับไฟได้ จนมาพบว่าการร้องไห้ทำให้ไฟดับได้ สอดคล้องกับความเป็นจริงที่การร้องไห้จะช่วยดับระบายความรู้สึกได้ดีที่สุด

          มีทั้งเรื่องของแมวหนึ่งตัวที่ตายแล้วเกิดใหม่มาตลอดหนึ่งหมื่นปี แต่เมื่อได้รู้จักการรักใครสักคนก็ทำให้แมวตัวนั้นก็ไม่มาเกิดใหม่อีก

          มีเรื่องที่ปลาตัวเล็กขโมยหมวกจากปลาตัวใหญ่ ซึ่งทำให้มันต้องคิดปลอบใจตัวเองเพื่อป้องกันความรู้สึกผิดตลอดเวลาเมื่อขโมยของ ไปจนถึงเรื่องของสีเหลืองและฟ้าที่สนิทกัน จนทั้งคู่กลายเป็นสีเขียว พ่อแม่ของทั้งคู่ตกใจจนไม่ยอมให้เข้าบ้าน ซึ่งเป็นการตีความให้เห็นถึงความแตกต่างกของคนในสังคมซึ่งทำให้เราตะลึงกับประเด็นซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ในหนังสือภาพพวกนี้เป็นอย่างมาก

          สุดท้ายเราถามเกื้อว่าหนังสือภาพสำหรับเด็กที่ดีในสายตาเธอคืออะไร ?

          “ไม่ตัดสิน ไม่สอน ไม่มีข้อคิด และไม่มีการบอกออกมาตรงๆ แต่เปิดพื้นที่ว่างที่ให้เด็กได้ เล่น และ ตีความ” คือคำตอบสุดท้ายของเธอ

‘สาน’ ภาพให้เด็กเกิดใจรัก ‘อักษร’


เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือ ‘Readtopia 3 ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศการอ่านของไทย’ (2568)

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก