เมื่อพูดถึงผู้นำท้องถิ่นที่ได้รับความไว้วางใจยาวนานถึง 5 สมัยติดต่อกันในพื้นที่ซึ่งเปราะบางทั้งด้านสังคมและความมั่นคง นั่นคือพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย ชื่อของ พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา คือหนึ่งในตัวอย่างของผู้นำที่ไม่เพียงแบกรับภาระในการบริหารจัดการเมือง หากยังกล้าฝันถึงการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากคนเล็กๆ โดยมีการศึกษาและการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญ
พงษ์ศักดิ์ไม่ได้มองบทบาทของตนในฐานะผู้บริหารงานเทศบาลเพียงเพื่อการบริการสาธารณะ แต่เขาผลักดันให้ท้องถิ่นเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เติบโต และร่วมกันผลักเมืองให้ก้าวหน้าในแบบของตัวเอง โดยเฉพาะในบริบทของนครยะลา เมืองที่มีความหลากหลายทางศาสนา ชาติพันธุ์ และประสบเหตุการณ์ความรุนแรงยาวนานกว่าสองทศวรรษ การส่งเสริมการเรียนรู้ในพื้นที่นี้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือพัฒนาเมือง หากแต่เป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสันติภาพ

พงษ์ศักดิ์เชื่อว่า นอกจากการช่วยเหลือจากส่วนกลางแล้ว การแก้ปัญหาในท้องถิ่นและการพัฒนาท้องถิ่น ควรเป็นความรับผิดชอบของคนที่รู้จักพื้นที่และผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ ดังที่เคยไปพูดชี้แจงเรื่อง พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมาย การปกครองท้องถิ่นต่อรัฐสภา เมื่อปลายปี 2565 ว่า “หน้าที่ของท้องถิ่นในวันนี้ คงไม่ใช่เป็นเพียงในเรื่องของ การเป็นการสาธารณะทั่วไป แต่เป็นการยกระดับสมรรถนะการแข่งขันของท้องถิ่นตัวเองเช่นเดียวกันด้วย… ในขณะเดียวกันเราก็ต้องยอมรับว่าความแตกต่างของท้องถิ่น บริษัทของท้องถิ่นเองก็มีความแตกต่างกัน”
แต่ด้วยเงื่อนไข และข้อจำกัด ของข้อกฎหมายและโครงสร้างขององค์กรท้องถิ่น ที่เหมือนกันทั่วประเทศ ‘นายกฯ อ๋า’ ที่ชาวนครยะลาเรียกกัน ก็มีความพยายามที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางบวก ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน รวมถึงแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย
หนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ นายกพงษ์ศักดิ์ อย่างชัดเจน คือการก่อตั้งอุทยานการเรียนรู้ยะลา หรือ TK Park ยะลา ซึ่งเป็นอุทยานการเรียนรู้ระดับภูมิภาคแห่งแรกของประเทศ โดยเทศบาลนครยะลาเป็นผู้ผลักดันและรับผิดชอบดูแลเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน
ในเมืองที่ความรุนแรงเคยเป็นสิ่งคุ้นตา พื้นที่เรียนรู้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสงบที่ค่อยๆ งอกงามขึ้นจากภายใน TK Park ยะลาจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้องสมุดมีชีวิต แต่กลายเป็นศูนย์กลางของการเยียวยาจิตใจ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่มได้เข้ามาเรียนรู้ สร้างความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม และเห็นคุณค่าของตนเอง
นายกพงษ์ศักดิ์เชื่อเสมอว่าคนในท้องถิ่นไม่ควรเป็นเพียงผู้รับการพัฒนา แต่ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง ดังนั้น การเรียนรู้จึงต้องเป็นแบบมีส่วนร่วมและตอบโจทย์ชีวิตของคนในพื้นที่ เขาไม่เคยหยุดตั้งคำถามว่า เทศบาลควรจะทำอะไรเพื่อให้ ‘ความรู้’ เป็นของทุกคน ไม่ใช่เพียงของคนที่มีโอกาส
เขาผลักดันให้ TK Park ยะลา จัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น ค่ายเยาวชนเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมือง การพัฒนาอาชีพแก่ผู้ด้อยโอกาส หรือแม้แต่โครงการ Zero to Hero ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนเรียนรู้การวิเคราะห์ปัญหาในชุมชน และออกแบบธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์
วิสัยทัศน์ของเขายังขยายไปสู่การสร้างเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วม เขาเน้นย้ำเสมอว่า “ถ้าคนในท้องถิ่นมีความ เอ๊ะ มีความสงสัยอยู่ตลอดเวลา เมืองจะไม่หยุดนิ่ง” แนวคิดนี้จึงสะท้อนอยู่ในการบริหารงานทุกด้าน ทั้งการสนับสนุนเครือข่ายชุมชน การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีบทบาทในการพัฒนาเมืองด้วยตนเอง
พงษ์ศักดิ์เคยกล่าวไว้ว่า เมื่อลงมาดูแลเทศบาล เขาไม่ได้คิดเพียงแค่แก้ปัญหาประจำวัน แต่ต้องมองไปถึง ‘ความมั่งคั่งของประเทศ’ ซึ่งเริ่มต้นได้จากระดับรากฐาน นั่นคือท้องถิ่น และ ‘คน’ ในท้องถิ่นเหล่านั้นต้องได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน
พงษ์ศักดิ์ยอมรับว่า “ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนายก(เทศมนตรีนครยะลา) แล้วก็อาจจะเป็นคนที่โชคไม่ดี เข้ามาก็เจอเหตุการณ์ความไม่สงบ สิ่งหนึ่งที่เราพยายามได้ทำ ก็คือการเปิดโลกให้กับเด็กและเยาวชน ให้เกิดการคิดมาโดยตลอด” โดย พงษ์ศักดิ์ เชื่อว่าการทำให้คนในพื้นที่โดยเฉพาะเยาวชน ตั้งคำถามเป็น และ หาคำตอบผ่านการหาความรู้ จะทำให้เกิดสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความเป็นผู้นำของเขาจึงไม่ยึดติดกับขอบเขตหน้าที่ราชการเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเรียกร้องให้มีการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย ที่ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถปรับตัวและขยับตัวได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น เขาไม่เห็นด้วยกับการบริหารแบบ ‘ชุดเดียวทั้งประเทศ’ เพราะแต่ละพื้นที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น ยะลาที่ต้องรับมือกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความเปราะบางทางสังคมที่ซับซ้อน

นอกจากบทบาทเชิงนโยบายแล้ว ความสำเร็จของพงษ์ศักดิ์ยังสะท้อนผ่านการยอมรับในระดับนานาชาติ เมื่อนครยะลาได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นหนึ่งในเมืองแห่งการเรียนรู้ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการที่เมืองทั้งเมืองขับเคลื่อนด้วยพลังของการศึกษาและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
ที่มา
เว็บไซต์ สำนักงานเทศบาลนครยะลา จาก yalacity.go.th (Online)
เว็บไซต์ กรมประชาสัมพันธ์ จาก thainews.prd.go.th (Online)
เว็บไซต์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จาก กสศ. (Online)
บทสัมภาษณ์ นายกเทศมนตรีนครยะลา จาก Voice TV (Online)
เว็บไซต์ หอประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จาก library.cmu.ac.th (Online)
เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จาก www.nationalhealth.or.th (Online)
บทสัมภาษณ์พิเศษ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ จาก The Reporters (Online)

