ปีสองปีที่ผ่านมา กระแสการหยิบจับอีรีดเดอร์ (e-reader) หรือเครื่องอีบุ๊กที่ไว้ใช้อ่านหนังสือเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลือกแบรนด์ที่นำมาเปิดขายก็เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี จากอุปกรณ์ที่เราไม่เคยนึกว่าจะต้องมีไว้ใช้ก็กลายเป็น ‘ของที่เราต้องมี’ ไปโดยปริยาย
กระแสอีรีดเดอร์กับอีบุ๊ก (e-book) จะเรียกว่าโตมาด้วยกันเลยก็ว่าได้ สิ่งพิมพ์ออนไลน์ที่ได้รับการพัฒนามาตามโลกดิจิทัล ทำให้ผู้คนเข้าถึงการอ่านได้ง่ายดายกว่าเดิม ผู้ให้บริการก็มีลักษณะและสไตล์แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นร้านขายหนังสือขนาดใหญ่ บริษัททุนที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ซื้อ-ขายหนังสือออนไลน์ สำนักพิมพ์ต่างๆ หรือแพลตฟอร์คอมมูนิตี้ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการอ่านดิจิทัลโดยเฉพาะ
ห้องสมุดเองก็ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวละครของไวยากรณ์อีบุ๊กด้วยเช่นกัน
ห้องสมุดหลายแห่งเปิดแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือแบบออนไลน์ได้เช่นกัน แต่ก็ใช่ว่าจะมีการนำหนังสือทุกเล่มข้าสู่ระบบดิจิทัล บางส่วนนักอ่านต้องไปค้นในห้องสมุดด้วยตัวเอง บางคนไม่สะดวกเดินทางไปถึงที่หมายก็ต้องยอมจ่ายเงินให้กับแพลตฟอร์มที่พาเข้าถึงหนังสือที่ต้องการผ่านอีบุ๊กได้ จึงกลายเป็นอีกราคาที่นักอ่านต้องยอมแลก
คงจะดีไม่น้อยถ้ามีห้องสมุดที่ให้บริการอีบุ๊กได้ฟรีๆ เข้าถึงง่าย และครอบคลุมหนังสือหลากหลายได้มากเท่าที่เราต้องการ
เราไม่ต้องนึกฝันกันไปไกลมากนัก ใกล้ๆ กับประเทศไทย ห้องสมุดแห่งหนึ่งที่สามารถแปลงร่างตัวเองให้เป็น ‘คลังอีบุ๊กขนาดยักษ์’ คือ National Library of Public Information (NLPI) หรือ หอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติ หนึ่งในห้องสมุดสาธารณะที่เก่าแก่ของไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1923 ในรูปแบบห้องสมุดประจำจังหวัดที่มีแต่หนังสือเล่ม ก่อนจะขยายมาสู่ห้องสมุดดิจิทัลระดับชาติ
หอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวันพร้อมบริการอีบุ๊กให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยโดยหนังสือที่เป็นข้อความ หนังสือภาพ หนังสือเสียง งานศิลปะ และที่สำคัญคือให้บริการ ‘คลังหนัง’ ในระบบสตรีมมิงแบบฟรีๆ
ความพิเศษของที่นี่คือการปฏิญาณตนว่าจะเป็น ‘ห้องสมุดอัจฉริยะ ขับเคลื่อนทุกสิ่งอย่างด้วยเทคโนโลยี’
นวัตกรรมใดๆ ในโลกที่นำมาใช้ได้ ห้องสมุดจะนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาปรับใช้กับการจัดการองค์ความรู้ในห้องสมุด เช่น การสร้าง AI บรรณารักษ์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและโต้ตอบอย่างชาญฉลาด เครื่องกดหนังสือที่ทำให้นักอ่านสามารถยืมหนังสือได้ทุกเวลา แอปพลิเคชันที่เอื้อให้นักอ่านเข้าถึงคลังความรู้ได้ทุกเวลา หรือการใช้ AI จัดการระบบหนังสือบนชั้น รายงานการยืม-คืนแบบเรียลไทม์
ฟังดูล้ำสมัยขนาดนี้ แต่กลุ่มที่จะใช้งานหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติได้ดีไม่จำเป็นต้องเติบโตมากับเทคโนโลยีเท่านั้น
พวกเขาต้องการให้การอ่านหนังสือออนไลน์เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม จึงสร้างคอร์สสอนการเข้าถึงหนังสือออนไลน์ เปิดให้มีมุมหนังสือต่างชาติ เช่น มุมหนังสืออเมริกา มุมหนังสือของชาวอาเซียน สะท้อนให้เห็นว่าห้องสมุดมองเห็นกลุ่มคนอพยพที่เข้าไปเป็นแรงงานในไต้หวัน และมองว่าคนทุกกลุ่มมีสิทธิได้รับองค์ความรู้ผ่านหนังสือในห้องสมุดแห่งนี้ ความจริงจังในการเปิดรับคนทุกกลุ่มอยู่ในระดับที่เคยจัดงานเฉลิมฉลองหนังสือและนิยายบอยเลิฟของไทยมาแล้วด้วย
นี่เป็นเพียงเรื่องเล่าฉบับย่อของหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวันเท่านั้น ยังมีกิจกรรมอีกมากที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการเป็นห้องสมุดที่ทันสมัย ผลักดันให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายด้วยระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ
พวกเขาสร้างโมเดลอะไรไว้บ้าง เราชวนไปทำความรู้จักกับห้องสมุดแห่งนี้กัน


ก่อนจะล้ำสมัย พื้นฐานคือต้องให้ผู้คนเข้าถึง
อาคารห้องสมุดแห่งใหม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2012 มีทั้งหมด 5 ชั้น และยังมีชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น ที่นี่ได้รับออกแบบที่ตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่มในไต้หวัน ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ และชาวต่างชาติ
หอสมุด NLPI ให้ความสำคัญกับโจทย์ด้านการศึกษาของรัฐบาลไต้หวัน นั่นคือการให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงมีโซนศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กและผู้สูงวัยโดยเฉพาะ ทั้งโซน XR Story House การฉายภาพแบบอินเทอร์แอกทีฟสมจริง ผสานกับเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวในระหว่างการเล่าเรื่อง ซึ่งทำให้เด็กเข้าไปโต้ตอบและได้รับคำแนะนำให้ทำกิจกรรมเพื่อปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จและรับชมเรื่องราวในโซนนี้

“ในที่สุดพวกเราก็ได้มาดู ‘ห้องนิทาน’ ของหอสมุด NTL แล้วค่ะ! เมื่อก่อนเวลาไปหอสมุด มักจะสงสัยตลอดเลยว่าพื้นที่วงกลมตรงกลางนั้นคืออะไรกันแน่ 🤔️
“ตอนนี้ทางหอสมุดได้เปลี่ยนโฉมพื้นที่นี้ให้กลายเป็นการเล่านิทานแบบ XR (Extended Reality) ที่สนุกสุดๆ ไปเลยค่ะ มีการใช้ระบบตรวจจับ AI มาสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกับเด็กๆ ด้วย ทำให้เด็กๆ ที่มาฟังนิทานรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้นเยอะเลยค่ะ ถ้ามีโอกาส ลองแวะมาสัมผัสประสบการณ์ที่หอสมุด NTL กันดูนะคะ ❤️”
หนึ่งในผู้ปกครองชาวไต้หวันแชร์วิดีโอการเดินทางเข้าชมนิทานห้อง XR Story House ลงโซลเชียลมีเดีย โดยมีผู้ปกครองคนอื่นๆ มาร่วมแสดงความเห็นว่า “ที่นี่เหมาะมากสำหรับพาลูกมาปล่อยพลังค่ะ”
“ที่นี่คือดีย์ไม่ไหว~ เป็นมิตรกับพ่อแม่ลูกสุดๆ เลยค่ะ แถมยังมีจอโค้งขนาดใหญ่ด้วย❤️”
“พวกภาพโปรเจกชันเสมือนจริงนี่เด็กๆ ต้องชอบมากแน่ๆ เลยค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวไถจง อย่าลืมจัดทริปแวะไปที่นี่กันนะคะ 😍”
“ที่นี่เท่เกินไปแล้ว! ครั้งหน้าไปไถจง ต้องจัดทริปแวะไปให้ได้เลย”
“นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีที่ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เซฟเก็บไว้เลยค่ะ”
คอมเมนต์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าบริการของห้องสมุดได้รับการคิดค้นมาตอบโจทย์สำหรับเด็กและผู้ปกครองในไต้หวันอย่างมาก หลักฐานที่ช่วยยืนยันว่าหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวันเป็นขวัญใจของเหล่าผู้ปกครองก็คือ เจ้าหน้าที่ห้องสมุดได้แชร์ภาพรถเข็นที่มีกองหนังสือส่งคืนเต็มคันรถ โดยระบุข้อความว่า
“นี่แหละค่ะ… ชีวิตประจำวันหลังช่วงวันหยุด… 😅
โซนศูนย์เรียนรู้เด็กแทบจะกลายเป็นแชมป์ยอดการยืมหนังสือของทั้งหอสมุดไปแล้วค่ะ 🏆 ไม่ว่าจะเป็นช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดยาว จะเห็นคุณพ่อคุณแม่เข็นรถเข็น ส่วนเด็กๆ ก็ยิ้มแฉ่งกอดหนังสือเล่มโต ยืมกันทีเต็มรถเข็นเหมือนกะจะยกทั้งห้องสมุดกลับบ้านเลย!
แต่ก็นะ… บนชั้นหนังสือนี่โล่งโจ้งภายในพริบตา…
พอกองทัพหนังสือถูก ‘ส่งคืน’ กลับมา ก็ต้องอาศัยพลังจาก ‘ทีมเทพ’ อย่างเหล่าพี่ๆ อาสาสมัครนี่แหละค่ะ~ นี่มันไม่ใช่แค่ #น้ำหนักของความรู้ แล้วล่ะ แต่มันคือการฝึกกล้ามแขนชัดๆ! 💪😂”
แต่หากเด็กๆ เริ่มโตกันแล้ว ที่นี่ก็ยังมีพื้นที่สำหรับวัยรุ่น ทั้งโซนรวบรวมวรรณกรรมสำหรับวัยรุ่น เช่น การ์ตูน นิตยสาร และนวนิยาย และมีพื้นที่อัจฉริยะอเนกประสงค์ ‘So Young Hall’ ซึ่งมีทั้งบอร์ดเกมและอุปกรณ์ศิลปะให้ยืม (แต่ต้องใช้ภายในห้องสมุดเท่านั้น) รวมทั้งคอร์สเปิดประสบการณ์การเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ เกม สื่อการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์ (STEAM) และพื้นที่ฝึกซ้อมเต้นสำหรับนักเรียน

สำหรับผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัย ห้องสมุดออกแบบศูนย์ทรัพยากรผู้สูงอายุที่ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการอ่านของกลุ่มผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป มีส่วนการเรียนรู้ด้วยตนเองตามหัวข้อต่างๆ หนังสือตัวใหญ่ เครื่องอ่านหนังสือพิมพ์ดิจิทัล และแว่นขยายที่สามารถซูมเข้าออกตัวอักษรได้ นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มสันทนาการดิจิทัลที่มีเกมแข่งขันอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาษาจีนและภาษาอื่นๆ

Photo: 讀家時光
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หอสมุด NLPI มี ‘ศูนย์ข้อมูลสำหรับผู้พิการทางการได้ยินและการมองเห็น’ ให้บริการหนังสือสองภาษา หนังสือเสียง หนังสืออักษรเบรลล์ คอมพิวเตอร์สำหรับผู้พิการทางสายตา และบล็อกของเล่น นอกจากนี้ยังมีห้องปฏิบัติการอเนกประสงค์ และสตูดิโอบันทึกเสียงหนังสือเสียง เพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่เข้าถึงได้เฉพาะสำหรับผู้พิการทางการได้ยินและการมองเห็น
หรือถ้าใครไม่ได้ต้องการไปอ่านหนังสือ แต่แค่อยากนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่นี่ก็มีงานศิลปะ ประติมากรรม สถาปัตยกรรม นิทรรศการหลากหลาย และเทศกาลส่งเสริมการอ่านที่น่าสนใจและน่าสนุก เช่น The Marvelous temple of reading 2025 หยิบวัฒนธรรมวัดวาอารามอันรุ่งเรืองของไต้หวันมาผสานกับการอ่าน ภายใต้สโลแกน ‘ของถวายนำมาซึ่งพร การอ่านนำมาซึ่งรางวัล’ โดยจัดตลาดนัดการอ่าน จำลองบรรยากาศงานวัด มีการแสดงเชิดหุ่นกระบอก การแสดงกลอง และกิจกรรมทำที่คั่นหนังสือลายยันต์ (Talisman bookmarks) รวมถึงการเสี่ยงเซียมซีหนังสือ หรือจัดธีมปิกนิกการอ่าน (Reading-themed Picnic) การอ่านท่ามกลางกลิ่นอายชา(Reading within Fragrance of Tea)
อีเวนต์ที่จัดขึ้นก็มีความหลากหลาย และทันสมัยสุดอย่างอีเวนต์จากนิยาย BL ของไทย Bangkok’s Gleam, Bang Phong’s Enchantment: Love, Death, and Spiritual Entanglement in BL Literature

ห้องสมุดประจำจังหวัดไถจงสู่หอสมุดที่เป็นคลังความรู้ออนไลน์ระดับชาติ
ตามข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการเมื่อปี 2019 ไต้หวันมีห้องสมุดสาธารณะจำนวน 544 แห่ง โดยในปี 2018 เพียงปีเดียว มีผู้เข้าใช้บริการห้องสมุดถึง 91.98 ล้านครั้ง และมีการยืมหนังสือจำนวน 77.91 ล้านเล่ม
หนึ่งในห้องสมุดที่ยังคงยืนระยะให้ผู้อ่านชาวไต้หวันกว่าร้อยปีคือ หอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติ ก่อตั้งในปี 1923 โดยเริ่มแรกอยู่ภายใต้ชื่อ ‘หอสมุดประจำจังหวัดไถจง (Taichu Prefectural Library) เป็นห้องสมุดประจำจังหวัดระหว่างปี 1923–1946 ต่อมาได้ปรับมาเป็น ‘หอสมุดประจำมณฑลไถจง (Taiwan Provincial Taichung Library) โดยขยายพื้นที่เป็นห้องสมุดประจำมณฑลระหว่างปี 1946–1999 และสุดท้ายคือหอสมุดแห่งชาติไถจง (the National Taichung Library) ในปี 1999–2012
ในปี 2006 รัฐบาลท้องถิ่นได้อนุมัติแผนการย้ายและสร้างห้องสมุดแห่งชาติไถจงขึ้นใหม่ภายใต้การก่อสร้าง ‘โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ 10 โครงการ’ ของไต้หวัน โดยมีงบประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน และใช้เวลาในการวางแผนและก่อสร้างนานถึง 8 ปี ก่อนจะออกมาเป็นหอสมุดที่มีรูปลักษณ์ทรงคลื่น ไหลไปตามกระแสน้ำ ซึ่งพวกเขาเปรียบเป็น ‘การเคลื่อนไหวขององค์ความรู้’ ที่ไม่มีสิ้นสุด สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนอู่ฉวนใต้ ในเขตใต้ของเมืองไถจง และมีสาขาอีก 3 แห่ง ได้แก่ ลี่หมิง จิงหวู่ และจงซิง
เมื่อแปลงตัวเองมาเป็นห้องสมุดระดับชาติ NLPI ได้ตั้งปณิธานหลักเอาไว้ว่า พวกเขาจะเป็นห้องสมุดดิจิทัลระดับชาติของไต้หวัน หรือเป็นห้องสมุดแห่งแรกที่ให้บริการคลังอีบุ๊กระดับชาติ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงได้ฟรีๆ และยังมีบทบาทสนับสนุนและให้คำแนะนำแก่ห้องสมุดสาธารณะท้องถิ่นในทุกระดับการบริหารเกี่ยวกับการจัดทำห้องสมุดดิจิทัล
คุณค่าหลักของ NLPI อยู่ที่การเก็บสะสมคอลเลกชันหนังสือต่างๆ ไว้ในระบบดิจิทัล มากกว่าหมื่นเล่ม แต่ความสำคัญไม่ได้นับกันที่ ‘ปริมาณ’ เพียงอย่างเดียว พันธกิจของหอสมุด NLPI คือการให้บริการด้านการอ่านที่มีคุณภาพสูงผ่านคอลเลกชันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หนังสือภาพ หนังสือเสียง คลังดนตรี งานศิลปะ ไปจนถึงภาพยนตร์
ว่าแต่ทำไมหอสมุดแห่งนี้ถึงเอาจริงเอาจังกับการสร้างระบบการอ่านในรูปแบบดิจิทัลขนาดนี้?
คำตอบที่เข้าใจง่ายที่สุดในระดับนโยบายคือ กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลไต้หวันมีนโยบายตอบสนองความต้องการของสาธารณชนในการเข้าถึงการอ่าน สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงความรู้และการคิดวิเคราะห์ได้มากขึ้น ทำให้การอ่านสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการคิดเชิงวิพากษ์ จินตนาการ และนวัตกรรม นำไปสู่การใช้ความรู้ตัดสินใจดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและก้าวไปสู่เป้าหมายต่างๆ
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการสนับสนุนการอนุรักษ์วัฒนธรรม การวิจัยทางวิชาการ การศึกษา และการพักผ่อนหย่อนใจในระดับวัฒนธรรมด้วย ฉะนั้น องค์ความรู้ต่างๆ ต้องเข้าถึงง่ายและสะดวกสำหรับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะอ่านจากโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้าน
ในเมื่อภารกิจของหอสมุด NLPI คือ ‘การเรียนรู้อย่างชาญฉลาด’ สนับสนุนให้ผู้คนเข้าถึงการอ่าน สร้างอนาคตที่สดใสด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะสำเร็จได้ผ่านการมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการอ่านที่บูรณาการข้อมูล ความรู้ และเทคโนโลยีมาประสานกันอย่างแนบแน่นผ่านเป้าหมาย 6 ข้อ นั่นคือ
หนึ่ง–พัฒนาสภาพแวดล้อมการอ่านอัจฉริยะที่ล้ำสมัยและมองไปข้างหน้า โดยบูรณาการบริการทั้งแบบดิจิทัลและแบบกายภาพเข้าด้วยกัน
สอง–นำเสนอบริการด้านการอ่านที่ครอบคลุม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการคิดเชิงวิเคราะห์ จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
สาม–ขยายการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ขยายเครือข่ายความร่วมมือ และเสริมสร้างผลกระทบของการส่งเสริมการอ่านให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สี่–เป็นผู้นำและให้การสนับสนุนห้องสมุดสาธารณะทั่วไต้หวันในการมุ่งสู่การเติบโตและความเป็นเลิศร่วมกัน
ห้า–ส่งเสริมกลไกการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างไต้หวันที่เป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย
หก–มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศขององค์กรและความยั่งยืนในระยะยาว
เป้าหมาย 6 ข้อนี้นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่ทำให้คนเข้าถึงการอ่านผ่านเทคโนโลยีมากมาย ต่อไปนี้เราจึงจะขอชวนทุกคนเดินเข้าสู่หอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวัน พื้นที่ที่โอบรับคนทุกกลุ่มและการอ่านทุกรูปแบบ


ประชากรจะนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างชาญฉลาดก็ต่อเมื่อมีคลังหนังสือออนไลน์ที่เข้าถึงได้หลากหลาย
นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ NLPI ได้รับรางวัล ALA Presidential Citation for Innovative International Library Projects ในปี 2020
เพียงแค่จินตนาการว่าเราไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้ออีรีดเดอร์หรืออีบุ๊ก แถมยังไม่ต้องเสียเงินค่าสตรีมมิงรายเดือนให้กับหลากหลายแพลตฟอร์ม เพราะเรามีสิ่งเหล่านี้ได้ในห้องสมุด
ไอเดียนี้ฟังดูเพ้อฝันไปหรือเปล่า
NLPI ได้พัฒนาแพลตฟอร์มบริการอีบุ๊กออนไลน์ ซึ่งเป็นอีบุ๊กภาษาจีนดั้งเดิมในไต้หวัน โดยมีระบบเกือบ 100 รายที่ให้การเข้าถึงหนังสือหลากหลาย แบ่งแยกหมวดต่างๆ ให้ผู้อ่านค้นหาหนังสือได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นหมวดหนังสือเก่า เช่น หนังสือหายากของญี่ปุ่นและหนังสือพิมพ์เก่าแก่ หนังสือใหม่ หนังสือภาพ หนังสือเสียง ไปจนถึงงานศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ หรือคลาสบรรยายจากอาจารย์ก็ยังมี
คลังหนังสือเหล่านี้จะถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ และมีช่องทางเข้าถึงที่แตกต่างกัน เช่น คลังหนังสือจะมีประมาณ 4 หมวด ทั้งในรูปแบบภาษาจีนและภาษาอื่น ดังนี้
- National Library of Public Information E-book Online Service Platform เป็นแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นอีบุ๊กภาษาจีนดั้งเดิมเป็นหลัก
- Netlibrary (EBSCOhost) คลังข้อมูลนี้ประกอบด้วยอีบุ๊กทั้งหมด 3,328 เล่ม ครอบคลุม 10 หัวข้อหลัก ได้แก่ สถาปัตยกรรม การออกแบบ ศิลปะ บรรณารักษศาสตร์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ดิจิทัล การศึกษาด้านการเลี้ยงดูบุตร หนังสือภาพสำหรับเด็ก นวนิยาย และคู่มือ
- udn Library ประกอบด้วยอีบุ๊กทั้งหมด 323 เล่ม ซึ่งรวมถึงวรรณกรรมจากนักเขียนชื่อดัง นิยายแฟนตาซี หนังสือเรียนภาษาสำหรับสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษทั่วไป รวมถึงหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว การสอนใช้คอมพิวเตอร์ และชุดหนังสือเกี่ยวกับการจัดการทางการเงิน
- PUBU เนื้อหาประกอบด้วยอีบุ๊กภาษามาเลเซียทั้งหมด 170 เล่ม ครอบคลุมหมวดนวนิยาย วรรณกรรมเด็ก การเลี้ยงดูบุตร ครอบครัว และชีวิตประจำวัน โดยแต่ละเล่มมีให้ 1 ฉบับ
ส่วนหนังสือภาพ คลังหนัง ดนตรี งานศิลปะก็มีอีกมากมาย เช่น
- Database of HiKids Digital Education คลังแอนิเมชันเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กที่มีเนื้อหาสาระ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3-10 ปี ครอบคลุม 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ บ้านนิทานสอนใจ ปรมาจารย์คลาสสิก และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแสนสนุก
- Foodman Audiovisual Database ภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ จำนวน 26 ตอน เหมาะสำหรับเด็กๆ ครอบคลุม 6 หัวข้อหลัก ได้แก่ ความปลอดภัยด้านอาหาร การปลูกฝังคุณธรรม การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและสุขอนามัย การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ และการศึกษาด้านชีวิต
- Online Audio-Visual Media Center คลังวิดีโอและเสียงทุกรูปแบบ รวมไว้กว่า 5,600 ครอบคลุมตั้งแต่สมนา การบรรยายสาธารณะ เสวนา คอร์สอบรมความรู้ต่างๆ
- EZ Movie ไฮไลต์ของหอสมุดแห่งนี้คือบริการสตรีมมิงหนังที่หลากหลายและครบครัน หนังกว่า 150 เรื่องรวมถึงภาพยนตร์จากบริษัทภาพยนตร์ชื่อดัง เช่น Disney, Sony, WB, MARVEL, PIXAR เป็นต้น โดยครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น ความเท่าเทียมทางเพศ ครอบครัวและการเลี้ยงดูบุตร นิเวศวิทยา สิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม อาชีพและสถานที่ทำงาน การศึกษาชีวิต เป็นต้น
- Taiwan Academic Classics – LionArt Digital Archive คลังนิตยสารศิลปะ รวบรวมเนื้อหาอย่างครบถ้วนจากนิตยสาร LionArt Monthly จำนวน 307 ฉบับ ตั้งแต่ฉบับแรกในปี 1971 จนถึงฉบับสุดท้ายในปี 1996 รวมถึงภาพกว่า 68,000 ภาพ โดยยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมของนิตยสารรายเดือน ตลอดจนลิงก์การค้นหาไปยังพจนานุกรมศิลปะจีน พจนานุกรมศิลปะตะวันตก และหนังสือประจำปีศิลปะไต้หวัน
- Digital Art Design Gallery คลังเก็บข้อมูลภาพและเสียงดิจิทัลของผลงานสร้างสรรค์ดิจิทัลที่ยอดเยี่ยมของนักศึกษาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้อ่านได้ชื่นชม ค้นหา ศึกษาดูงาน สังเกตการณ์การเรียนการสอน และแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการสืบทอดงานสร้างสรรค์ดิจิทัลในไต้หวัน
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวันที่รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างให้ประชาชนเข้าถึงได้
ที่นี่ยังมีการสะสมคลังหนังสือเก่าที่ได้รับการถ่ายโอนสู่ระบบดิจิทัลสำหรับใครที่ต้องค้นหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ก็สามารถใช้บริการหอสมุด NLPI ได้อย่างง่ายดาย โดยพวกเขาใช้ชื่อว่า ‘หอจดหมายเหตุทางดิจิทัลของ NLPI’ มีหมวดหมู่ตามหัวข้อ 10 หมวดหมู่ ได้แก่ หนังสือเก่าของญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์เก่า เอกสารโบราณ ภาพถ่ายเก่า เครื่องปั้นดินเผา บันทึกการแสดงงิ้วท้องถิ่น โบราณวัตถุของชาวฮักกา บทละครหุ่นเงา เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไต้หวัน และโปสเตอร์พิพิธภัณฑ์
ฐานข้อมูลนี้ยังรวบรวมหนังสือพิมพ์เก่ากว่า 20 แห่ง หนึ่งในฉบับที่มีค่ามากคือ หมินเปา (民報 แปลว่าข่าวประชาชน) หนังสือพิมพ์ภาษาจีนฉบับแรกของประชาชน ก่อตั้งโดยชาวไต้หวันผู้สนับสนุนสงครามโลกครั้งที่สอง อีกฉบับคือ หนังสือพิมพ์ระดับภูมิภาคหมินเซิงเดลี่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 1938 และหยุดตีพิมพ์ในเดือนสิงหาคม 1974 จำหน่ายในภาคกลางของไต้หวัน ด้วยแหล่งข้อมูลเหล่านี้ ทำให้หอสมุด NLPI กลายเป็นสถาบันเดียวของไต้หวันที่มีคอลเลกชันหนังสือพิมพ์ที่สมบูรณ์มากขนาดนี้
หอจดหมายเหตุดิจิทัลแห่งนี้ยังมีฐานข้อมูลหนังสือเก่าของญี่ปุ่นซึ่งตีพิมพ์ในช่วงที่เข้าไปครองไต้หวัน ทั้งจากสำนักพิมพ์ทางการและไม่เป็นทางการ ฐานข้อมูลนี้มีชื่อว่า Old Japanese Publication รวบรวมหนังสือทั้งหมดในรูปแบบดิจิทัล เนื้อหาของสิ่งพิมพ์เก่าเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงนโยบายและระบบการปกครองของรัฐบาลในยุคอาณานิคมญี่ปุ่น สามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์โดยรวมและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ในยุคอาณานิคมญี่ปุ่นเท่านั้น และเป็นเอกสารที่มีค่าในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในยุคนั้นด้วย ทั้งนี้พวกเขานำมาเผยแพร่ในรูปแบบดิจิทัล 6,300 เล่มจาก 23,000 เล่มในห้องสมุด เนื่องจากสิ่งพิมพ์เหล่านี้มีคุณค่าทางการวิจัยสูงและไม่สามารถยืมออกไปได้
หอสมุด NLPI ยังมีแอปพลิเคชันที่ช่วยให้นักอ่านเข้าถึงเครือข่ายหนังสือที่เชื่อมต่อกับห้องสมุดอื่นๆ ในไต้หวัน โดยแอปฯ นี้มีชื่อว่า iLib Reader บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ (EBOS) และยังอ่านหนังสือบนมือถือได้ด้วย นี่คือแอปพลิเคชันแรกที่ออกแบบมาเพื่อห้องสมุดภายในไต้หวัน โดยให้บริการเข้าถึงอีบุ๊กกว่า 400,000 เล่มแบ่งปันกันระหว่างห้องสมุดสาธารณะทั่วไต้หวัน
วิธีใช้งานบริการอีบุ๊กออนไลน์นั้นแสนง่ายดาย เพียงลงทะเบียนกับหอสมุด แล้วล็อกอินเข้าใช้งานโดยตรง แต่ละบัญชีสามารถยืมอีบุ๊กได้ 8 เล่ม มีระยะเวลาการยืม 14 วัน และระบบอีบุ๊กนี้สามารถดาวน์โหลดได้ในระบบ iOS และ Android พูดง่ายๆ คือ ไม่ต้องไปใช้อุปกรณ์ของห้องสมุดก็สามารถใช้แพลตฟอร์มนี้ที่บ้านได้
หากใครใช้งานไม่เป็นหรือตามเทคโนโลยีไม่ทันก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะห้องสมุดไม่ได้มุ่งหวังสร้างความ ‘ฉลาด’ ให้เพียงคนที่เชี่ยวชาญโลกดิจิทัลเท่านั้น พวกเขาเปิดหลักสูตรให้คนเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับการอ่านอีบุ๊กได้ เพื่อส่งเสริมทรัพยากรดิจิทัลประเภทต่างๆ ที่ห้องสมุดมีให้บริการ สนับสนุนการอ่านแบบดิจิทัล และเพิ่มพูนความรู้ด้านสารสนเทศของผู้อ่าน
สำหรับใครที่ต้องการแหล่งทรัพยากรข้อมูลสำหรับการเรียนรู้ หอสมุด NLPI ยังมีบริการคอร์สเรียนภาษาออนไลน์ฟรี สอนภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม และจีนไต้หวัน เช่น Studio Classroom – Video Library On Demand จากรายการภาษาอังกฤษที่ปรากฏในทีวีสาธารณะไต้หวัน ได้ถูกรวบรวมมาให้กดติดตามได้ในหอสมุดแห่งนี้ โดยได้รับการอัปเดตทุกวัน หรือคอร์ส New TOEIC Intensive Training Course (Including Supplementary Lessons) คอร์สติวออนไลน์สำหรับสอบ TOEIC แบ่งออกเป็นสองระดับ ได้แก่ ระดับพื้นฐานและระดับสูง พร้อมทั้งคอร์สกลยุทธ์การสอบและคลังข้อสอบฝึกหัดที่คนไต้หวันไม่ต้องไปเสียเงินเรียนพิเศษที่ไหน เข้ามาฝึกฝนผ่านห้องสมุดแห่งนี้ได้
นอกจากนี้พวกเขายังมีคอร์ส PELAPELA Japanese Language Learning Database โปรแกรมบรรจุบทเรียนภาษาญี่ปุ่นครบถ้วน 120 บทเรียน ครอบคลุมตั้งแต่หลักสูตรเริ่มต้น (ระดับ N5) ถึงหลักสูตรขั้นสูง (ระดับ N1) และมีบริการทดลองสอบภาษาฟรี ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น เช่น American Magazine Center – NEW TOEIC Simulation Test ฐานข้อมูล TOEIC ที่จัดทำโดย AMC English ประกอบด้วยสองระดับ ได้แก่ New TOEIC และ TOEIC Plus ซึ่งมีแบบทดสอบฝึกหัดจำลองให้ใช้งาน
บรรณารักษ์ AI และพี่หุ่นยนต์มากมายในห้องสมุดสุดอัจฉริยะ
โจทย์ข้อหนึ่งของหอสมุด NLPI คือการ ‘สร้างสภาพแวดล้อม’ ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านที่บูรณาการทั้งความรู้และนวัตกรรม พวกเขาไม่ได้เก่งแค่การสร้างคลังหนังสือดิจิทัลเท่านั้น เพราะยังนำเทคโนโลยีมาบริการภายในห้องสมุดทุกซอกทุกมุมอีกด้วย
หอสมุด NLPI ร่วมกับศูนย์วิศวกรรมซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยตงไห่ ออกแบบและพัฒนาระบบ AI บรรณารักษ์ ชื่อว่า ‘เสี่ยวซู’ (แปลว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านหนังสือ) โดยใช้เทคโนโลยีของ ChatGPT สร้างบรรณารักษ์ที่มีภาพและเสียงเหมือนตัวจริง ให้คำปรึกษาแก่ผู้อ่าน แนะนำหนังสือ และสนทนาอย่างเป็นมิตร ช่วยเพิ่มประสบการณ์การอ่านให้กับผู้ใช้บริการห้องสมุด
หลังจากผ่านการทดสอบและการฝึกฝนอย่างเข้มงวด หอสมุด NLPI กล่าวว่า ‘เสี่ยวซู’ มีความแม่นยำในการเข้าใจประโยคและสร้างคำตอบได้ดี และได้เข้าร่วมทีมบรรณารักษ์ของหอสมุดเมื่อปลายปี 2023 เพื่อช่วยเหลืองานบริการผู้อ่านในชั้นแรก ผู้บริหารของหอสมุดเชื่อว่าการนำเสี่ยวซูออกมาเจอผู้คน ได้ฝึกฝนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจะพัฒนาเสี่ยวซูให้เป็นผู้ช่วยที่มีความสามารถสำหรับผู้อ่านได้มากขึ้น

พี่สาวเสี่ยวซูไม่ได้เป็นนวัตกรรมเหงาๆ เพียงสิ่งเดียวในหอสมุด เพราะที่นี่ยังมีน้องๆ หุ่นยนต์ ‘โบบิ’ (Bopi) ในปี 2012 หอสมุด NLPI ร่วมมือกับศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกลความแม่นยำในการพัฒนาหุ่นยนต์ส่งหนังสือและช่วยเก็บหนังสือเข้าที่เข้าทาง โดยเฉพาะในโซนหนังสือเด็กที่เจ้าตัวเล็กอาจไม่รู้ว่าจะเก็บหนังสือตามหมวดได้อย่างไร
โบบิยังมาพร้อมคุณพี่หุ่นยนต์อัจฉริยะ NAO ในปี 2017 ที่หอสมุดได้ร่วมมือกับห้องสมุดมหาวิทยาลัยเฟิงเจียพัฒนาระบบบริการหุ่นยนต์โดยใช้เครื่องมือพัฒนาโปรแกรม Choregraphe ประกอบด้วยโมดูลควบคุม และ 2 โมดูลบริการ ได้แก่ โมดูลให้คำปรึกษาถามตอบที่พัฒนาด้วย QiChat Script และโมดูลเล่าเรื่องที่ผสานไฟล์เสียงเข้ากับคลังภาพเคลื่อนไหว เซนเซอร์สัมผัส และฟังก์ชันการจดจำเสียง พูดอย่างเข้าใจง่ายคือ NAO มีเซนเซอร์ภาพ เสียง และสัมผัส เขาสามารถเคลื่อนที่ เต้นรำ นำทาง ตอบสนองด้วยคำพูด และเล่าเรื่องได้ด้วย
เมื่อมีหุ่นยนต์ฉลาดๆ อย่าง NAO แล้ว ในปี 2018 คูบิ (Kubi) หุ่นยนต์อัจฉริยะอีกตัวก็ตามมาติดๆ พัฒนาโดยบริษัท Syscom Computer Engineering คูบิมีความสามารถต่างๆ เช่น การจดจำภาพ การจดจำเสียง และการเคลื่อนที่ สามารถให้บริการต่างๆ เช่น การเต้นรำ การนำทาง การแนะนำหนังสือ และการตอบสนองด้วยการพูดคุย

Photo: 國立公共資訊圖書館 National Library of Public Information

Photo: 讀家時光

Photo: 讀家時光
ถ้าใครได้รับคำแนะนำหนังสือจากพี่สาวเสี่ยวซูและใช้งานน้องหุ่นยนต์แล้ว แต่เดินกี่ชั้นก็ยังค้นหาหนังสือที่ต้องการไม่เจอเพราะห้องสมุดกว้างเกินไป ทุกคนสามารถใช้บริการแอปพลิเคชัน iLib Guider บริการค้นหา แนะนำ เรียกดู และยืมหนังสือในหอสมุด NLPI ด้วยตัวเอง โดยแอปฯ จะนำทางไปยังตำแหน่งของหนังสือเล่มที่เราต้องการ
iLib Guider เปิดตัวในปี 2018 ได้รับรางวัล ‘Top 100 Innovative Products of Information Month 2018 – Digital Government Category’ และ ‘2021 Future Technology Award’
เหตุผลที่ได้รับรางวัลสมมงครั้งนี้ เพราะ iLib Guider ไม่ได้มีดีแค่พาเราไปเจอหนังสือเท่านั้น แอปฯ ยังมีบริการค้นหาคอลเลกชัน การแนะนำการค้นหาหนังสือ ซึ่งรองรับการแนะนำด้วยเทคโนโลยี AR พร้อมมาสคอต 3 มิติ และการยืมแบบบริการตนเองโดยใช้ Bring Your Own Device (BYOD) รวมถึงบริการต่างๆ เช่น การแจ้งเตือนการจองหนังสือ การแจ้งเตือนหนังสือเกินกำหนด การทัวร์ตามหัวข้อต่างๆ
หลังจากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 แอปฯ นี้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการเข้าใช้บริการห้องสมุด เพราะพวกเขาได้พัฒนาให้ผู้ใช้งานสามารถจองห้องนั่งอ่านหนังสือ ห้องประชุม ไปจนถึงควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในห้องได้เอง
อยากเปิด-ปิดผ้าม่านส่วนไหน กำหนดแสงสว่างเท่าไรก็สามารถทำได้ เพราะนี่คือนวัตกรรม Internet of Things (IoT) ที่หอสมุดนำเข้ามาใช้ในพื้นที่ รวมไปถึงการจัดทำชั้นวางหนังสืออัจฉริยะ RFID และแท็กอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่บริการตนเองสำหรับการจองและเรียกคืนหนังสือ
ฟังดูแล้วก็น่าตื่นเต้นมากๆ ที่เราสามารถใช้เทคโนโลยีตอบโจทย์การเข้าห้องสมุดได้อย่างสะดวกสบายขนาดนี้ แน่นอนว่าคนไต้หวันก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ถึงกับมีผู้ใช้งานถ่ายคลิปขั้นตอนการส่งคืนหนังสือแบบอัตโนมัติมาแชร์ในโซเชียลมีเดียพร้อมบรรยายว่า “การคืนหนังสือแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ทุกคนสะดวกสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ”
หากใครมาห้องสมุดไม่ทันในช่วงให้บริการตามปกติ แต่อยากยืมหนังสืออย่างมาก ที่นี่ก็มีบริการ Mini Library ซึ่งตั้งอยู่ที่ทางเข้าด้านข้างของหอสมุด บริการนี้ให้ยืมหนังสือตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ระบบยืมอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
พูดให้เห็นภาพมากขึ้น นี่คือตู้กดหนังสือที่แต่ละชั้นวางสามารถรองรับหนังสือได้มากถึง 400 เล่ม เราสามารถดูหนังสือที่มีอยู่ทั้งหมดได้เหมือนกดตู้ขนมทั่วไป แล้วกดยืมหนังสือจากหน้าจอ
แม้จะเป็นห้องสมุดที่มีบริการออนไลน์แต่อาคารหอสมุดก็ออกแบบให้เหมาะกับสุนทรีย์การอ่านของคนทุกกลุ่ม
ความกลมกล่อมจากการผสานเทคโนโลยีและการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับการอ่านของหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวันยังเลื่องลือไปถึงต่างประเทศ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ดูแลห้องสมุดของโรงพยาบาลมะสึยามะชิมิน ในญี่ปุ่น ยังต้องมาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานที่นี่
“เมื่อวันก่อนฉันได้มีโอกาสไปทัวร์ดูงานห้องสมุดที่ไต้หวันร่วมกับเพื่อนๆ ในแวดวงห้องสมุดจากต่างจังหวัดมาค่ะ ♪ […] เชื่อมั้ยคะว่าที่นี่มี ‘บรรณารักษ์ AI’ ที่ติดตั้งระบบ ChatGPT ไว้ด้วย! 😳 ส่วนพื้นที่อ่านนิทานสำหรับผู้สูงอายุ ก็สามารถนั่งพักผ่อนพลางชมวิวสีเขียวของสวนสาธารณะได้แบบชิลๆ นอกจากนี้ยังมีโซนเฉพาะสำหรับเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ แยกไว้ชัดเจนตามแต่ละช่วงวัยเลยค่ะ แม้จะเป็น ‘หอสมุดแห่งชาติ’ เหมือนกัน แต่บรรยากาศต่างจากหอสมุดรัฐสภาแห่งชาติของญี่ปุ่น (NDL) โดยสิ้นเชิงเลย ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนห้องสมุดสาธารณะที่ผสมผสานกับศูนย์ชุมชน ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถแวะเวียนมาใช้บริการได้อย่างสบายใจค่ะ 😊”

ย้ายโลกมาไว้ในห้องสมุด
“รู้สึกว่าห้องสมุดในสมัยนี้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ทั้งหนังสือที่หลากหลาย บรรยากาศที่สวยงาม กิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีความคิดสร้างสรรค์แฝงอยู่ทุกจุด สถาปัตยกรรมที่งดงาม และฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุม มันไม่ได้เป็นแค่ ‘ห้องสมุด’ แบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว”
หนึ่งในผู้ใช้งานหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวันได้ถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียและบรรยายความรู้สึกหลังเยี่ยมชมห้องสมุดเหล่านี้ ภาพถ่ายของเธอเผยให้เห็นสวนสีเขียวด้านหน้าห้องสมุด พร้อมห้องกระจกที่รายล้อมรอบตึก ทำให้ผู้คนได้เห็นบรรยายกาศร่มรื่นรอบๆ บางภาพยังเห็นรูปร่างของอาคารสีขาวที่มีความโค้งมนเป็นเอกลักษณ์
จุดเด่นอีกข้อของหอสมุด NLPI คือ การออกแบบอาคารให้มีรูปทรงเหมือนคลื่นน้ำ ซึ่งเป็นห้องสมุดแห่งแรกของไต้หวันที่มีดีไซน์เคลื่อนไหว ออกแบบโดย โจชัว จือ พัน (Joshua Jih Pan) สถาปนิกชาวไต้หวัน เขาได้แรงบันดาลใจการออกแบบจากผังเมืองแบบระบบลำคลองของเมืองไถจงในศตวรรษที่ 18 โดยโจชัวได้ยืมแนวคิดการสอดประสานกันของ ‘แถบโมบิอุส’ (Möbius strip) ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ มาสะท้อนถึงอุทกวิทยาและภูมิทัศน์ของไต้หวันตอนกลาง พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าการออกแบบด้วยเส้นโค้งมนก็คือการเคลื่อนไหวของ ‘กระแสความรู้’ ที่พลิ้วไหวไปกับภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม
อาคารของหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวันจึงเป็นตัวแทนการไหลเวียนของความรู้อย่างต่อเนื่อง และที่นี่ยังเป็นหอสมุดแห่งแรกของไต้หวันที่ออกแบบด้วยเส้นสายโค้งมนอันลื่นไหล และจัดวางผังรูปตัว L
แถบหน้าต่างแนวนอนถูกวางอย่างมีจังหวะจะโคน โดยปลายทั้งสองด้านของอาคารเป็นผนังกระจกใสที่ปล่อยให้แสงธรรมชาติมอบบรรยากาศอบอุ่นให้ภายในห้องสมุด และนักอ่านยังได้มองไปยังพื้นที่สีเขียวรอบนอก ซึ่งเป็นนโยบายหลักของไต้หวันที่จะต้องสร้างพื้นที่ธรรมชาติโอบอุ้มพื้นที่ของการอ่านหนังสือ ประชาชนทุกคนจึงเข้าถึงการอ่านได้อย่างสุนทรีย์
เหมือนกับเรื่องราวของ ‘น้องซาน’ เด็กหญิงชาวไต้หวันผู้นั่งรถผ่านหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวันและถามแม่ว่าที่นั่นคืออะไร ความสวยงามของสถาปัตยกรรมดึงดูดให้เธอสนใจอยากเข้ามาเยี่ยมเยียนพื้นที่แห่งนี้
“วันนี้ตอนขับรถไปไถจง ได้ขับผ่านอาคารที่สวยงามมากแห่งหนึ่งค่ะ
น้องซานถามว่า: ‘หม่ามี้คะ นั่นคือตึกอะไรเหรอ?’
ฉันตอบว่า: ‘นั่นคือห้องสมุดจ้ะ เป็นห้องสมุดที่สวยที่สุดในไถจงเลยนะ’
น้องซานบอกว่า: ‘หลังจากที่เราซื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้ว หนูอยากไปอ่านหนังสือที่นั่นค่ะ!’”
เอมี่ คุณแม่ชาวไต้หวันนำเรื่องราวของลูกสาวมาเล่าในโลกออนไลน์ ก่อนจะบรรยายว่า นอกจากอาคารสีขาวที่มีลักษณะเป็นคลื่นจะโดดเด่นในสายตาของเด็กคนหนึ่งแล้ว การที่ผู้ปกครองได้อ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟัง หรือสร้างบรรยากาศให้พวกเขาใกล้ชิดกับหนังสือตั้งแต่เด็กส่งผลให้ลูกๆ สนใจการอ่านมากขึ้น
“เราเริ่มอ่านหนังสือด้วยกันตั้งแต่น้องซานอายุเพียง 11 เดือน จนเวลาผ่านไป 4 ปี จนกระทั่งตอนนี้เธอสามารถอ่านเองได้แล้ว บทบาทการนำอ่านของแม่จึงค่อยๆ สิ้นสุดลงตามลำดับ หม่ามี้เป็นคนจูงมือพาเข้าสู่โลกแห่งหนังสือ หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของน้องซานเองแล้วนะ!” เอมี่เขียนข้อความในโลกออนไลน์
แน่นอนว่าการปลูกฝังพื้นฐานรักการอ่านเป็นเรื่องหนึ่งซึ่งผู้ใหญ่ควรให้ความสำคัญ แต่การฝึกฝนเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากปราศจากพื้นที่ที่มอบทรัพยากรการอ่านให้กับเด็กๆ ดังนั้น การมีอยู่ของหอสมุด NLPI จึงช่วยสร้างบรรยากาศการอ่านที่เป็นมิตร ดึงดูดให้เด็กๆ ได้สงสัยใคร่รู้และกระตือรือร้นเข้ามาอ่านหนังสืออย่างต่อเนื่องด้วย
แต่ห้องสมุดแห่งนี้ก็ไม่เพียงคำนึงถึงทรัพยากรบุคคลเชื้อสายไต้หวันเท่านั้น พวกเขายังพัฒนาให้มีพื้นที่ที่ตอบโจทย์กับกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติเพื่อสร้างแหล่งข้อมูลที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนไต้หวัน ผู้อพยพ แรงงานจากชาติอื่นๆ ด้วย
“ด้วยกระแสโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน ไต้หวันจึงเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกมากยิ่งขึ้น เราไม่สามารถแสดงออกทางวัฒนธรรมด้วยมุมมองใดมุมมองหนึ่งอีกต่อไป แต่ต้องผสมผสานระหว่างกระแสหลักและความหลากหลายของหอสมุดแห่งชาติ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่หอสมุดสาธารณะระดับชาติมุ่งให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป โดยให้สิทธิในการเข้าถึงหนังสือและข้อมูลอย่างเป็นธรรม เสรี ทันท่วงที และสะดวกสบายแก่ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ เราเคารพในคุณค่าของพหุวัฒนธรรม เราจึงส่งเสริมบริการพหุวัฒนธรรมโดยหวังว่าจะมอบแหล่งข้อมูลด้านการศึกษาและความบันเทิงที่มีคุณภาพแก่ทั้งชาวไต้หวันและชาวต่างชาติผ่านกิจกรรม บริการ และคอลเลกชันของเรา” นี่คือข้อความที่ระบุในหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประชากรต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไต้หวันได้รับอิทธิพลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นเรื่อยๆ มีประชากรจากอาเซียนย้ายไปทำงานในไต้หวันเกือบ 8 แสนคน เช่น แรงงานอินโดนีเซียที่มีประชากรกว่า 300,000 คน และแรงงานไทยจำนวน 70,000 คน ที่นี่จึงมีโซนหนังสือเพื่อบริการชาวต่างชาติอย่างจริงจัง
โซนหนังสือต่างชาติ เริ่มตั้งแต่ ‘ศูนย์หนังสือภาพโลก’ (Global Picture Book Center) รวบรวมและจัดแสดงหนังสือภาพจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับปรัชญา อารมณ์ ความงาม และจินตนาการที่หลากหลายผ่านผลงานสร้างสรรค์ เน้นย้ำถึงความหลากหลายและสร้างการเคารพในวัฒนธรรมที่แตกต่าง พวกเขายังจัดนิทรรศการหนังสือภาพตามธีมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้มองเห็นมุมมองระดับนานาชาติที่กว้างขวางขึ้น แถมยังมีคลังสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ (Indegenous resources Center) อีกด้วย

Photo: 讀家時光

Photo: 讀家時光

ในโซนหนังสืออเมริกัน (American Corner) จากความสัมพันธ์อันยาวนานของสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน หอสมุดได้ร่วมกับองค์กรของสหรัฐอเมริกาในการจัดทำโซนหนังสือแห่งนี้ขึ้น โดยมีพันธกิจคือการให้บริการข้อมูลและความต้องการทางวัฒนธรรมของอเมริกาแบบครบวงจร ทั้งในฐานะศูนย์ข้อมูลและสถานที่จัดกิจกรรมพร้อมบริการหลากหลาย โดยมีหนังสือและวารสารเกือบ 5,000 เล่มเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วรรณกรรม นวนิยาย การปกครอง การศึกษาภาษาอังกฤษ และการท่องเที่ยวของอเมริกา รวมทั้งอีบุ๊กเกือบ 60 เล่มจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ทัวร์เสมือนจริงของ AIT และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมอเมริกันมากมาย
ทั้งยังจัดนิทรรศการหนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมอเมริกันเป็นประจำผ่านความหลากหลายของผลงานและมุมมองที่หลากหลาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านสังเกตและจินตนาการถึงสังคมอเมริกันจากมุมมองที่แตกต่างกัน และสะท้อนถึงความเหมือนและความแตกต่างของวัฒนธรรมของตนเองผ่านเนื้อหาในหนังสือ
โซนหนังสือเบลเยียม (Belgium Corner) ในปี 2022 หอสมุดได้ร่วมมือกับ Wallonia-Brussels International (WBI) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษาระหว่างไต้หวันและเบลเยียมเพื่อจัดตั้งโซนนี้ขึ้นมา ตกแต่งพื้นที่ด้วยการแสดงองค์ประกอบต่างๆ ของวัฒนธรรมเบลเยียม เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกวางในมุมนี้ล้วนใช้สีดำ เหลือง และแดง สื่อถึงสีของธงชาติเบลเยียม จัดเรียงเป็นแนวตั้งและแนวนอนเพื่อสร้างความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์เรขาคณิตและเรียบง่าย ตามแนวคิดที่ว่าเบลเยียมเป็นที่ตั้งของศูนย์อวกาศยูโรและสำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรป
งานศิลปะที่จัดแสดงในโซนนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาบันเหล่านี้ด้วยการออกแบบกรอบสามมิติรูปทรงหลายเหลี่ยม ตกแต่งด้วยสีน้ำเงินและสีทองของธงชาติยุโรป และประดับด้วยดาวห้าแฉกสิบสองดวงซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนในยุโรป แสดงแบบจำลองจรวดลายตารางหมากรุกสีแดงและขาวอันเป็นเอกลักษณ์จากหนังสือการ์ตูนเบลเยียมเรื่องการผจญภัยของตินติน (Les Aventures de Tintin et Milou)

Photo: 讀家時光

ที่ขาดไปไม่ได้คือ โซนการเรียนรู้หนังสือจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (services for new immigrants from Southeast Asia) ที่หอสมุดรวบรวมคอลเลกชันของหนังสือและสื่อโสตทัศนูปกรณ์ในภาษาต่างๆ ทั้งในภาษาฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และพม่า
โจทย์ของพวกเขาคือการคัดสรรเนื้อหาที่จะเป็นประโยชน์ต่อคู่สมรสชาวต่างชาติเพื่อการปรับตัวเข้ากับชีวิตในไต้หวัน เช่น การพัฒนาทางจิตวิญญาณ การเลี้ยงดูบุตร อาหาร การดูแลสุขภาพที่บ้าน การออกแบบบ้าน การให้กำลังใจตนเอง ภาษาและวรรณกรรม การท่องเที่ยว และเรื่องเด็ก นอกจากนี้ยังมีวารสารและหนังสือพิมพ์จากประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ผู้อพยพใหม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากประเทศบ้านเกิดของตนได้

“จำนวนผู้อพยพใหม่ของเราเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อต้องเผชิญกับสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากขึ้น เราก็ต้องปรับตัวในด้านภาษา ขนบธรรมเนียม ศาสนา นิสัย และวัฒนธรรม ห้องสมุดสาธารณะควรจัดหาหนังสือและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้อพยพใหม่ โดยพิจารณาจากความหลากหลายทางกลุ่มสังคมและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ตลอดจนให้ข้อมูลและบริการที่หลากหลาย เราหวังที่จะเน้นคุณค่าทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ดูแลความต้องการด้านการอ่านของกลุ่มต่างๆ และจัดหาแหล่งข้อมูลด้านสันทนาการและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับทุกกลุ่มทั้งในและต่างประเทศ” หอสมุด NLPI ได้ระบุไว้ในเว็บไซต์
ไม่มากก็น้อย เรื่องราวของหอสมุดสารสนเทศสาธารณะแห่งชาติไต้หวัน ซึ่งเป็นห้องสมุดอายุ 100 ปีนี้ได้สะท้อนให้เราเห็นว่า บริการห้องสมุดของรัฐสามารถปรับตัวเข้าสู่โลกสมัยใหม่ได้ โดยการนำนวัตกรรมมาเอื้ออำนวยให้ประชาชนได้เรียนรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของคนทุกกลุ่ม และตอบโจทย์การเป็นพื้นที่บริการด้านความรู้ที่เพิ่มพูนให้ประชาชนได้มีทรัพยากรทางความคิด และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Photo: 國立公共資訊圖書館, Attribution, via Wikimedia Commons
ที่มา
เว็บไซต์ National Library of Public Information (Online)
Cover Photo: 讀家時光




