เทศกาลหนังสือแห่งเมเดยิน: สร้างวัฒนธรรมการอ่านก่อนสร้างยอดขาย

126 views
9 mins
August 17, 2026

          เมเดยิน ประเทศโคลอมเบีย ฟื้นฟูจากเมืองที่มีแต่ความขัดแย้งและอันตราย กลายเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมและการอ่าน

          หรือน่าจะต้องบอกว่า เพราะวัฒนธรรมและการอ่านนี่เอง เมืองจึงเปลี่ยนผู้คนให้มาสมัครสมาน สามัคคี รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และเห็นคุณค่าของการใช้งานพื้นที่ในชุมชนร่วมกัน ภายใต้โครงการพัฒนาเมืองที่ผสานเอาสถาปัตยกรรมสวนห้องสมุดและเครือข่ายห้องสมุดสาธารณะมาโอบรับและเชื้อเชิญผู้คนจากชุมชนชายขอบ ให้เข้ามาเรียนรู้โลกใบนี้ผ่านหนังสือ เข้ามาทำความรู้จักกันและกันให้ดียิ่งขึ้น สลายความขัดแย้ง แล้วจินตนาการถึงอนาคตร่วมกัน

          ควันโขมงของความรุนแรงจางลงไป พร้อมกับงานเทศกาลทางวัฒนธรรมขนาดเล็กที่จัดขึ้น ในปี 2007 เป็นเทศกาลที่เหล่าคนขายหนังสือมารวมตัวกันเพื่อขายสินค้าของตัวเองในสวนพฤกษศาสตร์ แม้งานจะเล็ก แต่การจัดงานอย่างต่อเนื่องก็ค่อยๆ ทำให้ชาวเมืองหันมาสนใจ ขยายฐานผู้เข้าชม และชื่อเสียงขจรขจายไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันกลายเป็นงานเทศกาลหนังสือยิ่งใหญ่ลำดับต้นในภูมิภาคลาตินอเมริกา 

          ทุกวันนี้ เทศกาลหนังสือแตกยอดออกเป็น 4 เทศกาลหลักซึ่งเน้นหนังสือและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทาง ได้แก่ เทศกาลหนังสือและวัฒนธรรม งานจัดแสดงหนังสือยอดนิยม เทศกาลหนังสือสำหรับเด็ก และพาเหรดการอ่านสำหรับเยาวชน เทศกาลเหล่านี้จัดด้วยธีมหรือประเด็นที่แตกต่างกันไปในแต่ละปี แต่ละเทศกาลมีอายุความเป็นมาลดหลั่นกันไป ตั้งแต่เทศกาลหนังสือและวัฒนธรรมที่จัดเป็นครั้งที่ 20 แล้ว ไล่ไปจนถึงเทศกาลหนังสือสำหรับเด็กที่เพิ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 แต่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามในช่วงสองปีที่ผ่านมา

          ความพิเศษก็คือ ปัจจุบันงานเทศกาลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเทศบาลเมืองเมเดยิน และอยู่ในแผนงานพลเมืองเพื่อการอ่าน การเขียน และมุขปาฐะ หรือ PCLEO (El Plan Ciudadano de Lectura, Escritura y Oralidad) ทั้งยังเป็นการร่วมมือกับระบบห้องสมุดสาธารณะของเมือง เพื่อส่งเสริมทั้งการอ่าน ศิลปะ วัฒนธรรม รวมทั้งสร้างพื้นที่สำหรับการรวมตัวสร้างความสมัครสมานในชุมชนโดยใช้หนังสือเป็นสื่อกลาง

          เนื่องจากองค์กรที่สนับสนุนเงินทุนเบื้องหลังเทศกาลคือ เมือง ไม่ใช่สำนักพิมพ์หรือสมาคมผู้จัดพิมพ์เอกชนใดๆ เป้าหมายของงานเทศกาลจึงมุ่งสร้าง ‘สังคมการอ่าน’ มาก่อนยอดขาย แทนที่จะแก่งแย่งพื้นที่เพื่อการทำกำไร พวกเขาเชื่อในการสร้างชุมชนของคนรักการอ่านขึ้นมาเป็นเบื้องต้น สร้างบรรยากาศแห่งการฝันใฝ่และจินตนาการ มอบคุณค่ากับความรู้ และรู้สึกว่าการอ่านคือองค์ประกอบของชีวิตคนในสังคม จึงพยายามดึงคนจากหลากหลายองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด

          จากการจัดครั้งแรกปี 2007 มีองค์กรเข้าร่วม 13 องค์กร พอถึงปี 2017 ก็เพิ่มเป็น 37 องค์กร จนล่าสุดองค์กรที่ร่วมมือกันขยายเครือข่ายเพิ่มกว่า 70 องค์กรแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เพราะเชื่อว่า หากคนเรารักการอ่าน และสังคมงอกงามทางวัฒนธรรมขึ้นมาแล้ว สิ่งต่างๆ รวมทั้งยอดขายหนังสือก็คือผลพลอยได้ซึ่งจะตามมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ นี่เองคือหลักการที่งานเทศกาลเหล่านี้ยึดมั่นมานานกว่าทศวรรษ

          งานเทศกาลเหล่านี้จึงไม่ได้จำกัดแค่การซื้อและขายหนังสือ พวกเขาขยายขีดจำกัดตัวเองด้วยการจัดกิจกรรมและเวิร์กชอปมากมายจากมืออาชีพ ทั้งสำหรับนักเรียนนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ปี 2021 ในการจัดงานครั้งที่ 15 มีกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 2,248 กิจกรรม มีแขกรับเชิญมาร่วมงาน 700 คน และผู้เข้าชมงานกว่า 141,000 คน แต่ในด้านยอดขายหนังสือซึ่งเป็นผลพลอยได้ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมียอดจำหน่ายหนังสือถึง 161,000 เล่มภายในงาน ทำให้เงินสะพัดกว่า 54 ล้านบาท นับจากการจัดครั้งแรกจนถึงวันนี้ มีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า

          เทศกาลหนังสือได้เปลี่ยนเมืองเมเดยินไปในหลายด้าน ยกตัวอย่างเช่น บริเวณทางตอนเหนือซึ่งเป็นที่ตั้งสถาบันหลักทางด้านหนังสือและวัฒนธรรมตั้งอยู่ ได้เปลี่ยนจากพื้นที่ที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะไปนั่งอ่านหนังสือหรือพบปะกัน กลายเป็นพื้นที่ที่คนนับร้อยนับพันผู้เชื่อในพลังของถ้อยคำและความคิดมารวมตัวสังสรรค์กันทุกปี

          งานเทศกาลหนังสือในเมเดยินมีจุดเด่นอะไรบ้าง เราจะไล่เลียงตั้งแต่งานแรกในตามปีปฏิทินไปจนถึงงานสุดท้ายที่ปิดฉากเทศกาลทั้งหมดอย่างยิ่งใหญ่

เทศกาลหนังสือแห่งเมเดยิน: สร้างวัฒนธรรมการอ่านก่อนสร้างยอดขาย
Photo: Fiesta del Libro y la Cultura

เทศกาลหนังสือแห่งเมเดยิน: สร้างวัฒนธรรมการอ่านก่อนสร้างยอดขาย
Photo: Fiesta del Libro y la Cultura

เทศกาลหนังสือแห่งเมเดยิน: สร้างวัฒนธรรมการอ่านก่อนสร้างยอดขาย
Photo: Fiesta del Libro y la Cultura

Medellín Children’s Book Festival

          เริ่มช่วงต้นปี 2026 ด้วยงาน Medellín Children’s Book Festival เทศกาลหนังสือสำหรับเด็กช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ย่างเข้าเดือนมีนาคม เทศกาลใหม่แกะกล่องที่เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง จุดมุ่งหมายของงานคือการจัดงานหนังสือที่ให้เด็กๆ เป็นหัวใจหลักของงานเทศกาลรายล้อมพวกเขาด้วยศิลปะของการบอกเล่าเรื่องราว เรียนรู้โลกใบนี้ผ่านศาสตร์และศิลป์ ด้วยกิจกรรมซึ่งทำให้ทั้งเด็กๆ และครอบครัวเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันได้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นหนังสือเล่ม 

          งานเทศกาลนี้จึงใช้ทั้งเรื่องราว สีสัน และเสียงดนตรีเป็นการถางทางและนำร่องให้เด็กๆ ค่อยๆ เดินไปสัมผัสพลังของถ้อยคำและจินตนาการ สร้างประสบการณ์ร่วมกันในเมืองที่โอบรับและใส่ใจความหลากหลาย รวมทั้งเห็นคุณค่าในความหลากหลายนั้นด้วย

          งานเทศกาลหนังสือปีนี้จัดขึ้นนานสี่วัน ที่สวนสาธารณะเลียบแม่น้ำเมเดยิน (Parques del Río Medellín) มีกิจกรรมสนุกๆ อย่างวันแต่งตัวแฟนซี ที่ให้เด็กๆ แต่งกายเป็นตัวละครโปรดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีอยู่จริงหรือในจินตนาการ เปลี่ยนสวน Parques del Río ให้กลายเป็นฉากหนึ่งของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ ทำให้บรรยากาศเทศกาลเต็มไปด้วยกลิ่นอายเวทมนตร์ สีสัน และความสนุกสนาน เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ลองสวมบทบาทเป็นฮีโร่ สิ่งมีชีวิตอื่น หรือตัวละครที่ใครๆ อาจคาดไม่ถึง

Photo: Fiesta del Libro y la Cultura

          นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอ่านหนังสือในสวนมีชีวิต ซึ่งเป็นพื้นที่ให้เด็กๆ ได้มาอ่านหนังสือ เล่นสนุก สร้างสรรค์ สนทนา ทำให้ถ้อยคำได้โบยบินอย่างเสรี เป็นกิจกรรมที่เกิดจากเหล่ากระบวนกร องค์กรพันธมิตร มหาวิทยาลัย ห้องสมุด ศิลปิน สถาบันการศึกษา ครอบครัว และเด็กๆ มาเข้าร่วมสัมผัสความอัศจรรย์แห่งการอ่าน และเมื่อเริ่มปลุกความรักในการอ่านขึ้นมาได้แล้ว นี่ก็เป็นการวางรากฐานอันหนักแน่นสู่การเป็นคนรักการอ่านต่อไป กิจกรรมของสวนนี้ ประกอบไปด้วยพาวิเลียนภายใน 3 แห่ง มีเด็กๆ มาเข้าร่วมมากถึง 12,551 คน มีเวิร์กชอปเกี่ยวกับการอ่าน การเขียน และการพูด พร้อมเด็กๆ จาก 12 เขตและพื้นที่ชนบท 4 แห่งมาเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

          และแน่นอนว่ามีงานหนังสือแล้วก็ต้องมีการออกร้านขายหนังสือ ภายในงานมีเทศกาลหนังสือเด็กแห่งชาติ ที่ผู้เข้าร่วมสามารถตามหาและเลือกซื้อหนังสือเด็กอันเป็นตัวแทนแห่งความหลากหลายของโลกวรรณกรรมเด็กโคลอมเบียได้ 

          อีกกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ กิจกรรม ‘ต้นไม้ที่ขับขานบทกวี’ ซึ่งเชื่อว่า “เด็กๆ คือนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ แต่พวกเขาแค่ถูกทำให้ไร้เสียง” Diana Lucía Restrepo ผู้อำนวยการเทศกาลกวีนิพนธ์เด็กกล่าว โครงการนี้นำเด็กๆ มารวมตัวกันในพื้นที่ที่เสียงของพวกเขาจะเป็นเสียงที่เปล่งออกมาร่วมกัน ผู้จัดกิจกรรมเชื่อว่าเด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้แบ่งแยกวิทย์และศิลป์ เมื่อมองท้องฟ้า พวกเขาไม่ได้แค่มองเห็นดวงดาวหรือตั้งคำถามขึ้นมา แต่ทำสองสิ่งพร้อมกัน อย่างการสังเกตการณ์ จินตนาการ และเอ่ยถ้อยคำออกมา การเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวคือกระบวนการของการผสานวรรณศิลป์ในถ้อยกวีเข้ากับวิทยาศาสตร์ และเด็กเหล่านี้คือ แอสโตรโนมอส (Astrognomos) ซึ่งอ่านออกเสียงถ้อยคำที่เด็กคนอื่นๆ เขียนขึ้นมา โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นถ้อยความคิดของใครคนใดคนหนึ่ง

          แทนที่จะมองว่ากิจกรรมดังกล่าวคือการนำ ‘กวีนิพนธ์’ เข้าไปหาเด็กๆ Diana กลับมองว่านี่คือการตระหนักว่าเด็กๆ นั่นเองคือบทกวี และสิ่งที่ช่วงวัย นี้ต้องการคือผู้คนที่รับฟังพวกเขา

          ในภาพรวม งานครั้งที่สองได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จากจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์ และครึ่งหนึ่งนั้นคือเด็กๆ มีนักเรียน 1,875 คน จากโรงเรียนรัฐ 35 แห่ง ได้มีโอกาสเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ครั้งนี้ เพราะได้รับการสนับสนุนการเดินทาง และยังมีแขกรับเชิญจากต่างประเทศอย่างจอง จินโฮ (Jung Jinho) นักเขียนและวาดภาพหนังสือสำหรับเด็กชาวเกาหลีใต้มาทำกิจกรรมกับเด็กๆ ด้วย

          “ผมนำเสนอผลงานของตัวเองในหัวข้อ ‘โลกและสถาปัตยกรรม’ และนำเด็กๆ ทำเวิร์กชอป ‘วาดภาพผ่านการสังเกต’ กิจกรรมทั้งสองมีทั้งเด็กๆ และครอบครัวเข้าร่วม บรรยากาศอบอุ่นและเชื้อเชิญมากครับ สิ่งที่ผมประทับใจมากๆ คือ พวกเขาสนใจและใคร่รู้เกี่ยวกับเรื่องราวและหนังสือกันอย่างลึกซึ้งเลย ทุกคำถามถามออกมาด้วยใจจริง และความจริงใจนี่แหละที่กินใจผมมาก” จอง จินโฮกล่าว

Popular Book Fair

          งานออกร้านขายหนังสือยอดนิยมมีต้นกำเนิดย้อนไปได้ถึงทศวรรษที่ 1950 แต่เพิ่งจะได้รับการผนวกเป็นส่วนหนึ่งของ PCLEO ภายใต้สภาเทศบาลเมืองเมเดยินเมื่อสองทศวรรษก่อน เพื่อผสานกำลังเครือข่ายคนทำงานสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างสรรค์ สำนักพิมพ์ และร้านหนังสือให้แข็งแกร่งขึ้น งานดังกล่าวถือเป็นงานหนังสือที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเมือง และจัดขึ้นช่วงปลายเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมของทุกปี

          ในปีล่าสุด ซึ่งเป็นการจัดงานด้วยธีม ‘เส้นทางการอ่าน’ ซึ่งชูบทบาทและความสำคัญของร้านหนังสือ มีกิจกรรมมากกว่า 300 กิจกรรม พร้อมแขกรับเชิญ 80 คน และมียอดขายหนังสือในงานทะลุ 12,000 ล้านบาท ตลอดงานสามวันนั้น พื้นที่โดยรอบห้องสมุดสาธารณะนำร่องแห่งเมเดยินเพื่อละตินอเมริกา และย่านที่อยู่อาศัยคาร์ลอส อี. เรสเตรโป (Carlos E. Restrepo) ภายในงานมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนแตะ 25,000 คน ประกอบด้วยเด็กๆ วัยรุ่น นักเรียน และครอบครัวมาใช้พื้นที่สาธารณะนี้

          “นี่เป็นสิ่งยืนยันว่าทำไมเมเดยินถึงได้รับเลือกจากยูเนสโกให้เห็นเมืองหนังสือโลกในปี 2027 เพราะผู้คนเมืองนี้ทุ่มเททำงานร่วมกันมานานหลายปี เพื่อทำให้ทุกคนเข้าถึงการอ่าน เสริมกระบวนการทางวัฒนธรรมนี้ให้แข็งแกร่งขึ้น ทำให้หนังสือกลายเป็นเครื่องมือของการพบปะและการเข้าถึงโอกาสที่แท้จริง” ซานติอาโก ซิลวา ฮารามิโย (Santiago Silva Jaramillo) เลขาธิการฝ่ายวัฒนธรรมพลเมืองแห่งเมืองเมเดยิน กล่าว

          งานในแต่ละปีจะมีหัวข้อแตกต่างกันไป เช่น ครั้งที่ 14 มาพร้อมหัวข้อผู้พลัดถิ่น พูดถึงผู้คนที่ระหกระเหินจากแดนไกลและมาเติบโตจนอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสังคมและวัฒนธรรมของโคลอมเบีย ครั้งที่ 18 เน้นความเป็นชุมชนและเพื่อนบ้าน ครั้งที่ 19 มาพร้อมหัวข้อ ‘วันพรุ่งนี้’ ซึ่งใช้การอ่านมาช่วยจินตนาการถึงภาพอนาคตของสังคมและเมือง

          ในงานครั้งล่าสุด มีทั้งกิจกรรมเล่าเรื่อง กิจกรรมแสดงดนตรี กิจกรรมมาสเตอร์คลาสโดยนักเขียน กิจกรรมสนทนาว่าด้วยร้านหนังสือ และห้องสมุดเคลื่อนที่

          กิจกรรมเด่นของงานครั้งนี้คือมาสเตอร์คลาสที่นำโดยโลเรนา ซาลาซาร์ มัสโซ (Lorena Salazar Masso) และฆวน มานูเอล โรกา (Juan Manuel Roca) ซึ่งดึงดูดผู้คนให้มานั่งอยู่เต็มบ้านวรรณกรรม San Germán นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม ‘ถ้อยคำ เสียง และท่าทาง’ ซึ่งเป็นการเชิดชูคุณค่าของถ้อยคำในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การเขียน หรือความรู้สึก มีการร่วมมือกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งคณะศิลปกรรมแห่งมหาวิทยาลัยแอนติโอกัว พาผู้คนเข้าไปสำรวจองค์ประกอบทางวัฒนธรรมผ่านสรรพสัตว์ ดอกไม้ และมรดกทางวัฒนธรรมในเมเดยินด้วย

เทศกาลหนังสือแห่งเมเดยิน: สร้างวัฒนธรรมการอ่านก่อนสร้างยอดขาย
Photo: Fiesta del Libro y la Cultura

เทศกาลหนังสือแห่งเมเดยิน: สร้างวัฒนธรรมการอ่านก่อนสร้างยอดขาย
Photo: Fiesta del Libro y la Cultura

Youth Reading Parade

          ขยับมาในเดือนกรกฎาคม กับกิจกรรมขบวนพาเหรดการอ่านสำหรับเด็ก ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2009 จัดขึ้นเพื่อเข้าหาเด็กและเยาวชนในรูปแบบที่ต่างออกไป นำเสนอผ่านช่องทางใหม่ๆ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ชักนำผู้คนให้เข้ามาใกล้วรรณกรรมมากขึ้น มีการผสานเอากิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วย เช่น การแสดงศิลปะและดนตรี นี่คือกิจกรรมสัญจรที่ออกตระเวนไปตามเขตหรือหมู่บ้านต่างๆ รวมระยะเวลากิจกรรมต่อเนื่องนาน 16 ชั่วโมง

          ธีมงานครั้งล่าสุดแบบครั้งที่ 17 เป็นธีม ‘ยูโทเปีย’ โดยเบื้องหลังแนวคิดคือการสร้างวันพรุ่งนี้ผ่านการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิ การกอดหรือปลูกเมล็ดพันธุ์ ไปสู่เป้าหมายใหญ่ร่วมกันอย่างความยุติธรรม ความหวัง และการเคารพความต่าง 

          กิจกรรมจัดตั้งแต่บ่ายสองโมงจนถึงหกโมงเช้า การมีพาเรดดังกล่าวจึงเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมมารวมตัวกันตามพื้นที่สาธารณะจนรุ่งเช้า แลกเปลี่ยนบทสนทนา บทเพลง และหนังสือ ตลอดงาน ทุกๆ สามชั่วโมง จะมีการแจกจ่ายหนังสือ ผู้เข้าร่วมสามารถหยิบไปอ่านและเมื่ออ่านจบก็ส่งต่อให้คนอื่นๆ 

          ส่วนกิจกรรมช่วงบ่ายไปจนถึงเย็นเน้นไปที่สาระและการเรียนรู้ อย่างเวทีสนทนาในหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่วรรณกรรม หนังสือการ์ตูน บทบาทเยาวชน ไปจนถึงความทรงจำและเทคโนโลยี กิจกรรมเสวนาวิชาการจากนักศึกษาหลักสูตรวรรณกรรมและการสื่อสารจากหลายมหาวิทยาลัยในเมเดยิน กิจกรรมเวิร์กชอปที่นำไปใช้ได้จริงอย่างศิลปะการจัดเตรียมอาหาร การจัดพิมพ์หนังสือด้วยตัวเอง ฯลฯ พอตกค่ำกิจกรรมเน้นไปที่การดื่มด่ำประสบการณ์และความบันเทิง บรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย เน้นความสร้างสรรค์ อย่างกิจกรรมอ่านบทกวี เดี่ยวไมโครโฟน การแสดงดนตรี ฉายภาพยนตร์ ละครเวที และการดูดาว เวทีสนทนาเกี่ยวกับความรักและชีวิตวัยเด็ก และเมื่อตกดึกเรื่อยไปจนถึงรุ่งเช้า

          กิจกรรมจะเน้นไปที่การพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างลึกซึ้งและค้นหาแรงบันดาลใจ มีเวทีสำหรับเยาวชนได้เสนอความคิดเห็นและโครงการในชุมชน เช่น Utopías juveniles กิจกรรมเล่านิทานและเขียนบันทึกหรือบทกวีในบรรยากาศยามดึกสงัด ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Canelazo al amanecer หรือการลิ้มรสอากัวปาเนลา (Aguapanela) เครื่องดื่มร้อนๆ ประจำท้องถิ่นของโคลอมเบีย ในตอนตีห้า ระหว่างรอดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน เป็นการปิดท้ายกิจกรรม 16 ชั่วโมงแห่งมิตรภาพและการเรียนรู้อย่างงดงามชวนให้อิ่มเอมใจ

Medellín Book and Culture Festival

          ช่วงปลายปี เทศกาลทั้งหมดจะปิดจบด้วยเทศกาลหนังสือและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ที่สุดของปี จัดขึ้นในเดือนกันยายน กินเวลายาวนานจุใจถึง 10 วัน ท่ามกลางสวนพฤกษศาสตร์ Joaquín Antonio Uribe มีกิจกรรมมากมายหลากหลาย และเข้าร่วมได้ฟรี งานเทศกาลเริ่มตั้งแต่สิบโมงเช้าไปจนถึงสามทุ่มของทุกวัน เปิดโอกาสให้เหล่าผู้คนท้องถิ่นในเมืองเมเดยินได้พบปะสังสรรค์และให้การต้อนรับผู้มาเยือน และได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมออกไปให้คนภายนอกได้เข้าใจสังคมในเมืองแห่งนี้มากขึ้น

          โดยปกติแล้วองค์กรและภาคีจัดงานจะเลือกธีมสำคัญประจำงานในแต่ละครั้ง สำหรับที่นี่กลับเปิดเสรีให้ผู้เข้าร่วมได้ผลักดันและแสดงออกประเด็นที่พวกเขาต้องการ ขับเน้นแนวคิดการอยู่ร่วมกันแม้จะมีความเห็นต่างก็ตาม และเปิดเวทีสำหรับการสร้างสรรค์ในนิเวศอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์

          “ในเมเดยิน เรารู้ว่าในถ้อยคำต่างๆ มีพลัง ถ้อยคำช่วยเยียวยา เสริมใจให้แข็งแกร่ง ผลักดันความหวัง และทำให้เราอยู่รอด นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงทุ่มเททำงานเพื่อผลักดันให้เกิดการอ่าน การเขียน และการพูด เพราะเราเชื่อว่าถ้อยคำจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนที่มีโอกาสได้เข้าถึงมัน และซึมซาบคุณค่าของถ้อยคำเหล่านั้น …เทศกาลนี้เป็นมากกว่าอีเวนต์ แต่กลายเป็นเวทีที่เมืองของเราจะแสดงให้เห็นถึงความรักที่เรามีต่อหนังสือ” ถ้อยคำประกาศของงานกล่าวไว้อย่างนั้น

          ย้อนไปดูการจัดงานเมื่อปี 2025 ด้วยธีม ‘วันพรุ่งนี้’ คือการสร้างสรรค์อนาคตอันใกล้ผ่านการบ่มเพาะความเอาใจใส่ ถ้อยคำ ประวัติศาสตร์ และการอยู่ร่วมกันในทุกๆ วัน เทศกาลเปรียบเปรยเมืองเมืองนี้เป็นดังสวน ที่เฝ้าเน้นย้ำว่าเราสามารถบ่มเพาะอนาคตให้งอกงามขึ้นได้ด้วยการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ความมีน้ำอดน้ำทน และสายใยสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ งานเทศกาลได้เปิดประเด็นเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมได้ขบคิดถึงความท้าทายสำคัญๆ แห่งยุคสมัยใหม่ที่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนและระบบนิเวศ เทคโนโลยีกับมนุษยชาติ และการอยู่ร่วมกันกับความหลากหลายในสังคม รวมทั้งเป็นโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 350 ปีของเมืองเมเดยินด้วย

          กิจกรรมไฮไลต์ในงาน ได้แก่ ห้องโถงจัดแสดงงานจาก สำนักพิมพ์อิสระ  งานคอมิกส์และภาพประกอบ วรรณกรรมเด็กและเยาวชน หนังสือสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย และหนังสือทำมือ มีกิจกรรมอ่านบทกวีจากนักเขียนชาวโคลอมเบีย สเปน เม็กซิโก โดมินิกัน และอาร์เจนตินาในยามค่ำคืน มีกิจกรรมเล่าเรื่องริมทะเลสาบภายในสวนพฤกศาสตร์ การแสดงศิลปะต่างๆ อย่างการเต้น เล่นดนตรี และละครเวที รวมทั้งการฉายหนังกลางแปลงที่สวนสาธารณะ พาร์เก เด โลส เดเซโอส (Parque de los Deseos)

          สำหรับนักเขียน นักวิชาการ และผู้ทำงานในแวดวงหนังสือ เทศกาลนี้ถือเป็นโอกาสเปิดตัวผลงานใหม่ๆ ที่นักอ่านต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมาทั้งปี รวมทั้งงานที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระ อย่างการเสวนาระดับชาติและระดับนานาชาติว่าด้วยคำถามสำคัญของมนุษยชาติ เสวนาในแวดวงวิชาชีพอย่างการประชุมบรรณารักษ์แห่งชาติ การฝึกอบรมบรรณาธิการ กิจกรรมพบปะกันของผู้จัดจำหน่ายหนังสือ รวมทั้งการให้รางวัลด้านวารสารศาสตร์จากสภาเทศบาลเมืองเมเดยิน ซึ่งหัวข้อในปี 2025 คือ กลับสู่ต้นกำเนิด (Back to the Origins) เชิดชูเกียรติของสื่อมวลชนอิสระทางเลือกภาคประชาชน รวมทั้งนักศึกษามหาลัยที่ส่งเสริมการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคม การพัฒนาชุมชน และการทำให้เรื่องราวของคนในชุมชนเมืองและชนบทห่างไกลได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น นำไปสู่การส่งเสริมความแข็งแกร่งของสายใยทางสังคมต่อไปในอนาคต 

          งานเทศกาลหนังสือและวัฒนธรรมแห่งเมเดยินไม่ได้เน้นเพียงแต่เทศกาลเพื่อส่งเสริมการค้าขายสินค้า เราจะเห็นว่ากิจกรรมเหล่านี้ คือพื้นที่ที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้คนซึ่งฝันใฝ่ถึงวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานทางวัฒนธรรม ได้มีโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในโลกแห่งความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงจินตนาการในหน้ากระดาษ

เทศกาลหนังสือแห่งเมเดยิน: สร้างวัฒนธรรมการอ่านก่อนสร้างยอดขาย
Photo: Fiesta del Libro y la Cultura


ที่มา

Cover Photo: Fiesta del Libro y la Cultura

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก