“จริงๆ แล้วจุดเริ่มต้นของการอ่านหนังสือครั้งนี้เกิดจากความอยากฝึกอ่านอะไรสักเล่ม จึงเริ่มต้นจากนิยายแนว วาย ซึ่งเป็นแนวที่สนุกสนานและสะท้อนมุมมองใหม่ๆ ใช้เวลาว่างหลังจากทำงานมาศึกษา จนสามารถได้ประโยชน์ในด้านการเปิดมุมมองและการคิดใหม่ๆ เนื่องจากในปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เรื่องของการยอมรับเพศสภาพ การใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย หากเราเปิดใจและยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น เราจะเข้าใจความแตกต่างของเจเนอเรชั่นต่าง ๆ รวมทั้งเข้าใจว่า ความรักนั้นไม่จำเป็นต้องจำกัดด้วยเพศ”
นี่คือถ้อยคำจาก คุณสุไพรี เทศถมยา เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร วัย 30 ปี ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี หลังจากเลิกงาน คุณสุไพรีเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการห้องสมุดแห่งนี้เป็นประจำ และเคยสงสัยอยู่เสมอว่า ทำไมจำนวนผู้ใช้บริการจึงไม่มากนัก ทั้งที่ห้องสมุดนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งพื้นที่หนังสือ สื่อการเรียนรู้ และเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้บริการอย่างเป็นมิตร แถมยังไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นอาคารชั้นเดียวในสไตล์คลาสสิกสีเหลืองอ่อน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2498 และเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2499 จนถึงปัจจุบัน
แม้ห้องสมุดแห่งนี้จะมีอายุเก่าแก่ราว 7 ทศวรรษ แต่การดำเนินงานและการให้บริการยังคงทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพราะเต็มไปด้วยทรัพยากรที่หลากหลาย ทั้งหนังสือเล่ม E-book และสื่อการเรียนรู้อื่นๆ อีกมากมาย เป้าหมายหลักของห้องสมุดคือการให้บริการแก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย LGBTQ+ ผู้พิการ หรือแม้แต่คนไร้สัญชาติ

คุณสิริลักษณ์ ธรรมธร บรรณารักษ์ประจำห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี กล่าวว่า “จุดเด่นของห้องสมุดแห่งนี้คือเป็นห้องสมุดในสวนแห่งแรกของกรุงเทพฯ และมีมุมหนังสือหายากที่ได้รับการอนุรักษ์จากสมเด็จกรมพระเทพฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนพื้นที่รอบๆ มีมุมสำหรับ co-working space ห้องประชุม และมุมเด็กที่มีอุโมงค์และสไลเดอร์พร้อมหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับเด็กทุกวัย”
ห้องสมุดนี้เน้นการให้บริการยืม-คืนหนังสือ โดยมีสมาชิกทั้งชาวไทยและต่างชาติใช้บริการไม่ต่ำกว่า 500 คนต่อวัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ห้องสมุดยังคัดเลือกหนังสือมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการหมุนเวียนในแต่ละเดือน เพื่อนำเสนอประเด็นทางสังคมที่สำคัญ เช่น เดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเทศกาลไพรด์ ห้องสมุดได้จัดมุมหนังสือเพื่อแสดงถึงเรื่องราวของ LGBTQ+ และสิทธิความเท่าเทียมของทุกเพศ
“จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ มุมนิยายวายที่มีความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ส่วนหนังสือทั่วไปก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งในเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย การทำอาหาร หรือแม้กระทั่งการ์ตูนและวารสารที่ตอบสนองความสนใจของผู้ใช้บริการ”

ห้องสมุดแห่งนี้ตั้งอยู่ในสวนลุมพินี ใกล้กับย่านถนนสีลม ซึ่งมีความหลากหลายทางเพศอยู่มาก จึงมีกลุ่ม LGBTQ+ เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การสำรวจความคิดเห็นพบว่าผู้ใช้บริการบางคนเปิดเผยและบางคนก็ยังไม่เปิดเผยตัวตน แต่เจ้าหน้าที่ห้องสมุดก็สามารถจัดหาและพัฒนาสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกกลุ่มได้อย่างเหมาะสม
คุณวัลลภ นิ่มนวล อายุ 45 ปี กล่าวถึงการใช้บริการที่ห้องสมุดสวนลุมพินีว่า “ทุกเช้าหลังจากออกกำลังกาย ผมจะมาที่นี่เพื่ออ่านหนังสือพิมพ์และนิยายที่ชื่นชอบ โดยเฉพาะในกลุ่ม LGBTQ+ ที่มักจะมาใช้บริการที่นี่หลังจากเลิกงาน ที่นี่มีบรรยากาศสงบ เหมาะแก่การอ่านหนังสือ และตอนนี้ก็มี e-library ด้วย ซึ่งพัฒนาให้บริการได้หลากหลายมากขึ้น”
หากมองในภาพใหญ่จะพบประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ กรุงเทพฯ เป็นมหานครในอาเซียนที่มี จำนวนห้องสมุดไม่น้อยเมื่อเทียบกับประชากร โดยเเบ่งห้องสมุดทั้งหมดในกรุงเทพฯออกเป็นสามประเภทหลัก คือ
1. ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ของกรุงเทพมหานคร (BMA Libraries) มีจำนวน 35 แห่ง กระจายอยู่ใน 29 เขต จากทั้งหมด 50 เขต
2. บ้านหนังสือ (Book Houses) มีจำนวน 135 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่อ่านหนังสือขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในชุมชนต่างๆ
3. ห้องสมุดอื่นๆ รวมถึงห้องสมุดของมหาวิทยาลัย, โรงเรียน, หน่วยงานราชการ, และเอกชน รวมๆประมาณ 170 แห่ง ทั่วกรุงเทพมหานคร
ดังนั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ ราวๆ 8.2 ล้านคน (ตามทะเบียนราษฏร์ 5.5 ล้านคน เเละ ประชากรเเฝง 2.75 ล้านคน) สัดส่วนห้องสมุดประชาชนในกรุงเทพ (35 แห่ง) ต่อประชากร คือราวๆ 230,700 คนต่อห้องสมุดประชาชนหนึ่งแห่ง

ขณะที่สิงค์โปร์ มีจำนวนประชากรทั้งหมด 6.04 ล้านคน (มิถุนายน 2024) กับห้องสมุดสาธารณะ (public library) 26 เเห่งทั่วประเทศ สัดส่วน ประชากรสิงค์โปร์ต่อห้องสมุด คือ 232,308 คนต่อห้องสมุดหนึ่งแห่ง ซึ่งพบว่า กรุงเทพฯ และ สิงค์โปร์ มีสัดส่วน ประชากรต่อห้องสมุดที่ใกล้เคียงกัน
ทั้งนี้ ในโลกยุคดิจิทัลที่พฤติกรรมการอ่านเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเดินทางไปห้องสมุดเพียงเพื่อหยิบหนังสือเป็นรูปเล่มมาอ่านเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้น ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี ยังได้ร่วมมือกับหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ เช่น การฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ในความร่วมมือกับบริษัทไมโครซอฟต์ หรือการจัดห้องเรียนสำหรับเด็กจากการสนับสนุนของธนาคาร HSBC Thailand
ห้องสมุดยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การเรียนภาษาอังกฤษทุกวันเสาร์ ที่ชาวต่างชาติมาสอนภาษาให้เด็กและเยาวชนฟรี รวมถึงกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายใกล้ตัวจากบริษัท Baker & McKenzie Ltd.

นอกจากจะเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญในใจกลางกรุงเทพฯ แล้ว ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินียังเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดกว้างและการยอมรับความหลากหลายทางเพศและสังคม ภารกิจในการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเพศ วัย หรือสถานะทางสังคม ทำให้ห้องสมุดแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายที่ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียม สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้และพัฒนาไปพร้อมกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากที่ใด หรือมีความแตกต่างทางเพศอย่างไร ห้องสมุดแห่งนี้ก็ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอ
ดังนั้น ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินีจึงเป็นแหล่งรวมความหวังและโอกาสใหม่ๆ สำหรับทุกคนในสังคม ที่จะร่วมกันสร้างโลกที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน
ที่มา
เว็บไซต์ สำนักงานบริหารยุทธศาสตร์ จาก webportal.bangkok.go.th (Online)
เว็บไซต์ ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี จาก bangkoklibrary (Online)
เว็บไซต์ ข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี จาก bangkoklibrary (Online)
สื่อวิดิโอ แนะนำห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี จาก youtube (Online)
บทความ “เปิดแผนที่ 36 ห้องสมุดภายใต้การดูแลของกรุงเทพมหานคร” จาก thematter.co (Online)
บทความ “โครงสร้างประชากรไทย” จาก thestandard.co (Online)
บทความ “โซไซตี้ : เปิดห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ สวนลุมพินี ภายใต้แนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต”” จาก www.naewna.com (Online)
เฟซบุ๊ก ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี จาก เพจ Facebook (Online)


