Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก

70 views
8 mins
September 8, 2025

          ในยุคที่เราคิดว่าการศึกษานั้นเข้าถึงง่ายเพราะมีอินเทอร์เน็ตและการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล เรากลับพบความจริงที่ว่ามีเด็กกว่า 760 ล้านคนทั่วโลกไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ และแม้จะผ่านปี 2015 มาแล้วมากกว่า 10 ปี เราก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษข้อที่สองที่ว่า ‘เด็กทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษา’ จากการประชุมสุดยอดแห่งสหัสวรรษของสหประชาชาติในปี 2000

          นั่นเพราะโลกที่เราอยู่นั้นยังประสบปัญหาไม่ต่างจากเมื่อ 20 ปีก่อน และอาจทวีความรุนแรง ซับซ้อนยุ่งยากขึ้น หลายประเทศยังมีข้อจำกัดทั้งปัญหาเรื่องความยากจน ปัญหาสงครามกลางเมือง สงครามระหว่างประเทศ ฯลฯ จนรัฐไม่สามารถดูแลเรื่องการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่พลเมืองของตนเอง และในเมื่อประชาชนทั่วไปยังไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่ดีได้ กลุ่มเปราะบางอย่างบรรดาบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติ ผู้อพยพ หรือผู้ลี้ภัยก็ต้องประสบปัญหานี้ในระดับที่รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

          รีเบกกา แมคโดนัลด์ (Rebecca McDonald) นักธุรกิจหญิงชาวเซอร์เบีย-แคนาดาเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างจัง เพราะในปี 2010 หลังจากที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเขย่าโลกในเฮติ เธอได้มีโอกาสไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือและค้นพบห้องเรียนไร้หนังสือ ไร้สื่อการสอน รวมถึงการที่เด็กๆ ขาดโอกาสที่จะได้ร่ำเรียน 

          นี่จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ ออกมาสร้างพื้นที่และองค์ความรู้ใหม่ให้กับเด็กทั่วโลกโดยไม่ง้อห้องเรียน โต๊ะ เก้าอี้ หนังสือเล่ม แต่ถูกรวบรวม สร้างสรรค์ผ่านการร่วมแรงร่วมใจของผู้คนจากทุกมุมโลกผ่านองค์กร Library For All องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ไม่หยุดเปิดห้องสมุดฉบับพกพา ส่งหนังสือไปให้เด็กในประเทศกำลังพัฒนามากกกว่า 17 ประเทศ ในภาษาท้องถิ่นที่เด็กๆ คุ้นเคยกว่า 20 ภาษา พร้อมเป้าหมายที่จะช่วยให้เด็ก 20 ล้านคนเข้าถึงการศึกษาได้สำเร็จภายในปี 2030

Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก
Photo : Library For All

แผ่นดินไหวที่เฮติกับอาฟเตอร์ช็อกในความคิด

           “เราไปเยี่ยมโรงเรียนหลายแห่ง ทุกที่ที่ไปไม่มีอะไรเลย ไม่มีสิ่งของเครื่องใช้ ไม่มีหนังสือ ไม่มีโต๊ะ ไม่มีเก้าอี้ ฉันได้แต่มองไปรอบๆ แล้วครุ่นคิดว่า “เด็กๆ พวกนี้จะเรียนหนังสือยังไงกัน” (abc.net.au)

          รีเบกกา เล่าย้อนถึงความทรงจำเมื่อปี 2010 หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศเฮติ  เธอพร้อมกับสามีหยุดงานจากบริษัทก่อสร้างในออสเตรเลียเพื่อไปเป็นอาสาสมัครช่วยฟื้นฟูผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ภาพของเด็กๆ ที่ไร้ห้องเรียนยังคงติดตามเธอไปเป็นอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในสมองถึง 6 เดือน ในที่สุด ระหว่างที่เธอกำลังค้นหาอุปกรณ์สำหรับอ่านหนังสือ E-Book แรงสั่นสะเทือนก็กลายเป็นแรงบันดาลใจ ภาพของห้องสมุดที่เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงได้ผ่านมือถือของตัวเองก็ปรากฏชัด

          นับจากวันนั้น รีเบคกาใช้เวลากว่า 3 ปีในการเดินเคาะประตูบ้านของผู้คนเพื่อหาเพื่อนร่วมทางและแหล่งทุนที่จะมาช่วยเธอสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่นี้ เธอระดมทุนได้ 110,000 เหรียญ ผ่าน Kickstarter จนท้ายที่สุด ห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือนับพันให้อยู่ในจอเล็กๆ ก็เปิดตัวในโรงเรียนชานเมืองของเมืองปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ ในปี 2013 

Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก
Photo : Rebecca Mcdonald, Library For All Co-Founder

Spark Box: ห้องเรียนฉบับพกพา

          ภาพของเด็กกว่า 30 คนในห้องเรียนชั่วคราวมุงด้วยสังกะสี เก้าอี้คนละตัว ไม่มีผนัง ไม่มีโต๊ะ ไม่มีกระดาน มีเพียงแท็บเล็ตสีเหลืองขนาดพอมือ และสายตาที่จ้องมองอย่างตั้งใจ คือภาพที่สะท้อนความสำเร็จของ Spark Box ที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘ชั้นเรียนในกล่อง’ อุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นห้องเรียนที่ตอบโจทย์การเรียนของเด็กในพื้นที่ห่างไกลเทคโนโลยีและอ่อนไหวต่อความมั่นคง เช่น พื้นที่สงครามและศูนย์อพยพ

          ซาราห์ เกรย์ (Sarah Gray,MIT Solve) ทีมพัฒนากล่องมหัศจรรย์นี้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการนำอุปกรณ์มาต่อยอดว่า ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ระหว่างที่ทีมอาสาสมัครกำลังเดินทางเข้าไปสอนหนังสือเด็กชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งในพื้นที่ห่างไกล ประเทศเวียดนาม พวกเขาพบว่าโรงเรียนต่างๆ ต้องหยุดสอน และเด็กๆ ก็ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้เนื่องจากไม่มีอินเทอร์เน็ต พวกเขาเรียกปัญหานี้ว่า ‘ปัญหาออนไลน์’ เพราะเห็นช่องโหว่และช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างเด็กในเมืองกับนอกเมือง 

          ใจความสำคัญของปัญหาคือการที่เด็กกลุ่มหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาแบบออนไลน์ได้

          ดังนั้น ทางออกง่ายๆ ที่พวกเขาคิดออก คือต้องสร้างสภาพการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนหรือในโลกออนไลน์เท่านั้น 

          ณ เวลานั้นเองที่ ‘ห้องเรียนในกล่อง’ หรือ Spark Box ถูกพัฒนาขึ้น

          กล่องดำที่สามารถบรรจุแท็บเล็ตได้ราว 20-40 ชิ้น ทำหน้าที่เสมือนโครงสร้างของห้องเรียน แข็งแรงทนทาน ป้องกันน้ำได้ พร้อมดีไซน์กันกระแทกป้องกันแท็บเล็ตแตกหัก ทั้งยังผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถทนทานต่อการสึกหรอในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายได้หลายปี มันไม่ง้ออินเทอร์เน็ตและไม่ต้องการเสาไฟฟ้า มีแผงสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ที่เอาไว้ชาร์จแบตเตอรีได้ นักเรียนสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับแต่ละพื้นที่ลงแท็บเล็ต ดังนั้นจึงตัดปัญหาการขาดอินเทอร์เน็ตใช้งานออกไปได้เลย

Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก
Photo : Library For All

          Spark Box และแท็บเล็ตถือเป็นเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เรียบง่าย แต่ออกแบบมาให้ใช้งานได้จริง เหมาะสมกับพื้นที่ นักเรียนสามารถใช้ซ้ำ หยิบยืมไปเล่นสนุก และดูแลรักษาง่าย การใช้แผงพลังงานแสงอาทิตย์คือจุดที่ทำให้ ‘ห้องเรียนในกล่อง’ มีเส้นทางที่สว่างรออยู่

          นี่จึงเป็นเหมือนห้องเรียนฉบับพกพาที่พวกเขาสามารถนำเอาความรู้ไปยื่นให้ถึงมือของเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล แถมยังทำได้ด้วยวิธีที่เกือบแปลกแต่จริง เช่น ในประเทศเอธิโอเปีย พวกเขาใช้ ‘อูฐ’ เพื่อขนส่ง Spark box ให้กับเด็กๆ

          Library For All และองค์กร Save the Children ให้ความช่วยเหลือหมู่บ้านห่างไกลต่างๆ ในเอธิโอเปียมาตั้งแต่ปี 2010 จึงถึงเวลาแล้วที่เจ้าอูฐแมนวลเหล่านี้จะได้รับการแปลงโฉมให้เป็น Digital Camel Libraries หรือห้องสมุดดิจิทัลพี่อูฐเคลื่อนที่เสียที ดังนั้นแทนที่พี่อูฐจะต้องขนหนังสือกระดาษกว่า 200 เล่มไปส่งให้เด็กๆ สู้ขนแท็บเล็ตที่โหลดหนังสือเป็น 100 เล่มต่อเครื่องแทนจะคุ้มค่ากว่ามาก (แถมเท่อีกต่างหาก)

          หากพวกเขาทดลองแล้วว่าพี่อูฐเวอร์ชันนำเทคโนโลยีนี้ใช้การได้ Library For All อาจจะขยายสื่อการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ กว่า 22,000 คน ในหมู่บ้านกว่า 33 แห่ง

Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก
Photo : การใช้อูฐเพื่อการขนส่ง Spark Box ในเอธิโอเปีย

          แท็บเล็ตสีเหลืองสดใสทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างภายในของห้องเรียน เพราะมันถูกออกแบบมาให้เป็นทั้งกระดาน เป็นสนามเด็กเล่น เป็นประตูนำไปสู่ห้องสมุด ห้องดนตรี แถมยังมีขนาดเหมาะสมเข้ามือของเด็กๆ ได้พอดิบพอดี 

          โทรศัพท์มือถือพาเราไปท่องโลกอินเทอร์เน็ตแห่งความรู้ได้ฉันใด Spark Box ก็เป็นประตูวิเศษที่ช่วยให้เด็กหลายแสนคนท่องไปสู่โลกแห่งจินตนาการที่สดใส และอาจลืมโลกที่หม่นรอบตัวพวกเขาได้ฉันนั้น

Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก
Photo : Library For All

Apps for All

          เรากำลังพูดเรื่องประเด็นห้องสมุดดิจิทัลก็จริง แต่ ‘ห้องสมุด’ ทางกายภาพก็ยังจำเป็นมากสำหรับการเรียนรู้ของเด็กวัยอนุบาลและปฐมวัย เพราะเรากำลังพูดถึงการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเด็กคนอื่นๆ 

          เพียงแต่การสร้างห้องสมุดนั้นก็เหมือนกับการสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อจุดประสงค์สำคัญอะไรสักอย่างในพื้นที่ห่างไกล เราสร้างแล้วทิ้งไว้โดยไม่คำนึงผลกระทบในระยะยาวไม่ได้ ดังนั้นห้องสมุดทางกายภาพจึงอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กในบางพื้นที่เพราะการลงทุนเพื่อสิ่งปลูกสร้างมีรายจ่ายสูง มีแนวโน้มที่จะขาดการดูแลรักษาหนังสือในสภาพแวดล้อมที่ไม่พร้อม และตัวหนังสือและโครงสร้างอาคารอาจได้รับผลกระทบเสียหายไม่ว่าจะจากภัยธรรมชาติหรือสงคราม หรือแม้กระทั่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่อาจจะเข้าไม่ถึงในหลายพื้นที่ (ในแบบที่รีเบคกาพบเห็นในเฮติและพื้นที่อื่นๆ) Library For All จึงพัฒนา 2 แอปพลิเคชันที่จะเป็นหัวใจแห่งการเรียนรู้ของเด็กๆ เพื่อแก้ไขปัญหา นั่นคือ แอปพลิเคชันห้องสมุดดิจิทัลที่มีชื่อตรงตัวว่า Library For All และแอปพลิเคชันที่จะช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ในด้านอื่นๆ ชื่อว่า Elevate

          แอปฯ Library For All ปักหมุดเป้าหมายสั้นๆ แต่สำคัญไว้ 3 ประเด็น นั่นคือ ‘ประหยัด สะดวก เท่าเทียม’ โดยรวบรวมหนังสือที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แบ่งหมวดหมู่ให้เหมาะสมตามวัย ตามความสนใจ สามารถอ่านแบบ E-book หรือพิมพ์ออกมาเป็นเล่มตามรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย รองรับการใช้งานได้หลายภาษา ครอบคลุมภาษาแม่และภาษาท้องถิ่นของเด็กในพื้นที่ห่างไกลกว่า 20 ภาษา เช่น รวันดา มองโกเลีย กัมพูชา คองโก ปาปัวนิวกินี ลาว พม่า

Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก
Photo : ภาพการทดลองใช้ห้องสมุด
Library For All ในภาษาลาว

          เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดถ้าเรียนผ่านเนื้อหาที่พวกเขารู้สึกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ในประเทศเวียดนาม แอป Elevate จึงถูกออกแบบมาเพื่อสอนกลุ่มเด็กชาติพันธุ์ที่ใช้ภาษาเวียดนามแม้ว่าจะไม่ได้เรียนที่บ้านก็ตาม ดังนั้นเด็กๆ จะได้พัฒนาทักษะทางภาษาผ่านแอปฯ นี้ได้เลยโดยที่ไม่ต้องไปเรียนที่โรงเรียนอย่างเป็นทางการ

           “แท็บเล็ตนี้มีเรื่องให้อ่าน แถมยังมีเกมให้เล่นด้วย” กวิน เด็กสาววัย 6 ขวบเชื้อสายลาวจากเวียดนามตอนเหนือกล่าว 

          เมื่อเทียบผลการเรียนกับเพื่อนร่วมห้องแล้ว กวินถือเป็นเด็กที่มีผลการเรียนต่ำกว่าเพื่อนๆ มากโดยเฉพาะแง่มุมทักษะการอ่าน ที่บ้านของเธอมีหนังสือแค่ 1 เล่ม ครอบครัวทำอาชีพเลี้่ยงหมูและเย็บไม้กวาด แต่เมื่อได้แท็บเล็ตที่บรรจุหนังสือหลายร้อยเล่มไว้อ่าน เธอก็สามารถกลับมาเล่าให้พ่อแม่ฟังได้ว่าได้อ่านหรือเรียนรู้เรื่องอะไรมาบ้างจากโรงเรียน

          ในทวีปแอฟริกา Elevate: Swahili ก็ถูกออกแบบมาด้วยการใช้รูปภาพประกอบ เรื่องราว หรือเพลงที่มีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นในพื้นที่ของตัวเอง

          Elevate จึงเป็นแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ในแท็บเล็ตเพื่อช่วยเติมเต็มอีกด้านของการเรียนรู้ นั่นคือ ‘ความสนุก’ สำหรับการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาลเพื่อช่วยพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน การนับเลขและการฟัง ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาเทียบเท่ากับการเรียน 1 ปี โดยคิดเฉลี่ยเป็นการเรียนรู้ 1 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งยังออกแบบให้เด็กๆ สามารถเล่นเองได้ง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องลำบากครูหรือผู้ปกครองมานั่งกำกับ เห็นได้จากเกมช่วยเสริมสร้างทักษะการอ่านหรือเกมสำหรับฝึกทักษะการลากเส้น มีห้องสมุดเสียง การ์ตูน ให้เด็กๆ นั่งจ้องได้อย่างเพลิดเพลิน

Photo : ภาพการทดลองใช้งาน Elevate

พื้นถิ่นคือพื้นฐานการเชื่อมโยงสู่สากล

           “ถ้าเด็กได้เรียนรู้การอ่านและเขียนในภาษาถิ่นของตนเอง พวกเขาจะเรียนได้ดีกว่ามาก แต่ในประเทศที่เราทำงานอยู่ หนังสือภาษาแม่แทบไม่มีอยู่เลย ซึ่งทำให้การเรียนรู้แทบเป็นไปไม่ได้” รีเบคกาเล่าถึงเป้าหมายในการออกแบบหนังสือในภาษาแม่ของเด็ก ๆ (ABC)

          สิ่งที่ Library For all ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือการที่พวกเขาคำนึงถึงจิตวิญญาณของคน “ท้องถิ่น” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา วัฒนธรรม หรือผู้คน ความแตกต่างหลากหลายนั้นสำคัญเพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน  ดังนั้นการสนับสนุนภาษาถิ่นจึงเป็นอีกวิถีทางที่ดีกว่าการสนับสนุนให้เด็กทั่วโลกเรียนแต่ภาษาอังกฤษ และอ่านนิทานเรื่องเดียวกัน 

          หัวใจสำคัญของการทำงานในมิตินี้จึงเป็นการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่

          Writers Workshops เป็นเครื่องมืออันทรงพลังและเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของ Library For All อย่างแท้จริง เพราะช่วยให้ “ชุมชนท้องถิ่น” มีส่วนร่วมในการผลิตและบอกเล่าเรื่องราวที่สำคัญสำหรับพวกเขา โดยทำงานร่วมกับนักเขียนผู้เจนเวทีหรือนักเขียนรุ่นใหม่ทั้งหลายเพื่อสร้างสรรค์ต้นฉบับหนังสือที่สะท้อนแง่มุมที่สอดคล้องกับชุมชนและมุมมองทางวัฒนธรรมของพวกเขาเอง ซึ่งเวิร์กชอปการเขียนนี้มีทั้ง Community workshop ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกเขียนในธีมการศึกษา พัฒนาทักษะการขีดเขียนให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นของตนเอง รวมถึงเรียนรู้กระบวนการในการผลิตหนังสือ

          ในเมื่อ Library For All เป็นองค์กรที่หวังใหญ่ มีความต้องการวัตถุดิบการเรียนการสอนสูง การผลิตนักเขียนเพื่อที่จะผลิตหนังสืออีกทีจึงเป็นเรื่องสำคัญ เวิร์กชอปการเขียนจึงไม่หยุดอยู่แค่ระดับชุมชน แต่ขยายผลไปถึงระดับบริษัทหรือระดับการผลิตข้อมูลที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ พวกเขาจึงทำงานกับนักการศึกษา นักวิชาการ หรือทีมผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทหลากหลายเพื่อเพิ่มพูนแหล่งข้อมูลต้นน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก
Photo : ภาพกิจกรรมการเวิร์กชอป นักเขียนในคิริบาส

          เราจึงเห็นเมล็ดพันธุ์ในรูปแบบต่างๆ ที่ Library For All เดินทางไปหว่านและเลี้ยงดูจนมันเติบโตเป็นป่าที่มีพืชพันธุ์และสัตว์หายากแตกต่างกันไป

          ในออสเตรเลีย โครงการ Our Yarning เป็นห้องสมุดสาธารณะที่ชนพื้นเมืองมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์หนังสือที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์และเรื่องราวทางวัฒนธรรมของพวกเขาเพื่อช่วยให้เด็กๆ ชาวพื้นเมืองมีแหล่งเรียนรู้ของตนเอง พูดง่ายๆ คือเป็นห้องสมุดฟรีที่รวบรวมหนังสือและแหล่งข้อมูลทางการศึกษาเพื่อชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบตอร์เรส โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการไม่รู้หนังสือและการศึกษาต่ำในหมู่เด็กๆ โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 5 ปีจะต้องผลิตหนังสือได้ 500 เล่ม เข้าถึงเด็กชนพื้นเมือง 95,000 คน และสามารถขยายโครงการได้ 50 ชุมชน

          โครงการนี้ยังส่งเสริมประเด็นอื่นๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในอัตลักษณ์ของนักเขียนได้ เช่น ในนิวแมน แถบออสเตรเลียตะวันตก Library For All จัดโครงการอบรมนักเขียนกับศูนย์การทำงานเพื่อผู้หญิงและ Martu Patrol หน่วยงานรับส่งผู้เยาว์ให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัยในยามค่ำคืน ผลปรากฏว่ามีหญิงสาวที่อยากเข้าร่วมโครงการแต่รู้สึกประหม่าเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่รู้หนังสือ กระบวนกรของทีมงานจึงชวนเธอมานั่งในรถ Patrol เพื่อให้เธอรู้สึกปลอดภัยจนได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวและไอเดียการเขียน จนสุดท้ายต้นฉบับที่ได้รับการ ‘รับฟัง’ ในเย็นวันหนึ่งก็ได้ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือที่ชื่อว่า Bush Fright 

          ในทวีปแปซิฟิกที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะและเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญปัญหาเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่เสมอ บ่อยครั้งอินเทอร์เน็ตและไฟฟ้าเข้าไม่ถึง กล่อง Spark Box จึงถูกนำมาแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะ บนภูเขา หรือป่าลึก สามารถเข้าถึงความรู้ที่จำเป็นได้ โดยเฉพาะความรู้ที่จะช่วยให้เด็กๆ ตระหนักถึงเรื่องภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศรอบตัวพวกเขา 

          แคโรไลน์ (Caroline) เยาวชนอายุ 21 ปี จากหมู่เกาะโซโลมอนเข้าร่วมอบรมนักเขียนและแต่งหนังสือเรื่อง กบโง่สองตัว (Two Silly Frogs) ที่มีเนื้อหาเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบบ่อยครั้งกับพื้นที่ของพวกเขา

          หลังปี 2022 ประเทศยูเครน ได้รับผลกระทบรุนแรงจากสงครามกลางเมือง Library For All ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับประเด็นการศึกษาในห้วงยามวิกฤต (Education in emergencies) จึงได้เข้าร่วมกับ Ukraine Education Cluster องค์กรที่ดูแลการศึกษาของเด็กในยูเครน เพื่อช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยมีหนังสือกว่า 300 เล่ม และ Spark Box อีก 200 กล่องเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ของเด็กๆ

          พวกเขายังทำแบบเดียวกันนี้ ในพม่า และติมอร์-เลสเต ในเอเชีย ที่ประสบกับปัญหาการระบาดของโควิด-19 และสงครามการเมือง ในขณะที่ในทวีปแอฟริกา หลายพื้นที่เผชิญกับปัญหาสงคราม เช่น เคนยา บางศูนย์อพยพมีเด็กมากกว่า 100 คน ขณะที่ครูมีเพียง 1 คน  แต่พวกเขาสามารถจัดการเรียนการสอนให้นักเรียน 150 คน โดยใช้เพียงครู 1 คน กับกล่อง Spark Box ที่เด็กๆ สามารถใช้ร่วมกันได้

Library For All ห้องสมุดดิจิทัล ส่งต่อความรู้สู่เด็กทั่วโลก
Photo : ภาพห้องเรียนในศูนย์อพยพที่เคนย่า

          ปัจจุบัน Library For All ทำงานกับนักเขียนท้องถิ่นกว่า 17 ประเทศ พวกเขาล้วนแต่ได้เข้าถึงความรู้ผ่านภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองผ่านหนังสือหลายพันเล่ม

           “ฉันมีโอกาสได้เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในบ้าน ในวัฒนธรรมของฉัน ในชุมชนของฉัน วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เราอาศัยอยู่ ถ้าคนในประเทศอื่นอ่านหนังสือเหล่านั้น พวกเขาจะค้นพบบางสิ่งที่แตกต่างเกี่ยวกับเราที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ฉันรู้สึกภูมิใจกับมันมาก” หนึ่งในผู้เข้าร่วมเวิร์กชอปเป็นนักเขียนด้วยภาษาคิริบาติ บอกเล่าความรู้สึกของเธอ (Library For All )

          แม้จะทำงานกับเด็กที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษาทั่วโลก แต่ Library For All ไม่ได้มุ่งเน้นท้องถิ่นจนทำให้เด็กแต่ละพื้นที่ตัดขาดจากโลกอื่นๆ กลับกัน เป้าหมายคือการทำให้พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ เชื่อมโยงตัวเองเข้ากับสังคมโลก นั่นคือการเรียนรู้ยอมรับความแตกต่างหลากหลายของผู้อื่น  โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความหลากหลายและเท่าเทียมทางเพศ (Gender and Inclusion) การดูแลช่วยเหลือทางสุขภาพจิตและจิตสังคม (Mental Health and Psychological Support) กระทั่งประเด็นเรื่องความทุพพลภาพทางร่างกาย ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่เด็กๆ ต้องการความเข้าใจทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นในการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม

          คอลเลกชันหนังสือของ Library For All จึงมีสัดส่วนของนักเขียนหญิงเกิน 50% และมีตัวละครผู้หญิง/เด็กหญิงประกอบอาชีพที่อาจจะไม่ได้ตามขนบของสังคม เป็นผู้นำหรือเป็นศูนย์กลางของบทสนทนาหัวข้อต่างๆ หรือแม้กระทั่งตัวละครผู้ชายที่สามารถทำหน้าเลี้ยงดูครอบครัว ทำงานบ้านได้เท่าเทียมกันกับผู้หญิง

          แบบเรียนหรือหนังสือของ Library For All มักสอดแทรกเรื่องราวพวกนี้ไว้เสมอ เช่น หนังสือเรื่อง My Sister Aria ที่บอกเล่าเรื่องราวของน้องสาวที่ใช้ชีวิตร่วมกับพี่สาวพิการผู้ไม่สามารถเดินได้ แต่ทั้งสองก็อยู่ร่วมกันได้แบบพี่น้องที่รักกัน หรืออย่างเรื่อง Girls Belong Everywhere หนังสือภาพง่าย ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงเองก็สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นครู พยาบาล ผู้พิพากษา งานก่อสร้าง นักธุรกิจ งานอาสากู้ภัย เป็นต้น

          ในมิติของการดูแลช่วยเหลือทางสุขภาพจิตและจิตสังคม Library For All ใช้กรอบการทำงานโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based frameworks) ที่ชื่อว่า CASEL Framework มาออกแบบคอลเลกชันที่สนับสนุนการเรียนรู้ด้านสังคมและอารมณ์ซึ่งประกอบไปด้วยการตระหนักรู้ในตนเอง การจัดการตนเอง การตระหนักรู้ในสังคม ทักษะในการจัดการความสัมพันธ์ และการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในออสเตรเลียและมีแผนจะขยายผลไปทั่วโลก

          ใจความของคำว่า “All” หรือปวงชน จึงเป็นงานที่ละเอียดอ่อน อ่อนไหว ยึดฐานความแตกต่างหลากหลายของภาษาวัฒนธรรมเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดการเข้าถึงองค์ความรู้  แต่เมื่อเข้าสู่โลกของการเรียนรู้ คุณค่า ในการเรียนรู้เข้าใจตัวเองและผู้อื่นในฐานะพลเมืองโลก จึงเป็นแก่นของ Library For All

All for Library หัวใจแห่งการศึกษาเพื่อปวงชน

          หากว่ากันตามแนวคิด Library For All นั้นต่อยอดมาจากแนวคิดเรื่อง Education For All อย่างไม่ต้องสงสัย แนวคิดที่มองว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงการศึกษา ซึ่งเป็นแนวคิดถูกขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 1948 จนกลายเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการศึกษาหลักของโลกโดยมีความร่วมมือและช่วยเหลือระหว่างประเทศ ห้องสมุดเพื่อปวงชน จึงเป็น ‘รูปธรรม’ ที่จับต้องได้ ของแนวคิดเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน

          อย่างไรก็ตาม เดิมทีเรามองว่า ‘การศึกษา’ นั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแลและจัดการศึกษาให้ประชาชนของตัวเอง แต่ในบางประเทศและบางสถานการณ์ เรากลับพบว่า ‘รัฐบาล’ ของแต่ละประเทศไม่สามารถที่จะจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง เนืื่องมาจากสภาวะสงครามระหว่างประเทศ การอพยพของประชาชนในพื้นที่สงคราม ปัญหาเรื่องความยากจนของประเทศที่กำลังพัฒนา ฯลฯ

          นอกจากนั้น ในบางประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม การผูกขาดการศึกษาไว้กับอำนาจศูนย์กลางของรัฐเพียงอย่างเดียว จึงอาจส่งผลให้ภาษาท้องถิ่น ภาษาแม่ของเด็กๆ ถูกละเลยอยู่บ่อยครั้ง การทำให้การศึกษาเข้าถึงผู้คนอย่างทั่วถึงอาจยังไม่เพียงพอ เพราะมันยังต้องการความหลากหลาย ความเข้าอกเข้าใจทางวัฒนธรรมด้วย ดังนั้น แนวคิดเรื่องการศึกษาในยุคหลังจึงไม่ได้ผูกไว้แค่อำนาจรัฐเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของ ‘ทุกคน’ และเป็นที่มาของแนวคิดเรื่อง All For Education

          ฐานคิดเรื่องปวงชนเพื่อการศึกษานี่เองที่เป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินงานของ Library For All นั่นคือการเปิดกว้างให้ ‘ทุกภาคส่วน’ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่มีความเข้มแข็งเรื่องแหล่งทุนอย่าง Save The Children ของออสเตรเลียคอยสนับสนุน และพวกเขาก็ขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานระหว่างประเทศทั้ง UNICEF และ UNESCO ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกมาเป็นภาคีหลัก นอกจากนั้น ยังได้เปิดกว้างให้กลุ่มต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นทำงานร่วมเป็นอาสาสมัครในชุมชน เป็นนักเขียนภาษาท้องถิ่นของตัวเอง หรือเป็นผู้บริจาค 

          Spark Box, แอปพลิเคชั่น, และหนังสือมากกว่า 4,000 เล่มทั้งภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่น เครือข่ายการทำงานที่เข้มแข็งมากกว่า 17 ประเทศทั่วโลกของ Library For All จึงเกิดขึ้นได้เพราะ ‘ทุกภาคส่วน’ ร่วมมือกัน เป็นการตอกย้ำว่าการศึกษาของเด็กทั่วโลกนั้นไม่อาจสำเร็จได้ด้วยความพยายามของประเทศใดประเทศหนึ่ง องค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่พวกเราทุกคนต้องจับมือกันสร้างประตูสู่การเรียนรู้ให้กับพวกเขา


ที่มา

Library For All (online)

Spark Kits: offline, off-grid digital learning anywhere (online)

Library for All app brings books to world’s poorest children (online)

Rebecca McDonald started Library for All to help children all over the world gain access to quality reading materials. – AWNY Startup Stories (online)

All for Education ‘ให้การศึกษาคือกิจของทุกคน’ สะท้อนคิด : แนวทางขับเคลื่อนการศึกษาไทยในอนาคต (ออนไลน์)

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก