อาจฟังดูน่าตกใจ แต่ช่วงเวลาแบบนี้นี่เองที่ได้กลายมาเป็นโอกาสให้คนทำงานในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เมื่อจำนวนผู้ใช้งานห้องสมุดทั่วโลกลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย นักวิชาการส่วนหนึ่งออกมาให้ความเห็นว่า “ความรู้ส่วนใหญ่ในโลกวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะจะบรรจุเอาไว้ในชั้นหนังสืออีกต่อไป แต่ห้องสมุดกลับยังเอาแต่ยึดติดอยู่กับหนังสือแบบกายภาพ
ห้องสมุดทั่วโลก ต้องกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่าจะไปต่อในบทบาทดั้งเดิมอย่างการเป็น ‘แหล่งเก็บรักษาหนังสือและการให้บริการยืมคืนหนังสือ’ ซึ่งเป็นภารกิจตามปกติที่มีลักษณะแบบตั้งรับ หรือจะมุ่งหน้าไปสู่การเป็น ‘แหล่งเรียนรู้ที่มีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง’ ซึ่งมีลักษณะเชิงรุก และนำไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่างไม่สิ้นสุดของเนื้อหาและรูปแบบการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น การเกิดขึ้นของห้องสมุดมีชีวิตที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับแค่เล่มหนังสือ, การผนวกการเรียนรู้เข้าไปในพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้สะดวกยิ่งขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้คนในปัจจุบันซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การปรับตัวของแหล่งเรียนรู้ทั่วโลกแทบทั้งหมดมีลักษณะร่วมกันอย่างน้อย 2 ประการ คือ
- การออกแบบพื้นที่ให้มีความยืดหยุ่น (Flexibility) เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลายรูปแบบตามจุดประสงค์ของการใช้งาน
- การทำความเข้าใจถึงความต้องการเชิงลึก (Insight) ของผู้ใช้เพื่อออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์และสอดคล้องกับบริบทของชุมชน
อุทยานการเรียนรู้ TK Park
จากบทเรียนและประสบการณ์ 20 ปีของ TK Park สามารถสรุปแนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีชีวิตได้อย่างน้อย 6 ข้อ ดังนี้
- ทำความเข้าใจความต้องการเชิงลึกของทั้งผู้ใช้เดิมและกลุ่มเป้าหมายใหม่จัดพื้นที่ของแหล่งเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชนซึ่งแหล่งเรียนรู้ตั้งอยู่
- ปรับภารกิจและบทบาทของแหล่งเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับผู้เรียน ชุมชน และเมืองจัดสรรพื้นที่ใช้สอยของแหล่งเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนง่าย และรองรับกิจกรรมได้หลากหลายรูปแบบ
- ผู้ใช้บริการและชุมชนควรมีส่วนร่วมกับการออกแบบพื้นที่เรียนรู้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการบริหารจัดการ โปรแกรมกิจกรรม และอื่นๆ
- การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการผสมผสานรูปแบบทั้ง ‘กายภาพ’ และ ‘ออนไลน์’ เข้าด้วยกัน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมาย
ในอนาคตการนำบทสรุปเหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องย่อมสามารถสร้างห้องสมุดมีชีวิตที่เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายและชุมชนได้มากขึ้น รวมถึงการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดเส้นทางการทำงานในอนาคตก็สามารถนำมาปรับใช้เป็นวิธีการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพได้ยิ่งขึ้นตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
อ่านใกล้ตัว All you is ‘ที่อ่านหนังสือใกล้ฉัน’
“ถ้าอยากให้ทุกคนอ่านหนังสือ
ก็ต้องทำหนังสือให้เข้าถึงทุกคน”
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเวลาว่างยามบ่ายไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดประชาชนที่เปิด-ปิดในเวลาราชการ
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบ้านที่เงียบสงบนั่งสบายเหมาะแก่การใช้สมาธิ
ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินซื้อหนังสือเล่มใหม่ได้เสมอทุกครั้งที่อยากได้
หนึ่งในสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มระบบนิเวศการอ่านให้เกิดขึ้นได้จริงจึงเป็น ‘การนำหนังสือเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน’ ไม่ว่าจะในรูปแบบของชั้นวางหนังสือเล็กๆ ตามสถานที่ต่างๆ ห้องสมุดประชาชนที่ตอบโจทย์การใช้งาน ไปจนถึงศูนย์การเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่รวบรวมประสบการณ์การเรียนรู้หลากหลายด้านเอาไว้ในที่เดียว
และนี่คือตัวอย่างความเป็นไปได้ของพื้นที่เรียนรู้ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดขึ้นได้จริง
พื้นที่เรียนรู้ขนาดเล็ก
“เชื่อไหมว่าพื้นที่เล็กแค่ไหนก็เป็นพื้นที่เรียนรู้ได้?”
ถ้าไม่เชื่อ ชวนมาทำความรู้จักกับ 3 ไอเดีย จาก 3 เมืองทั่วโลกนี้ไปด้วยกัน
- Wash and Read – New Bedford, USA
Wash and Read คือโครงการที่เปลี่ยนพื้นที่นั่งรอในร้านซักรีดให้กลายเป็นมุมเรียนรู้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถิติการใช้เวลาในร้านซักรีดของชาว New Bedford ที่สูงถึง 2.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยทางโครงการได้คัดเลือกหนังสือและนิทานไปจัดไว้ในมุมหนึ่งของร้านซักรีดทั่วเมือง เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนรายได้น้อยสามารถเข้าถึงหนังสือได้ใกล้ตัว และช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาน่าเบื่อหน่ายให้กลายเป็นช่วงเวลาคุณภาพที่ทั้งครอบครัวสามารถใช้ร่วมกันได้อีกด้วย

- Book Stop – Jurong, Singapore
ไหนๆ ก็ต้องใช้เวลาที่ป้ายรถเมล์ ทำไมไม่เปลี่ยนให้มันเป็นช่วงเวลาที่มีประโยชน์ล่ะ? ป้ายรถเมล์สีส้มสดใสที่ตั้งอยู่ในย่าน Jurong ประเทศสิงคโปร์ นอกจากจะทันสมัยด้วยจอบอกเวลารถเข้าออก, ข่าวประจำวัน, สภาพอากาศ และกิจกรรมต่างๆ ภายในย่านแล้ว ยังถือเป็น “ครึ่งป้ายรถเมล์ ครึ่งพื้นที่เรียนรู้” ซึ่งรวบรวมเอาทั้งชั้นหนังสือ, ที่จอดจักรยาน, ที่ชาร์จโทรศัพท์, ชิงช้า, สวนบนหลังคา แถมด้วย QR Code สำหรับสแกนเข้าถึงอีบุ๊กจากห้องสมุด ออนไลน์เอาไว้ในที่เดียว!

- Donkou Kissa Fang – Kyoto, Japan
บางทีคนเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้นั่งอ่านหนังสือพร้อมฟังความเงียบในพื้นที่ที่สงบและเรียบง่ายที่สุด Donkou Kissa Fang ไม่ใช่ห้องสมุด แต่คือ “พื้นที่เช่าอ่านหนังสือ” ซึ่งถูกออกแบบขึ้นในบ้านเก่าหลังหนึ่งกลางเกียวโต เพื่อให้ผู้คนได้มาใช้เวลาเงียบๆ ดื่มเครื่องดื่ม และอ่านหนังสือในบรรยากาศที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดจำนวนคนให้เข้าได้เพียงครั้งละไม่เกิน 6 คนเท่านั้น การออกแบบแสง เสียง และอุณหภูมิไปจนถึงวิวพื้นที่สีเขียวสบายตานอกหน้าต่างที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีแล้วนักอ่านอย่างเราจะยังต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีก?

พื้นที่เรียนรู้ขนาดกลาง
‘พื้นที่เรียนรู้ขนาดกลาง’ คือห้องสมุดที่เราชินตากันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ห้องสมุดประชาชน ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดเอกชน รวมไปถึงศูนย์การเรียนรู้ อย่าง TK Park, TCDC และอื่นๆ อีกมากมาย
ห้องสมุดในบางประเทศได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณและการสร้างเครือข่ายจากนโยบายระดับประเทศ ระดับเมือง หรือบางครั้งก็ระดับนานาชาติ แม้ประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมาย นโยบาย หรือแผนแม่บทที่ช่วยกำหนดทิศทางและสนับสนุนการทำงานของห้องสมุดอย่างเป็นรูปธรรม แต่ปัจจุบันห้องสมุดชุมชนหลายแห่งก็ปรับการดำเนินงาน มุ่งทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมโดยเริ่มต้นจากทรัพยากรเล็กๆ น้อยๆ ที่มี ร่วมกับน้ำพักน้ำแรงของเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมรอบข้าง
ห้องสมุดชุมชน 3 แห่งนี้ คือห้องสมุดตัวอย่างที่เริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงจากตัวเองและมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร
- ห้องสมุดรังไหม, เชียงใหม่
กิจกรรมที่โดดเด่นของห้องสมุดรังไหม คือ ห้องสมุดเคลื่อนที่ในรูปแบบ “คาราวานหนอนหนังสือ” ซึ่งยกห้องสมุดคุณภาพมาย่อส่วนใส่ในหนึ่งคันรถ บรรทุกหนังสือดีๆ กว่า 6,000 เล่มที่เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกช่วงวัย ซีดีภาพยนตร์หลากหลาย และพื้นที่นั่งนอนอ่านสุดชิลล์ เข้าไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลเพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงการเรียนรู้

- ห้องสมุดแมวหางกิ้นส์, อุบลราชธานี
จากหนังสือหนึ่งคันรถ ทุนที่ระดมมาด้วยตนเอง และแมวหนึ่งฝูง สู่ห้องสมุดเล็กๆ ในอาคารชั้นเดียวขนาด 56 ตารางเมตร ซึ่งไม่เพียงเต็มไปด้วยหนังสือดีรอการค้นพบ แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์ที่ชวนเด็กๆ มาเรียนรู้ผ่านกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น วิชาศิลปะ, การพัฒนาตนเอง หรือการสำรวจผืนป่าเพื่อเข้าใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

- ห้องสมุดยับ เอี่ยน ฉ่อย, สงขลา
จากโกดังข้าวที่ถูกทิ้งร้าง สู่ห้องรับแขกของย่านเมืองเก่าสงขลา เปิดกว้างให้ผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่เข้ามาร่วมดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ จัดแสดงงานศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาของย่านให้คงอยู่ โดยไม่ได้จำกัดว่ากิจกรรมเหล่านั้นจะต้องอยู่ในรูปแบบของหนังสือ เพราะที่ยับ เอี่ยน ฉ่อย สิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้ตัวอักษรในเล่ม ก็คือเรื่องราวของผู้คนซึ่งแวะเวียนกันมาร่วมแบ่งปันในพื้นที่แห่งนี้

พื้นที่เรียนรู้ขนาดใหญ่ – ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ก้าวใหม่จากบทเรียนโลกและบทเรียนเราตลอด 20 ปี
ในโอกาสครบรอบ 20 ปีแห่งการเรียนรู้ของ TK Park ประสบการณ์จากการทำงาน การค้นคว้าและถอดบทเรียนจากต้นแบบในต่างประเทศ ทั้งหมดนี้กำลังจะเกิดเป็นผลลัพธ์ใหม่ ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ที่จะเป็นการยกระดับการพัฒนาศักยภาพการศึกษาครั้งสำคัญของคนไทย
‘ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ’ คือแหล่งเรียนรู้สาธารณะสมัยใหม่ภายใต้การผลักดันและดูแลโครงการของ OKMD ที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้จากวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชาติเข้ากับเทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความอยากรู้อยากเห็น ปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต และส่งเสริมให้ค้นพบศักยภาพเพื่อพัฒนาตัวเองผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและสร้างสรรค์สำหรับคนในทุกช่วงวัย
แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่นี้จะสร้างขึ้น ณ พื้นที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (เดิม) และอาคารอนุรักษ์ที่ตั้งอยู่ติดกัน พื้นที่รวมกว่า 20,000 ตารางเมตร บนถนนราชดำเนิน ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยย่านเก่า ชุมชนที่ยังมีผู้อยู่อาศัยแหล่งเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ สถานศึกษาและหน่วยงานราชการโดยไม่เพียงตั้งเป้าเพื่อพัฒนาและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ให้กับผู้คน แต่ยังคาดหวังว่าจะเป็นการฟื้นฟูเกาะรัตนโกสินทร์ให้กลับมามีชีวิตชีวาในฐานะย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ
การจัดสรรพื้นที่ภายในศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ประกอบด้วย พื้นที่ห้องสมุด (Living Library) พื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะ (Learning Space) พื้นที่เพื่อการแสดงออก (Expression Space) และพื้นที่บริการวิชาการ

การจัดสรรพื้นที่ภายในศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ประกอบด้วย
พื้นที่ห้องสมุด Living Library
ห้องสมุดที่เป็นมากกว่าห้องสมุด ให้บริการทั้งหนังสือและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมห้องประชุมขนาดเล็ก พื้นที่สำหรับครอบครัว พื้นที่ทำงาน พื้นที่ Interactive Virtual Space และ E-Sport รวมถึงพื้นที่การเรียนรู้สำหรับผู้บกพร่องทางร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะ Learning Space
ในรูปแบบของ Maker Space หลากหลายมิติ เช่น ด้านนวัตกรรม (Fab Lab) ด้านงานฝีมือ (Craft and Lifestyle Workshop) ด้านสื่อ (Digital Media Center) รวมถึงพื้นที่พัฒนาทักษะสำหรับเด็กโดยเฉพาะ (Kid’s Maker Space)
พื้นที่เพื่อการแสดงออก Expression Space
พื้นที่แสดงออกและแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งในรูปแบบหอประชุมอเนกประสงค์ขนาด 300-350 ที่นั่ง และพื้นที่จัดนิทรรศการ
พื้นที่บริการวิชาการและพื้นที่สำนักงาน
พื้นที่อเนกประสงค์เพื่อการเรียนรู้และทดสอบนวัตกรรมด้านการเรียนรู้
โดยนอกจากพื้นที่ถาวรทั้งสี่ส่วนแล้ว ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติยังมีแผนในการ ‘จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์’ อย่างต่อเนื่องร่วมกับแหล่งเรียนรู้เครือข่ายย่านราชดำเนิน เช่น การจัดทำหนังสือเดินทางสร้างความรู้ ชวนเที่ยวแหล่งเรียนรู้ทั่วทั้งย่านใน 1 วัน หรือการจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนในละแวกถนนราชดำเนินที่แสดงถึงวิถีชีวิต เอกลักษณ์ และมีการต่อยอดจากมรดกวัฒนธรรมในพื้นที่เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาไทยและเศรษฐกิจชุมชน
