‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์

421 views
7 mins
January 6, 2026

          คาซาอิ มาริ (Kasai Mari) ศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวญี่ปุ่น เธอเป็นเจ้าของผลงานหนังสือภาพสำหรับเด็กที่ครองใจนักอ่านมาอย่างยาวนาน เช่น ‘หนึ่งวันสุดพิเศษและวันที่แสนมหัศจรรย์หนังสือที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เล่าเรื่อง แต่ยังทำหน้าที่เป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ไม่เฉพาะสำหรับเด็กๆ แต่สำหรับทุกคนที่ได้เปิดอ่าน 

          เส้นทางศิลปะของคาซาอิ มาริ ไม่ได้เริ่มต้นที่การวาดนิทาน แต่เธอเคยโลดแล่นในวงการโฆษณาในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์มาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งเธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกของการสร้างสรรค์นิทานภาพเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่ ‘สร้างแรงบันดาลใจ’ และ ‘มอบความสุข’ ให้กับผู้คน

          และในงานเทศกาลหนังสือภาพสำหรับเด็ก กรุงเทพฯ 2568 (Bangkok Picture Book Festival 2025) คาซาอิ มาริ ได้รับเชิญมาเป็น Featured Artist ร่วมออกแบบภาพประกอบหลัก (Key Visual) ประจำเทศกาล พร้อมจัดแสดงผลงานของเธอในนิทรรศการที่รวบรวมหนังสือภาพจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในงานเดียว จึงเป็นโอกาสพิเศษที่ The KOMMON มานั่งพูดคุย กับเธอถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานที่ละเอียดลออชวนอบอุ่นหัวใจ และมุมมองต่อแวดวงหนังสือภาพสำหรับเด็กของประเทศญี่ปุ่น ว่าอะไรคือ ‘หัวใจสำคัญ’ ที่เธออยากเล่าผ่านรูปวาดและถ้อยคำที่ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในหนังสือภาพที่สื่อสารไปยังเหล่าผู้อ่านตัวน้อย

‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์

ทราบมาว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณมาเยือนเมืองไทย คุณมีความรู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานเทศกาลหนังสือภาพสำหรับเด็กครั้งนี้ 

          ความรู้สึกแรกเลยคือสมคำร่ำลือที่ว่าไทยเป็น ‘สยามเมืองยิ้ม’ จริงๆ ผู้คนที่นี่ใจดีและยิ้มแย้มแจ่มใสมาก ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นจนเรารู้สึกสบายใจที่จะทำสิ่งต่างๆ 

          ส่วนตัวงานเทศกาลฯ ต้องบอกว่าประหลาดใจมากที่เห็นว่าทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตและเรียบร้อย ทุกรายละเอียดดูดีจนน่าตกใจ ต้องขอบคุณทางทีมผู้จัดทั้งสำนักพิมพ์นานมีบุ๊ก และเจแปนฟาวน์เดชัน (Japan Foundation) ที่ชวนมาร่วมงานในครั้งนี้ เป็นความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้เข้ามาภายในงานเลยค่ะ

อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณอยากเป็นนักวาดหนังสือภาพสำหรับเด็ก 

          ก่อนหน้านี้ฉันเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ในบริษัทโฆษณา ทำพวกโปสเตอร์สินค้าเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ แต่พอแต่งงาน ก็ลาออกและหยุดทำงานไปพักใหญ่ แต่พอใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ ก็เดินทางมาถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกอยากกลับมาทำงานสร้างสรรค์อีกครั้ง เรากลับมาทบทวนดูผลงานออกแบบเก่าๆ พวกงานออกแบบโฆษณาหรืองานวาดภาพประกอบในงานสื่อออนไลน์ ธรรมชาติของสิ่งเหล่านี้คือ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารและนำเสนอสินค้าหรือบริการเพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการ เปรียบว่าสื่อโฆษณาก็เหมือนกับผลงานที่ถูกสร้างขึ้นเสร็จ ‘ถูกนำไปใช้แล้วก็หมดหน้าที่ไป’ 

          ฉันเลยเกิดความคิดว่า อยากสร้างสรรค์ผลงานที่มันจะ ‘ยังคงหลงเหลืออะไรบางอย่าง’ ให้กับผู้อ่าน อยากสร้างงานที่ส่งต่อคุณค่าได้ยาวนานกว่านั้น ซึ่งคำตอบที่ได้ในตอนนั้นก็คือ ‘การวาดหนังสือภาพสำหรับเด็ก’

ในผลงาน ‘หนึ่งวันสุดพิเศษ’ ทำไมคุณถึงใช้คาแรคเตอร์ ‘หนู’ เป็นตัวเล่าเรื่อง 

          ส่วนตัวฉันเป็นคนชอบ ‘บ้านตุ๊กตา’ และของจิ๋วมากๆ เราอยากวาดภาพโลกใบเล็กๆ เหล่านั้น ทีนี้พอเป็นบ้านตุ๊กตา ขนาดของมันย่อมเล็กกว่าดอกไม้จริง เล็กกว่าต้นไม้ในป่าธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตที่จะเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่เล็กจิ๋วแบบนั้นได้ ในหัวฉันตอนนั้นนึกออกอยู่อย่างเดียวคือ ‘หนู’ (หัวเราะ) 

          และคุณจะสังเกตเห็นว่า หนู แต่ละตัวที่อยู่ในเรื่องจะไม่มีตัวไหนที่ใส่ชุดซ้ำกันเลยซึ่งตรงนี้เป็นงานที่หนักมากสำหรับฉัน (หัวเราะ) เพราะหนูแต่ละตัวมีความชอบและนิสัยที่แตกต่างกัน บางตัวขี้อาย บางตัวกล้าแสดงออก บางตัวขี้เล่น บางตัวชอบอยู่คนเดียว ซึ่งเราอยากจะให้เด็กๆ ได้สังเกตหนูแต่ละตัวว่า พวกเขาใส่ชุดแบบไหน หรือทำอะไรอยู่ ไม่แน่ว่าเด็กๆ อาจจะได้เห็นตัวเองในหนูเหล่านั้นก็ได้ 

          ส่วนสไตล์ภาพวาดนั้น ฉันตั้งใจอยากวาดภาพที่เปิดออกมาแล้วรู้สึก ‘อุ่นใจ’ ไม่ว่าจะเปิดไปหน้าไหนก็สัมผัสได้ถึงความสุข

‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์
‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์

คุณคิดว่าอะไรสำคัญที่สุดในการเล่าเรื่องผ่านหนังสือภาพ

          ในหนังสือภาพทั่วไปมักจะต้องมีจุดพีคของเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นและชวนติดตามใช่ไหมคะ แต่เราไม่อยากสร้างเรื่องราวที่สร้างความรู้สึกตื่นเต้นหรือน่ากลัวแบบนั้น ความตั้งใจของฉันคือไม่ว่าจะเปิดไปหน้าไหน ผู้อ่านจะต้องเจอแต่ความรู้สึกที่มีความสุข และได้เรียนรู้อะไรบางอย่างระหว่างที่ได้อ่าน

          ฉันเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กคือการได้รู้จัก ‘ความสุข’ ให้มากที่สุด ในชีวิตจริงเด็กๆ อาจต้องเจอกับเรื่องเศร้า การถูกกลั่นแกล้ง หรือความเหงาอยู่บ้าง หนังสือของเราจึงควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้เขารู้สึกสงบ มั่นคง และปลอดภัย เพราะเด็กที่ได้เติบโตมากับการสัมผัสความสุขและความยินดีอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญปัญหาในชีวิตจริง เขาจะมีพลังใจที่เข้มแข็งในการก้าวข้ามมันไปได้

การมีลูกเล่นอย่างการเจาะรู หรือมินิเกมให้ตามหาหนูในหนังสือ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร 

          ในส่วนนี้ฉันต้องยกเครดิตให้คุณอิโตะ ซาโตชิ (Ito Satoshi) บรรณาธิการที่ช่วยดูแลหนังสือเล่มนี้ค่ะ เป็นไอเดียของเขาที่อยากให้มีองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้เด็กๆ สามารถกลับมาสนุกกับหนังสือเล่มเดิมได้ซ้ำๆ ‘การเจาะรู’ ที่เชื่อมโยงกับหน้าถัดไป มันกระตุ้นความสงสัยของเด็กๆ ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนร่วมกับหนังสือ บางคนอาจจะอยากเอานิ้วแหย่ หรือทำให้อยากรู้ว่าหน้าต่อไปมีอะไร มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เขาอยากพลิกหน้ากระดาษเพื่อติดตามเรื่องราวต่อไป

           นอกจากนี้ การเสริมมินิเกมให้อยู่ในหนังสือภาพ เช่น เรื่อง ‘หนึ่งวันสุดพิเศษ’ จะมีตัวละครหลักเป็นหนู  3 ตัว ชื่อ เอวา วิค และบอนด์ เราก็สอดแทรกคำถามให้เด็กๆ ลองหาสิ่งของต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในภาพวาด ไม่ว่าจะเป็น ‘ชุดกระโปรงของเอวา’ ‘หูกระต่ายของวิค’ ‘เสื้อลายทางของบอนด์’ หรือให้ลองสังเกตหนูที่อยู่ในงานเลี้ยงว่าแต่ละตัวสวมเสื้อผ้าสีอะไรและกำลังทำอะไรอยู่ เป็นการช่วยสร้างบทสนทนาระหว่างพ่อแม่ลูกเวลาอ่านหนังสือด้วยกัน ซึ่งพ่อแม่ก็อาจจะเสริมความรู้เรื่องการเข้าสังคมให้ลูกผ่านตัวละครที่ปรากฏในเรื่องก็ได้

‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์
‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์
‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์

ตั้งแต่คุณทำงานในแวดวงนี้มา คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของ ‘หนังสือภาพญี่ปุ่น’ 

          สำหรับฉันหนังสือภาพในแบบญี่ปุ่นอาจไม่ได้มีรูปแบบตายตัวว่าต้องเป็นแบบไหน แต่บรรณาธิการของฉันบอกว่า ถ้าให้พูดถึงจุดเด่นในงานภาพหรือศิลปะแบบญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้น ‘มังงะ’ หรือหนังสือการ์ตูน เพราะคนญี่ปุ่นเติบโตมากับวัฒนธรรมการอ่านมังงะและดูอนิเมะ คนทำหนังสือภาพยุคนี้จึงได้รับอิทธิพลเหล่านั้นมามาก ทำให้งานมีการสอดแทรกความบันเทิงหรือรูปแบบการเล่าเรื่องแบบมังงะที่มีความเข้าใจง่ายและสนุก คนทำไม่ได้คิดว่าจะต้องยัดเยียดความเป็นศิลปะชั้นสูงให้เด็ก แต่หนังสือภาพแบบญี่ปุ่นถูกสร้างโดยคิดว่า ‘อยากจะมอบความสนุกให้ผู้อ่าน’ ซึ่งพออ่านสนุก หนังสือภาพก็จะกลายมาเป็นสื่อกลางที่พ่อแม่และลูกจะได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันมากกว่าจะเป็นแค่เครื่องมือสั่งสอน

คุณเคยได้ไปอ่านหนังสือภาพตามโรงเรียนต่างๆ อยากรู้เสียงตอบรับจากเด็กๆ คุณครู หรือผู้ปกครองเป็นอย่างไรบ้างหลังจากได้ฟัง 

          ฉันเคยได้อ่านหนังสือภาพที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กที่ชอบพูดโกหกให้กับคุณครูที่สอนชั้นอนุบาลฟัง แล้วมีคุณครูคนหนึ่งนำหนังสือเล่มนี้ไปอ่านในห้องเรียนที่มีเด็กชอบโกหกอยู่คนหนึ่ง พออ่านจบ เด็กคนนั้นเดินกลับมาหาเธอแล้วบอกว่า “นี่มันหนังสือของผมนี่นา” และหลังจากนั้นเขาก็ไม่โกหกอีกเลย

          แต่สำหรับประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เขาเลิกโกหกนะ สิ่งสำคัญที่สุดคือเด็กคนนั้นสามารถ ‘รู้สึกร่วม’ ไปกับตัวละครในเรื่องต่างหาก

          เพราะหนังสือภาพมีความพิเศษ ตรงที่มันสามารถสื่อสารข้อความบางอย่างที่สัมผัสถึงหัวใจของเด็กๆ ซึ่งบางเรื่องอาจเป็นสิ่งที่พ่อแม่พูดเป็นร้อยครั้งแล้วแต่ลูกไม่ฟัง แต่พอเป็นนิทาน เด็กๆ กลับเข้าใจและสัมผัสความรู้สึกนั้นได้ด้วยตัวเอง เช่น เมื่อเขาเห็นตัวละครที่ทำผิดได้รับการให้อภัยและมีความสุข เขาก็จะได้รับความรู้สึกโล่งใจนั้นไปด้วย เป้าหมายของเราจึงไม่ใช่การสั่งสอน แต่คือการทำให้เด็กเข้าใจความรู้สึก และมีความสุขไปตลอดการอ่านหนังสือ

‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์

‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์

ก้าวต่อไปของคุณคาซาอิ มาริ อยากจะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ แบบไหนอีกบ้าง

          ในอนาคต ฉันอยากทำหนังสือภาพที่ ‘ใช้คำให้น้อยลง’ อยากกลั่นกรองเหลือแค่ประโยคที่จำเป็นจริงๆ แล้วปล่อยให้ภาพทำหน้าที่เล่าเรื่องมากขึ้น เราอยากเน้นให้มีหน้าหนังสือที่ปล่อยให้ ‘ความว่างเปล่า’ ได้ทำงานกับผู้อ่านบ้าง เพื่อให้พวกเขาได้ลองจินตนาการเรื่องราวในแบบของตัวเอง แต่งเติมลงไปในหนังสือภาพ

          ความท้าทายคือ พื้นที่บนกระดาษที่ไร้ตัวหนังสือนั้น ภาพต้องสามารถทำหน้าที่เล่าเรื่องได้ ในขณะเดียวกันผู้อ่านต้องใช้จินตนาการตีความเอาเอง สมัยก่อนงานสไตล์นี้มีเยอะ แต่เดี๋ยวนี้หายาก ฉันจึงอยากลองท้าทายตัวเองด้วยการกลับไปทำงานที่เน้นจังหวะของภาพแบบนั้นดูบ้าง เพื่อให้เด็กๆ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเขาอย่างเต็มที่

          สุดท้ายฉันก็ยังอยากสร้างสรรค์ผลงานที่มอบความสุขและโอบกอดหัวใจของเด็กๆ เพื่อให้เขามีแรงใจมากพอที่จะเติบโตไปเผชิญหน้าและใช้ชีวิตกับโลกความเป็นจริง

‘คาซาอิ มาริ’ ศิลปินที่อยากมอบหนึ่งวันสุดพิเศษให้เด็กๆ ผ่านหนังสือภาพแสนมหัศจรรย์

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก