แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ

506 views
8 mins
June 16, 2025

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่คาร์ลสรูเออ

ที่นี่เรามีสถานีรถไฟ มีศาลสูงสุด และมีกระทั่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญอันดับสี่ของโลก

นอกจากนี้ ยูเนสโกยังยกย่องให้ที่นี่เป็นนครแห่งสื่อศิลปะ แถมยังเป็นที่แรกในเยอรมนีด้วยนะ

ที่เราได้ตำแหน่งนี้ คงเพราะเราลืมถอดไฟประดับอาคารในช่วงคริสต์มาสหลังพ้นเทศกาล และพิพิธภัณฑ์ของเราอยากหาทางประหยัดพื้นที่แล้วย้ายทุกอย่างไปอยู่ในโลกดิจิทัล

แต่เอาเถอะ เก็บกระเป๋าแล้วลองมาเที่ยวที่คาร์ลสรูเออหรือจะไม่มาก็ได้แล้วแต่คุณ

คาร์ลสรูเออ… เมืองเหลือเชื่อ

ผมแปลข้อความข้างต้นจากสปอตโฆษณาเมืองคาร์ลสรูเออความยาว 33 วินาที วิดีโอสีสันสดใส แซวตัวเองไว้อย่างเจ็บแสบ และที่สำคัญคือความแปลกใหม่ บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของเมืองในประเทศเยอรมนีที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ใกล้กับชายแดนฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี

แม้ว่าชื่อนี้อาจไม่ใช่ชื่อเมืองที่คนไทยคุ้นหู แต่ชาวเยอรมันคุ้นเคยในฐานะ ‘เมืองแห่งกฎหมาย’ เพราะเป็นที่ตั้งของศาลสำคัญหลายแห่งของเยอรมนี เช่น ศาลรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์ และศาลยุติธรรมกลาง แต่นอกจากชื่อเสียงที่เคร่งขรึมและจริงจัง คาร์ลสรูเออยังเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในสาขาสุดล้ำอย่าง ‘สื่อศิลปะ (media arts)’ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้กระทบใจคนโดยไม่เลือกเครื่องมือ

ปัจจุบันเมืองทั่วโลกกว่า 350 แห่งเป็นสมาชิกในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนความร่วมมือระหว่างเมืองที่เห็นตรงกันว่าความสร้างสรรค์คือหัวใจในการพัฒนาพื้นที่เมืองอย่างยั่งยืน ในเครือข่ายดังกล่าวมีเพียง 26 เมืองเท่านั้นที่เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านสื่อศิลปะ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 คาร์ลสรูเออเป็นเมืองแรกในเยอรมนีที่ได้รับการยอมรับในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านสื่อศิลปะของยูเนสโก (UNESCO City of Media Arts) ผ่านการผสมผสานสื่อศิลปะเข้ากับการพัฒนาเมือง วัฒนธรรม การศึกษาวิจัย เช่นเดียวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่าสื่อศิลปะคือแกนกลางที่ขับเคลื่อนคาร์ลสรูเออไปข้างหน้าในทุกมิติ

เริ่มจากการนิยามสื่อศิลปะ ศิลปะเพื่อสื่อสาร

สื่อศิลปะคือความสากล เป็นตัวแทนของนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ ความเชื่อมโยง การบูรณาการข้ามศาสตร์ และการผสมผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์

ย่อหน้าข้างต้นคือคำอธิบายอย่างรวบรัดถึงนิยามของ ‘สื่อศิลปะ’ ดังนั้น เมื่อวิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้าไม่หยุดนิ่ง ศิลปะก็ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สื่อศิลปะจึงไม่จำเป็นต้องจับต้องได้หรือเป็นชิ้นงานจัดแสดง แต่อาจมีความนามธรรมจับต้องไม่ได้โดยปรากฏตัวผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ศิลปะในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในโลกจริงแต่ยังเกิดขึ้นได้ในโลกเสมือนด้วยเช่นกัน

แม้ตัวกลางในการส่งสารของสื่อศิลปะจะเลื่อนไหลไม่จำกัดวิธี แต่สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือจุดมุ่งหมายและผลลัพธ์ เช่น หากเป็นศิลปะเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ความไม่โปร่งใสเชิงนโยบาย หรือการกดขี่คนชายขอบไม่ว่าผ่านเครื่องมือใดก็ตาม ปลายทางคือการทำให้สาธารณชนรู้สึกถึงปัญหาและสามารถผลักดันไปสู่การเปลี่ยนแปลง

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของสื่อศิลปะคือปฏิสัมพันธ์ระหว่างผลงานกับผู้ชม หากไม่มีผู้ชม สื่อศิลปะก็ไร้ความหมาย การสื่อสารของสื่อศิลปะจึงเป็นการเปลี่ยนจากผู้ชมที่เฝ้ามองจากภายนอกเป็นผู้ใช้สามารถ ‘เล่น’ กับผลงานศิลปะได้

สื่อศิลปะจึงเป็นมากกว่า ‘สื่อกลาง’ แต่คือผลงานในยุค ‘หลังสื่อ (post-media)’ ที่ไม่มีสื่อใดคือสื่อหลัก แต่เป็นสื่อกลางหลากหลายซึ่งส่งอิทธิพลต่อกันและกัน นี่คือสาเหตุที่ทำให้สื่อศิลปะคือความสากล

แต่ก่อนที่จะลงหลักปักฐานพัฒนาตัวเองมาเป็นเมืองแห่งสื่อศิลปะ สาธารณชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก็ร่วมกันตั้งเป้าหมายแนวคิดเชิงวัฒนธรรมของคาร์ลสรูเออในปี 2025 (The Cultural Concept 2025 of Karlsruhe) แผน 10 ปีที่เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางและทำให้เมืองประสบความสำเร็จเฉกเช่นปัจจุบัน

เป้าหมายทางวัฒนธรรม มุ่งสู่การเป็นเมืองสื่อศิลปะ

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
METRIC MYSTICISM, 2018

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 คาร์ลสรูเออเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปและผู้อพยพจากต่างแดน การเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือในด้านดิจิทัล รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งสามมิติต่างสะเทือนถึง ‘วัฒนธรรม’ ของคนทั้งเมืองที่อาจถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนให้กับหลากหลายปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

แต่วัฒนธรรมของคนเมืองไม่ได้เกิดจากคนไม่กี่คน การจะหาคำตอบว่าวัฒนธรรมของคาร์ลสรูเออควรมีหน้าตาเป็นอย่างไรจึงเป็นกระบวนการที่ต้องเปิดกว้างโดยรับทุกความคิดเห็นจากหลากหลายมุมมอง ทั้งประชาชน คนในแวดวงศิลปะ รวมถึงสถาบันต่างๆ ก่อนจะผสมผสานรวมกันเป็นแนวคิดเชิงวัฒนธรรมของคาร์ลสรูเออ 5 มิติที่จะต้องบรรลุให้ได้ภายในปี 2025

มิติแรกคือการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่รุ่มรวยของคาร์ลสรูเออไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์พื้นที่ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมทั้งทำให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านั้น

มิติที่สองคือการศึกษาด้านวัฒนธรรม เพิ่มการมีส่วนร่วมของกิจกรรมทางวัฒนธรรมของกลุ่มประชากรให้มีความหลากหลายและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ละโครงการและกิจกรรมต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีพื้นฐานทางสังคมและอายุที่แตกต่างกันเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าร่วม

มิติที่สามคือการผสมผสานระหว่างศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่นวัตกรรม โดยสองสถาบันหลักที่ช่วยขับเคลื่อนคือศูนย์เพื่อศิลปะและสื่อที่ชื่อว่า ZKM Karlsruhe และสถาบันแห่งเทคโนโลยี (Institute of Technology) หรือ KIT ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่ผสานศาสตร์หลากแขนงเข้าด้วยกัน

มิติที่สี่คือการสร้างพื้นที่เพื่อศิลปะ เพราะศิลปะในเมืองขับเคลื่อนด้วยพื้นที่ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงพื้นที่ศิลปะที่มีอยู่เดิม และสร้างพื้นที่ใหม่ๆ ให้เหล่าศิลปินมาแสดงความสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับเป็นพื้นที่สาธารณะให้พบปะในชุมชน

มิติที่ห้าคือผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่รุ่มรวยย่อมนำมาซึ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการสนับสนุนการท่องเที่ยว การสนับสนุนธุรกิจด้านวัฒนธรรมรวมถึงเทศกาลศิลปะย่อมเป็นช่องทางกระตุ้นเศรษฐกิจในท้ายที่สุด 

ดร. ซูซาน แอสเช (Dr. Susanne Asche) ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมเน้นย้ำว่า “แนวคิดเชิงวัฒนธรรมฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารเชิงนโยบาย แต่เป็นกรอบคิดที่มีชีวิตซึ่งจะพัฒนาไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมและผู้เล่นในภูมิทัศน์วัฒนธรรมของคาร์ลสรูเออ”

แม้ว่าจะมีเข็มทิศนำทาง แต่ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นแนวคิดที่ลื่นไหลและเปิดกว้าง คาร์ลสรูเออจึงต้องอาศัยสถาบันต่างๆ ในการประคับประคองและขับเคลื่อนให้ภูมิทัศน์ของสื่อศิลปะคงความสดใหม่อยู่เสมอ โดยหนึ่งในเครื่องจักรที่ขับเคลื่อนภาคสื่อศิลปะในเมืองคาร์ลสรูเออคือศูนย์เพื่อศิลปะและสื่อที่ชื่อว่า ZKM Karlsruhe ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญที่สุดอันดับ 4 ของโลก

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
Photo: Elias Siebert

ก่อนเดินทางไปสู่ความล้ำ

เราจะขับเคลื่อนโลกปัจจุบันโดยไร้เทคโนโลยีได้อย่างไร

คำถามนี้เราจะตอบว่า “ทำได้” ก็ไม่ผิด แต่สำหรับเมืองที่ต้องการรุดไปข้างหน้าและการพัฒนาแบบบูรณาการ คีย์เวิร์ดประเภท ‘ดิจิทัล’ ‘ดิจิทัลมีเดีย’ ฯลฯ มีความสำคัญ หากจะเริ่มผสานสื่อให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันกับเมืองและผู้คน

มีเดียที่เมืองคาร์ลสรูเออมีระบบนิเวศที่ฟูมฟักศิลปะสื่อศิลปะอย่างครบวงจร เริ่มจากมหาวิทยาลัยแห่งศิลปะและการออกแบบ คาร์ลสรูเออ (Hochschule für Gestaltung Karlsruhe) ซึ่งเน้นการเรียนการสอนที่ผสมผสานศิลปะ การออกแบบ เทคโนโลยีสื่อเข้าด้วยกัน ที่นี่จึงเปรียบเสมือนรากฐานสำหรับศิลปินและนักออกแบบสื่อศิลปะในอนาคตก่อนจะส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่รุ่มรวย

ความโหดหินของการผสมผสานศิลปะกับสื่อ คือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจนศิลปินอาจวิ่งตามไม่ทัน สถาบันเทคโนโลยีแห่งคาร์ลสรูเออ (Karlsruhe Institute of Technology) ก็จะเข้ามาปิดช่องว่าง โดยสถาบันแห่งนี้เปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาสื่อดิจิทัล โลกเสมือนจริง และส่วนเสริมของโลกจริง โดยพร้อมจะนำไปผสมผสานเนรมิตให้สื่อศิลปะตามความสร้างสรรค์ของเหล่าศิลปินเป็นจริงได้ 

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
Photo: Karlsruhe

ที่ขาดไม่ได้คือ ZKM Karlsruhe ศูนย์เพื่อศิลปะและสื่อที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้เมืองคาร์ลสรูเออสามารถก้าวสู่เมืองสร้างสรรค์สื่อศิลปะ 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1989 โดดเด่นในด้านการผลักดันศิลปะที่สอดประสานระหว่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โด่งดังด้านศิลปะร่วมสมัยและล้ำสมัย เช่น ในงานแสดงศิลปะชุดล่าสุดที่ ZKM ชื่อว่า (A)I Tell You, You Tell Me นำเสนอปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างชวนฉงนผ่านผลงานศิลปะจัดวาง 3 ชิ้นที่เราสามารถเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วยได้ เช่น ชิ้นแรกคือการสนทนาระหว่างเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ร้อยเรียงถ้อยคำลงบนสายพานขนาดยักษ์ราวกับมีชีวิตและเรื่องเล่าเป็นของตัวเอง

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
(A)I Tell You, You Tell Me

กิจกรรมผ่อนคลายแต่ได้ขบคิด (เยอะ) ก็มีจัดขึ้นเรื่อยๆ และส่วนใหญ่ผู้เข้าร่วมไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม เช่น How film promotes thinking. A dialogue with images in motion เป็นกิจกรรมฉายหนังที่หยิบโควทจากในเรื่องมาถก ในประเด็นเชิงสังคมและปรัชญา 

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
How film promotes thinking. A dialogue with images in motion
แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
WIKIPEDIA WRITING WORKSHOP: MAKING MEDIA ARTISTS VISIBLE!

WIKIPEDIA WRITING WORKSHOP: MAKING MEDIA ARTISTS VISIBLE! ก็เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2024 นี่เอง กิจกรรมสนุกๆ ที่เรียกได้ว่าเป็น Wikipedia edit-a-thon ชวน ‘media artist’ ทั้งหลายในเมืองมาร่วมกันขีดเขียนเพื่อเปิดการมองเห็นและสร้างพื้นที่ให้ศิลปินบนโลกออนไลน์

ถ้าเข้าไปในเว็บไซต์ของการเป็น Media City เราจะเห็นว่าแจัดกิจกรรมที่ตั้งคำถามกับเทคโนโลยี สื่อ และการดำรงอยู่ของมนุษย์อย่างสม่ำเสมอ (ไม่นับรวมประเด็น urbanization ที่แทบจะยืนพื้นในหลายๆ กิจกรรม) เช่น Posteden or how to explain from hominization to posthumanism to a virtual hare แอปพลิเคชัน AR ที่ชวนให้ผู้ชมสำรวจสวน Nymphengarten ผ่านกล้องมือถือโดยใช้เทคโนโลยี GPS ช่วย 

หากแปลตรงๆ ชื่อกิจกรรมจะแปลว่า “สำรวจเส้นทางจากการกลายเป็นมนุษย์ สู่ยุคหลังมนุษย์ ผ่าน “กระต่ายเสมือนจริง” ดังนั้นถ้าให้อธิบายคร่าวๆ นี่คือการสำรวจสัญลักษณ์ของแอปเปิลผ่านมุมมองทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ และตรวจสอบอิทธิพลทั้งในอดีตและปัจจุบันที่มีต่อ “โลกแห่งจินตนาการทางสังคม” 

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
Posteden or how to explain from hominization to posthumanism to a virtual hare
Photo: KARLSRUER UNESCO City of Media Arts

สามสถาบันจึงเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนภูมิทัศน์ศิลปะของคาร์ลสรูเออ แต่กระนั้นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือสารพัดงานเทศกาลที่เปิดโอกาสให้เหล่าศิลปินจากทั้งในเยอรมนีและต่างแดนเข้ามาวาดฝีไม้ลายมือสื่อสารกับคนเมืองและเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชม

จะเปลี่ยนแปลงทั้งทีต้องลงทุน

The SCHLOSSLICHTSPIELE คือ เทศกาลแสงสีเสียงสุดอลังการของคาร์ลสรูเออที่จัดเป็นประจำทุกปี ชาวเมืองรู้กันดีว่านี่คือเทศกาลยามค่ำคืนที่จะแปลงโฉมพระราชวังคาร์ลสรูเออให้เป็นผืนผ้าใบที่เปิดรับความคิดสร้างสรรค์จากศิลปินที่ฉายแสงไฟบอกเล่าเรื่องราวประเด็นร้อนในขณะนั้น โดยมักจะเกี่ยวข้องกับการเมือง สิทธิเสรีภาพ และนวัตกรรม โดยในแต่ละค่ำคืนจะแตกต่างกันไปทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมหาศาลและได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘เทศกาลประดับไฟที่สวยงามที่สุดในเยอรมนี’

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
Karlsruhe Palace

ในปีที่ผ่านมา งาน The SCHLOSSLICHTSPIELE ถูกจัดขึ้นในธีม ‘ขอบฟ้าแห่งความหวัง อรุณรุ่งแห่งเครื่องมือ’ เพื่อระลึกถึงปีเตอร์ วีเบล (Peter Weibel) ศิลปินผู้ล่วงลับซึ่งเขาเคยกล่าวไว้ว่า 

“จากดาราศาสตร์สู่การแพทย์ จากแบคทีเรียวิทยาสู่ชีววิทยา จากเคมีสู่ฟิสิกส์ ทั้งหมดนี้คือเครื่องมือที่เปิดขอบฟ้าใหม่ให้กับพวกเรา และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของปวงชนบนโลกใบนี้”

ปีนี้เป็นปีที่กฎหมายรัฐธรรมนูญของเยอรมนีมีอายุครบ 75 ปี ประชาชนคนเมืองคาร์ลสรูเออในฐานะเมืองแห่งกฎหมาย จึงใช้พระราชวังเป็นผืนผ้าใบถ่ายทอดผลงานในธีม “ทุกคนมีความหมาย”

อลิสแตร์ ฮัดสัน (Alistair Hudson) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ประจำ ZKM อธิบายว่า “โลกในปัจจุบันมีการแบ่งแยกและความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น เราจึงต้องมารวมพลังกันในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง รวมตัวในที่ซึ่งเราทุกคนมีเสียง ทุกคนได้รับความเคารพในฐานะมนุษย์ และทุกเสียงได้รับการรับฟัง การได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม ด้วยสิทธิที่เต็มเปี่ยม และหัวใจที่ปราศจากความกลัวคือพื้นฐานของประชาธิปไตย และที่นี่คือสถานที่ซึ่งทุกคนมีความหมาย”

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
SCHLOSSLICHTSPIELE, Photo: ARTIS-Uli Deck

อีกหนึ่งเทศกาลประจำปีของคาร์ลสรูเออที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2019 คือฤดูกาลแห่งสื่อศิลปะ (The Seasons of Media Arts) ที่จะแตกต่างจากเทศกาลแสงไฟตรงที่คราวนี้ศิลปะจะเข้ายึดครองพื้นที่สาธารณะรอบเมือง ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ จัตุรัส และท้องถนน โดยจะเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะไร้หลังคา โดยมีจะสื่อศิลปะที่หลากหลายทั้งงานศิลปะจัดวาง วิดีโอ และผลงานที่สาธารณชนเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ได้ รวมถึงการจัดอบรมด้านสื่อศิลปะและดิจิทัลสำหรับชาวเมืองผู้สนใจอีกด้วย

นอกจากสถาบันและเทศกาลแล้ว องค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้คือพื้นที่สร้างสรรค์ซึ่งเมืองคาร์ลสรูเออได้ทุ่มงบประมาณเปลี่ยน The Alter Schlachthof หรือโรงฆ่าสัตว์หลังเก่าให้กลายเป็นสวนสร้างสรรค์ โดยเป็นพื้นที่สารพัดประโยชน์สำหรับอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ของที่สามารถใช้จัดแสดงชิ้นงาน คอนเสิร์ต นิทรรศการ หรือกระทั่งงานปาร์ตี้ด้านศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงก่อสร้างโรงผลิตสื่อ (House of Productions) ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจากศูนย์สตาร์ตอัป พื้นที่ดังกล่าวจะกลายเป็นศูนย์ธุรกิจสร้างสรรค์แห่งใหม่ นอกจากจะเป็นรากฐานและความมีส่วนร่วมของธุรกิจสร้างสรรค์ในคาร์ลสรูเออแล้ว ยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการทำธุรกิจสร้างสรรค์โดยหน่วยงานภาครัฐอีกด้วย

การเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างอาคารหรือขยายสถานที่ แต่ยังเป็นการเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะ เช่นในปี 2022 ที่รัฐบาลตัดสินใจปิดถนนย่าน Passagehof และ Nördliche Karlstraße ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนและศิลปินใช้พื้นที่สำหรับกิจกรรมใหม่ๆ เปลี่ยนท้องถนนที่เคยถูกยึดครองโดยรถยนต์ให้เป็นลานกว้างเพื่อสร้างสรรค์ทั้งการพบปะสังสรรค์และแสดงผลงานศิลปะ

คงไม่ผิดนักหากจะสรุปว่าระบบนิเวศคาร์ลสรูเออหล่อเลี้ยงด้วยสถาบัน งานเทศกาล และพื้นที่สร้างสรรค์ แต่องค์ประกอบเหล่านี้คงเดินหน้าได้อย่างยากลำบากหากขาดการสนับสนุนจากรอบด้านโดยเฉพาะภาครัฐที่เห็นเป้าหมายตรงกันกับชุมชน พร้อมปันส่วนงบประมาณทุกๆ ปีเพื่อค่อยๆ เปลี่ยนภูมิทัศน์เชิงวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ร่วมกันร่างขึ้น

โอบอุ้มอย่างรอบด้าน

ย้ำกันอีกสักครั้งหนึ่ง แม้จะมีวิสัยทัศน์ในการสร้างเมืองสร้างสรรค์ที่ชัดเจน แต่เป้าหมายดังกล่าวไม่อาจบรรลุได้หากขาดระบบนิเวศที่เหมาะสม และการปันส่วนเงินงบประมาณที่ต่อเนื่องและถึงพร้อม ซึ่งเงินสนับสนุนหลักทั้งการเปลี่ยนภูมิทัศน์เมือง ส่งเสริมสถาบันศิลปะ กิจกรรมสร้างเครือข่ายศิลปิน และจัดงานเทศกาลสร้างสรรค์ต่างๆ มาจากเทศบาลเมืองคาร์ลสรูเออเป็นตัวตั้งตัวตี รองลงมาคือเงินสนับสนุนจากภาครัฐระดับชาติ สหภาพยุโรป ภาคเอกชน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

ทุกๆ ปี เทศบาลเมืองคาร์ลสรูเออจะประกาศให้การสนับสนุนโครงการศิลปะในเมืองโดยเปิดโอกาสให้ศิลปินยื่นแนวคิดเข้ามา แต่ละปีธีมก็จะแตกต่างกันออกไปเช่นปีที่แล้วจะเน้นสนับสนุนเรื่องความยั่งยืน การเชื่อมโยงระหว่างประชาชนในโลกดิจิทัล และสิทธิพลเมือง 

ในปีนี้ เมืองคาร์ลสรูเออประกาศเดินหน้าโครงการใหม่ที่สร้างความฮือฮาไม่น้อยชื่อว่า re:discover โดยเป็นโครงการริเริ่มที่จะช่วยสร้างพื้นที่ให้ศิลปินที่ผลิตผลงานคุณภาพสูงแต่กลับไม่มีชื่อเสียงหรือไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดศิลปะเท่าที่ควรจะเป็น

คาร์ลสรูเออไม่ได้ทำงานเพียงลำพังแต่ร่วมกับเครือข่ายจากนานาประเทศในการขับเคลื่อนแนวคิดที่สดใหม่สู่สายตาสาธารณะ โดยมีการร่วมมือกับเมืองอื่นๆ ในประเทศเยอรมนีที่โดดเด่นในศิลปะด้านต่างๆ เช่น เบอร์ลิน เมืองแห่งการออกแบบ ฮาโนเวอร์ และมันน์ไฮม์ เมืองแห่งดนตรี ไฮเดลเบิร์กและเบรเมน เมืองแห่งวรรณกรรม รวมถึงทำงานกับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านสื่อศิลปะ 26 แห่ง อาทิ ออสติน ประเทศสหรัฐอเมริกา โตรอนโต ประเทศแคนาดา และซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น ที่มีการประชุมพูดคุยอยู่เสมอ

สื่อศิลปะเป็นศาสตร์ที่หมุนเวียนเปลี่ยนตามเทคโนโลยี เหล่าศิลปินจึงได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ เช่น Karlsruhe x Cali ที่ศิลปินสองคนจะได้ไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองคาร์ลสรูเออและเมืองคาลี ประเทศโคลอมเบียแล้วสร้างผลสื่อศิลปะร่วมกัน หรือโครงการความร่วมมือกับซีกโลกใต้ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันศิลปะคาร์ลสรูเออ (The Karlsruhe Art Academy) กับมหาวิทยาลัยในบูกินาฟาโซและกาน่า โดยที่เทศบาลเมืองคาร์ลสรูเออจัดสรรงบประมาณพิเศษทุกปีเพื่อความร่วมมือระหว่างเหล่าศิลปิน

การเรียกคาร์ลสรูเออว่า ‘เมืองเหลือเชื่อ’ จึงไม่เกินเลยนัก เพราะในช่วงระยะเวลาราวสองทศวรรษ ชื่อเสียงของเมืองแห่งนี้ค่อยๆ เปลี่ยนจากเมืองแห่งกฎหมายสู่เมืองที่โดดเด่นด้วยสื่อศิลปะล้ำสมัย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมไม่ง่าย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ ระบบนิเวศ และการสนับสนุนอย่างรอบด้านก็ทำให้เมืองแห่งนี้เดินมาถึงจุดหมาย และพร้อมก้าวต่อไปในฐานะเมืองสร้างสรรค์ที่น่าจับตามอง

แกะกรอบจากสื่อศิลปะ สร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแบบฉบับเมืองคาร์ลสรูเออ
SAVING WATER, 2020-2021
Photo: KARLSRUER UNESCO City of Media Arts


ที่มา

รายงาน “DAS KULTURKONZEPT 2025 DER STADT KARLSRUHE” จาก karlsruhe.de (Online)

บทความ “NEUE SHOW 2024: MAXIN10SITY MIT “UNFORGOT10 CHAPTERS” จาก schlosslichtspiele.info (Online)

บทความ “Germany’s first UNESCO City of Media Arts” จาก karlsruhe-erleben.de (Online)

บทความ “WHAT IS MEDIA ART FOR US?” จาก cityofmediaarts.de (Online)

บทความ “re:discover” จาก art-karlsruhe.de (Online)

บทความ “Karlsruhe Is the UNESCO Creative City of Media Arts” จาก kit.edu (Online)

บทความ “OUTLOOK” จาก cityofmediaarts.de (Online)

บทความ “MEDIA ARTS CLUSTER” จาก cityofmediaarts.de (Online)

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก