‘เฮลซิงกิ’ เมืองที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ทุกระดับ

2,303 views
8 mins
June 2, 2021

          อยากมีการศึกษาที่มีคุณภาพ จะย้ายไปอยู่ประเทศไหนดี?

          คำตอบของหลายคนอาจเป็นฟินแลนด์ ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก สามารถปฏิรูปการศึกษาได้สำเร็จจนเกิดการเรียนที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง และครูเป็นวิชาชีพมีเกียรติที่ใครๆ ใฝ่ฝันอยากเป็น

          หลายปีที่ผ่านมา เฮลซิงกิ  (Helsinki) เมืองหลวงของฟินแลนด์ มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนรู้ทั้งส่วนที่เป็นกายภาพควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างปัจจัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้มากที่สุด บนหลักการที่คำนึงถึงโอกาสอันเท่าเทียมกันของประชากรทุกคน ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ สัญชาติ หรือฐานะทางเศรษฐกิจแบบไหน

          การเรียนรู้ที่มีคุณภาพไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในโรงเรียน แต่เมืองยังทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับนักการศึกษาและภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนทุกหนทุกแห่งในเมืองให้เป็นสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ (learning environment) ขนาดมหึมา ทำให้กิจกรรมการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับเงื่อนไขของห้องเรียนหรือเวลาที่โรงเรียนเปิดทำการเท่านั้น

เฮลซิงกิ กับการวางฐานด้านการศึกษา

          วิสัยทัศน์ของเมืองเฮลซิงกิ คือการมุ่งสู่การเป็นเมืองที่มีประสิทธิภาพ (functional city) มากที่สุดในโลก โดยสิ่งที่ดำเนินการเป็นลำดับแรกๆ คือการสร้างบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ และสร้างเงื่อนไขสำหรับการมีชีวิตที่น่าพึงพอใจ ครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตาย

          สำหรับด้านที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เมืองได้จัดให้มีการศึกษาฟรีสำหรับเด็ก บริการรับเลี้ยงเด็กซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้าน มีนโยบายต่อต้านการข่มเหงรังแกในโรงเรียน และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยมากพอ เพื่อให้เด็กสามารถเดินไปโรงเรียนได้เอง

          เมืองพยายามลดสัดส่วนนักเรียนที่ออกจากระบบการศึกษาในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับอาชีวศึกษาและการอบรมทักษะอาชีพ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หางานและผู้อพยพ ‘The Centre of Expertise’ ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาโมเดลส่งเสริมความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ นอกจากนี้ยังสนับสนุนการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ ให้ทุกคนสามารถพัฒนาทักษะและศักยภาพตามที่ต้องการ

          เฮลซิงกิยังมีสถาบันการศึกษาเฉพาะทางหลายแห่ง เช่น ‘Älykoulu’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘โรงเรียนอัจฉริยะ’ เพื่อสาธิตนวัตกรรมการเรียนการสอนแนวใหม่ที่กำลังจะถูกนำไปปรับใช้ในโรงเรียนทั่วไป ‘Urhea sports academy’ แหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ‘Mäkelänrinne school’ แหล่งเรียนรู้ด้านที่พักอาศัย และในย่าน Myllypuro มีการสร้างสถาบันการศึกษานานาชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

Whole City เมืองที่การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกแห่งหน

          ปัจจุบันเฮลซิงกิถือเป็นเมืองทดลองด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยระดับชาติ สถาบันทางวัฒนธรรม นักพัฒนา บริษัทต่างๆ เพื่อสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศใหม่ (new ecosystem) สำหรับการเรียนรู้ ซึ่งในอนาคตจะมีการขยายบทเรียนความสำเร็จไปยังเมืองอื่นๆ ต่อไป

          แผนการที่ว่ามา ได้รับการผลักดันผ่านโครงการที่มีชื่อว่า ‘Whole City’ จุดมุ่งหมายคือการเปลี่ยนทุกหนทุกแห่งในเมืองให้เป็นสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ (learning environment) ขนาดมหึมา ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกทำกิจกรรมได้โดยไม่ผูกติดกับเงื่อนไขของห้องเรียนหรือเวลาที่โรงเรียนเปิดทำการเท่านั้น

          สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่หลากหลาย ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่มีคุณค่าของเมืองเฮลซิงกิ ห้องสมุด สวนสาธารณะ ป่า สนามเด็กเล่น พิพิธภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า ถนน อาคารทางวัฒนธรรม และห้องสมุด ล้วนเป็นสถานที่เพื่อการเรียนรู้ได้ทั้งสิ้น ระหว่างช่วงเวลาเรียนครูสามารถพาเด็กๆ เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อไปยังแหล่งเรียนรู้ต่างๆ โดยได้รับการงดเว้นค่าโดยสารจากกระทรวงคมนาคม

          กิจกรรมนอกห้องเรียนของนักเรียนในเมืองเฮลซิงกิ มิใช่เพียงการออกไปเปิดหูเปิดตานานทีปีหนแบบกิจกรรมทัศนศึกษา แต่เป็นกระบวนการสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องคู่ขนานไปกับกิจกรรมในชั้นเรียน เด็กๆ สามารถมีส่วนร่วมกับเรื่องใกล้ตัว เช่น เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพยนตร์ หรือร่วมเสนอทางออกให้กับปัญหาจราจร

          เฮลซิงกิมีโรงเรียนกีฬาประจำเมืองที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสโมสรฟุตบอลและคณะกรรมการแข่งขันกีฬาระดับชาติ และยังมีโรงเรียนระดับก่อนอนุบาลที่ตั้งอยู่ในป่า หลังเลิกเรียนนักเรียนสามารถออกไปทำกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ ในเมือง สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ติดตั้งแอปพลิเคชันไว้ ทำให้ครูรู้ว่านักเรียนอยู่ที่ไหน ในทริปเที่ยวป่า พวกเขาอาจพบพืชและแมลงมากมายที่ไม่รู้จัก แต่สามารถถ่ายภาพไว้เพื่อนำมาค้นคว้าต่อ

          เงื่อนไขสำคัญที่สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนให้มีคุณภาพไปพร้อมกัน คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มที่ครูและผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้

          ผู้เรียนทุกคนมีแฟ้มสะสมผลงานดิจิทัล (digital portfolios) เพื่อใช้กำหนดเป้าหมายและติดตามความก้าวหน้าในการเรียนรู้ ซึ่งทั้งผู้เรียน ครู และผู้ปกครองสามารถเรียกดูข้อมูลนี้ และสามารถแชร์ให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้เรียนรู้และให้ความคิดเห็น

          เมืองได้จัดสรรแล็ปท็อปให้ครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาทุกคน ส่วนนักเรียนอายุ 9-12 ปี มีคอมพิวเตอร์ 70 เครื่องต่อนักเรียน 100 คน นักเรียนอายุ 7-8 ปี มีคอมพิวเตอร์ 50 เครื่องต่อนักเรียน 100 คน ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ในขณะที่แล็ปท็อปของนักเรียนชั้นเด็กเล็กจะถูกเก็บไว้ที่โรงเรียนหลังเลิกเรียน เพราะกิจกรรมที่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์สามารถทำเสร็จในชั้นเรียน พ่อแม่จึงไม่จำเป็นต้องหาซื้อคอมพิวเตอร์ให้เด็ก ที่สำคัญคืออุปกรณ์ต่างๆ จะได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเมืองเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแล

‘Whole City’ การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในเมืองเฮลซิงกิ

การปฏิรูปการศึกษาที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

          ความเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาของเมืองเฮลซิงกิ สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2016 หลักสูตรการศึกษาของฟินแลนด์ถูกปรับให้เป็นการเรียนรู้แบบมีปรากฏการณ์เป็นฐาน (Phenomenon-based learning) ซึ่งได้รับการพิสูจน์ผ่านงานวิจัยแล้วว่าเหมาะสมกับศตวรรษที่ 21

          อาคารเรียนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ถูกออกแบบให้แตกต่างจากเดิม นักเรียนไม่มีห้องเรียนประจำ นั่งในห้องเรียนน้อยลง และได้รับการสนับสนุนให้ออกไปเรียนรู้นอกโรงเรียนมากขึ้น โดยเมืองทั้งเมืองเปรียบเสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้เรียนย่อมมีพลังและความหมายมากกว่าการเรียนรู้จากตำราหรือในห้องสี่เหลี่ยม

          การเปลี่ยนฐานคิดทางการศึกษาครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนการสอน จากเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลางไปสู่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เอื้อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เชิงลึกในประเด็นที่มีความซับซ้อน ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมการเรียนการสอนเรื่องสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน Pitäjänmäki ครูได้พานักเรียนไปออกไปเรียนรู้และหาประสบการณ์ตามสถานที่ต่างๆ ของเมืองเฮลซิงกิและเมืองใกล้เคียง ได้แก่ สวนสาธารณะกลางแห่งเฮลซิงกิ (Helsinki Central Park) โรงบำบัดน้ำเสียในย่านวีกกิ (Viikki) โรงเรียนด้านธรรมชาติที่เกาะฮารักกา (Harakka) เรียนรู้เกี่ยวกับการเดินเรือ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมที่ซัวเมนลินนา (Suomenlinna) ซึ่งเป็นป้อมปราการกลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก พาไปเดินตลาดค้าปลา Helsinki Baltic Herring Market พาไปชมระบบกำจัดขยะของเสีย ไปจนถึงห้องจัดแสดงผังเมือง ย่านที่พักอาศัยกาลาซาตามา (Kalasatama) ซึ่งมีสถาปัตยกรรมหลายยุคสมัย ฯลฯ

          “การเรียนรู้จากสถานที่อันหลากหลาย นำไปสู่แรงบันดาลใจในการถกเถียงอภิปรายข้ามศาสตร์สาขา ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ในเชิงลึก ยิ่งมีเวลามาก พวกเขาก็ยิ่งพูดคุยกันในประเด็นที่ยากขึ้นเรื่อยๆ และจดจำสิ่งต่างๆ ได้แม่นยำขึ้นอีกด้วย” คาติ อิมเมลลี-วานสกา (Kati Immeli-Vänskä) ครูชีววิทยา โรงเรียน Pitäjänmäki สะท้อนความเห็นที่เธอมีต่อแนวทางการเรียนรู้รูปแบบดังกล่าว เธอมองว่าเมืองเฮลซิงกิมีสิ่งแวดล้อมสำหรับการเรียนและการสอนที่สมบูรณ์แบบ

          ด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่ว่ามา ทำให้เฮลซิงกิกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่มีปัจจัยแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้มากที่สุดในโลก บนหลักการที่เรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการคำนึงถึงโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันของประชากรทุกคน

บรรยากาศการเรียนรู้ในและนอกห้องเรียนของฟินแลนด์


ที่มา

The Most Functional City in the World [Online]

Whole city as a learning environment [Online]

The whole city is a learning environment! [Online]

Helsinki: the whole city as a learning environment [Online]

The whole city teaches [Online]

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก