เทศกาลเฮย์ (Hay Festival) หรือ เทศกาลวรรณกรรมและศิลปะเฮย์ เป็นเทศกาลหนังสือชื่อดัง ที่คนรักหนังสือจากทั่วโลกต่างเฝ้าฝันอยากจะไปเยือนสักครั้ง แต่ใครจะคิดว่าเทศกาลนี้ เริ่มตั้งไข่จากห้องครัวของครอบครัวหนึ่งในปี 1987 นั่นคือ ครอบครัวฟอเรนซ์ โดยมี ปีเตอร์ ฟลอเรนซ์ และพ่อแม่ของเขา นอร์มัน ฟลอเรนซ์ และโรดา ลูอิส ออกไอเดียกันเล่นๆ กันว่าคงจะดีถ้า เฮย์ออนไวย์ (Hay-on-Wye) เมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่นี้ จะมีเทศกาลที่พานักเขียนมาพบปะกับนักอ่าน เพื่อพูดคุยกันเรื่องหนังสือ
เมืองเฮย์ออนไวย์ในขณะนั้น เป็นที่รู้จักในนามของ “เมืองหนังสือ” ในแคว้นเวลส์ สหราชอาณาจักร ท่ามกลางยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย หากใครต้องการตามหาหนังสือมือสอง เมืองนี้จะกลายเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ที่ต้องออกไปตามหา ในเมืองที่มีประชากรอยู่เพียง 1,500 คนในขณะนั้น แต่กลับมีร้านหนังสือมากมายกว่า 50 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านมีหนังสือเฉพาะทางแตกต่างกันไป ตั้งแต่ร้านที่เน้นขายอาชญนิยาย ไปจนถึงร้านขายหนังสือทำสวน
กิตติศัพท์ในนามเมืองหนังสือของเฮย์ออนไวย์ไม่ได้เกิดขึ้นแบบชั่วข้ามคืน แต่สั่งสมมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1960-1970 ที่เหล่าร้านหนังสือทยอยผุดขึ้น ดึงดูดนักอ่านหลั่งไหลเข้ามา ก่อร่างเป็นวัฒนธรรมร่วมของเหล่าคนรักหนังสือ และกลายเป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแรงของเทศกาลเฮย์
“เมืองนี้กลายเป็นสวรรค์ของคนรักหนังสือโดยแท้ และเทศกาลก็ถือกำเนิดมาจากสิ่งนั้น” คริสโตเฟอร์ โบน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของเทศกาลเฮย์ทั้งในอังกฤษและต่างประเทศ กล่าวเกริ่นที่มาที่ไปของเทศกาลขวัญใจคนรักหนังสือและศิลปวัฒนธรรมนี้


แรกเริ่มมี(เทศกาล)เฮย์
งานเทศกาลเฮย์จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1988 เป็นเทศกาลหนังสือขนาดกะทัดรัดที่จัดขึ้นในพื้นที่ของอาคารองค์กรทหารผ่านศึกอังกฤษ และเต็นท์ในสวนของ ผับคิลเวิร์ตส แม้สถานที่จัดจะเล็ก แต่ด้วยการจัดให้มีกิจกรรมพบกันระหว่างนักอ่านและนักเขียน ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลมาร่วมงานกันอย่างคึกคักถึง 2,200 คน โดยนักเขียนชื่อดังที่ได้เข้าร่วมงานเทศกาลในครั้งนี้ ก็คือ เชมัส ฮีนีย์ (Seamus Heaney) กวีผู้สร้างสรรค์ผลงานสุดโด่งดังอย่าง Death of a Naturalist เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1995 และ ซัลมัน รัชดี (Salman Rushdie) นักเขียนรางวัลแมนบุคเคอร์ จากวรรณกรรมร่วมสมัย Midnight’s Children
ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์ของเมืองเฮย์ออนไวย์ ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของแม่น้ำไวย์ (River Wye) และอยู่ในบริเวณใกล้กับ อุทยานแห่งชาติเบรคอนบีคอนส์ (Brecon Beacons National Park) ทางตอนเหนือของ เทือกเขาแบล็กเมาน์เทนส์ (Black Mountains) ทำให้เป็นเมืองที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ ผสานกับไอเดียจัดงานเทศกาลที่ตั้งต้นมาจากคนท้องถิ่น ผนวกกับวัฒนธรรมการอ่านอันทรงพลัง ทำให้ภายในระยะเวลา 5 ปี เทศกาลเฮย์เติบโตและขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ในอีก 10 ปีต่อมา ต้องแยกมาจัดเป็นโซนเทศกาลของตัวเอง และในปี 2001 เทศกาลก็กลายเป็นหมู่บ้านเต็นท์ขนาดย่อม จนอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บิล คลินตัน เคยเปรียบเปรยเทศกาลเฮย์ว่าเป็นเหมือน ‘เทศกาลดนตรีวู้ดสต็อกทางปัญญา’
คำเปรียบเปรยนั้นไม่เกินจริง เพราะทุกวันนี้เทศกาลเฮย์ซึ่งจัดขึ้นครั้งละ 11 วัน ในเมืองเฮย์ออนไวย์ มีผู้เข้าร่วมงานมากถึง 278,000 คน โดยภายในเทศกาลประกอบด้วยกิจกรรม 650 รายการ ทั้งการเปิดตัวหนังสือนวนิยายและสารคดียอดเยี่ยม พื้นที่สำหรับเปิดวงอ่านหนังสือ โดยมีไฮไลต์คือ เวทีเสวนาที่เปิดโอกาสให้นักอ่านได้พูดคุยกับนักเขียน และศิลปิน ซึ่งเข้าร่วมงานเทศกาลนี้มากกว่า 500 คน และยังมีหลากหลายการแสดงสุดสร้างสรรค์
“เรามีโซนกิจกรรมทั้งหมด 12 โซนซึ่งมีขนาดแตกต่างกันไป ตั้งแต่ขนาด 100 ที่นั่งไปจนถึง 1,700 ที่นั่ง” คริสโตเฟอร์ โบน กล่าว
การเปรียบเปรยเทศกาลเฮย์เป็นเทศกาลดนตรีอันยิ่งใหญ่ในปี 2001 จึงฟังดูไม่เกินจริงอีกต่อไป แต่กลับดูน้อยไปในทันที เมื่อลองเทียบกับภาพของเทศกาลเฮย์ที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วง 20 ปีให้หลังที่ยกระดับจากงานเทศกาลหนังสือท้องถิ่นประจำเมืองสู่เทศกาลหนังสือสุดยิ่งใหญ่ที่มีการเวียนไปจัดเทศกาลตามพื้นที่ต่างๆ กว่า 30 แห่งทั่วโลก


เทศกาลที่บินไปหานักเขียน
คำถามที่น่าสนใจคือ เทศกาลหนังสือในเมืองชนบทอย่างเฮย์ออนไวย์ กลายมาเป็นเทศกาลเฮย์ ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้อย่างไร?
เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 2005 ทีมงานเทศกาลต้องการเชิญกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ มาร่วมงานในเวลส์
“เราอยากให้เขามาที่เวลส์มากๆ แต่เขาอายุเยอะแล้ว และไม่อยากจะเดินทางมาถึงที่นี่ เราเลยคิดว่า โอเค ถ้างั้นก็พาเทศกาลไปหาเขาเลยแล้วกัน” คริสโตเฟอร์ โบน เล่าที่มาที่ไปที่ทำให้เกิดเทศกาลเฮย์นอกประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรก ที่เมืองการ์ตาเฮนา เมืองท่าขนาดใหญ่ของประเทศโคลอมเบีย
“หลังจากนั้น เทศกาลนี้เริ่มแพร่กระจายไปยังต่างแดน แล้วก็กลายผลผลิตที่งอกงามและประสบความสำเร็จอย่างมาก และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนทุกวันนี้เราจัดเทศกาลไปแล้วกว่า 65 วันต่อปี ในห้าทวีปได้” โบนกล่าวเสริม
เทศกาลเฮย์ในระดับนานาชาติ (Hay Festival Global) ถูกจัดขึ้นในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เม็กซิโก เคนยา ยูเครน เปรู สเปน ปานามา ไอร์แลนด์ เลบานอน สหรัฐอเมริกา และอื่นๆ รวมกว่า 30 แห่งทั่วโลก
การจัดเทศกาลเฮย์ในประเทศต่างๆ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างทีมงานของเทศกาลกับทีมงานในส่วนท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยกันออกแบบกิจกรรม โดยรวมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดงานเทศกาลระดับโลกมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานและกิจกรรมกับยอดฝีมือในท้องถิ่นนั้นๆ เกิดเป็นโปรเจกต์เพื่อการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดให้เกิดนักอ่านรุ่นต่อไป และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้จากหนังสือเป็นแกนสำคัญ
นอกจากเทศกาลที่กระจายออกไปทั่วโลกแล้ว ย้อนกลับมาในประเทศอังกฤษ ทีมงานของเทศกาลเฮย์ ได้พบว่า คนที่มาร่วมงานเทศกาลเฮย์กว่าร้อยละ 60 เป็นผู้ที่เคยมางานเทศกาลแล้วจึงเล็งเห็นความสำคัญของการเข้าถึงคนกลุ่มใหม่ๆ ที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานเทศกาลที่เฮย์ออนไวย์ได้ กลายมาเป็นโครงการที่ชื่อว่า After Hours ซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2024 ซึ่งเป็นการนำพาเทศกาลหนังสือไปเสิร์ฟถึงคนในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศอังกฤษ ในรูปแบบของ ‘ค่ำคืนแห่งแรงบันดาลใจ’ เพื่อทำให้ทุกคนมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลหนังสือตอนกลางคืนที่เต็มไปด้วยสีสันของการแสดงหลากหลายรูปแบบ ทั้งการอ่านกลอน การแสดงดนตรี โดยศิลปินชื่อดัง รวมถึงการแสดงพิเศษโดยศิลปินในท้องถิ่นนั้นๆ สร้างการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ อีกทั้งทลายอุปสรรคด้านการเดินทางที่คนบางกลุ่มไม่สามารถเข้าร่วมงานเทศกาลหนังสือที่เฮย์ออนไวย์ได้




เมื่อเมืองเล็ก มีฝันอันยิ่งใหญ่
แม้จะประสบความสำเร็จในระดับโลก แต่เทศกาลเฮย์ ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากคนในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวและผู้คนที่เดินทางมาเข้าร่วมเทศกาลปริมาณมหาศาล ที่เข้ามาใช้บริการธุรกิจท้องถิ่น ทั้งร้านหนังสือ ร้านค้าปลีกรายเล็ก คาเฟ่ ผับ ร้านอาหาร และที่พัก แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้พื้นที่แต่ปริมาณคนที่มากเกินขนาดของเมือง ทำให้ชีวิตของคนท้องถิ่นต้องประสบปัญหาต่างๆ เช่น รถติด ที่จอดรถไม่เพียงพอ ปัญหาการเบียดเบียนสาธารณูปโภค วัตถุดิบทำอาหารขาดแคลน เจ้าของร้านหนังสือมือสองบางคนถึงขั้นร้องเรียนว่ายอดขายหนังสือในร้านของเขาลดลงในช่วงงานเทศกาลด้วยซ้ำ (แม้จะยังมีคนกังขาคำกล่าวอ้างนี้อยู่) และมีผู้ที่ห่วงใยกังวลว่า ความเป็นอยู่ของเมืองเฮย์ออนไวย์ไปผูกติดกับการจัดงานเทศกาลนี้มากเกินไป
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ทีมผู้จัดเทศกาลได้เปิดเวทีหารือกับสาธารณชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยในพื้นที่ เพื่อหาทางออกร่วมกันกับผู้นำชุมชน ทั้งนี้เพราะผู้จัดงานเข้าใจดีว่าความสำเร็จของเทศกาลจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากชุมชนขาดหัวใจที่อยากต้อนรับคนต่างถิ่นเข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกัน
แต่แล้วในปี 2020 การระบาดของไวรัสโควิด ก็กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่ทำให้เทศกาลต้องปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี ที่ไม่มีงานเทศกาลเฮย์เกิดขึ้น และเนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของเทศกาลมาจากการขายตั๋ว พวกเขาจึงมีต้นทุนเสียเปล่าไปจำนวนมากถึง 400,000 ปอนด์ (หรือราว 17 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 15 จากต้นทุนทั้งหมดของการจัดเทศกาล ความท้าทายจากโควิดจึงเป็นการเขย่าให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบของเทศกาลครั้งใหญ่
โชคยังดีที่ก่อนหน้านี้ ทีมงานได้วางรากฐานระบบการบันทึกเสียงและวิดีโอหลายพันชั่วโมงไว้ในแพลตฟอร์ม Hay Player ซึ่งเปิดให้บริการสำหรับผู้สมัครสมาชิก พวกเขาจึงรีบผันตัวมาจัดเทศกาลแบบออนไลน์เต็มรูปแบบครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2021 ซึ่งประกอบไปด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหนังสือผ่านวิดีโอบันทึกภาพและแบบถ่ายทอดสดออนไลน์ โดยเป็นการจัดงานที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดกับผู้เข้าชมงาน โดยในปีนั้นมีการจัดงานเทศกาลออนไลน์ 2 รอบ และมีการเชิญศิลปินมาเข้าร่วมงานมากถึง 239 คน ในกิจกรรมกว่า 140 รายการ และมีผู้ลงทะเบียนเข้าชมทั้งหมดเกือบ 400,000 คน เรียกว่าเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ขยายวงไปสู่ผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้นจากการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล
ปัจจุบัน Hay Player รวบรวมวิดีโอและไฟล์บันทึกเสียงไว้มากถึง 8,500 รายการ จากเทศกาลทั้งหมด 92 ครั้ง กลายเป็นผู้รวบรวมทรัพยากรข้อมูลให้กับหอสมุดแห่งชาติบริเตนรายใหญ่ ที่คนทั่วไปสามารถสมัครสมาชิกรายปีใน Hay Festival Anytime เพื่อเข้าถึงทรัพยากรทั้งหมดได้ เพียงปีละ 20 ปอนด์ (หรือ 800 กว่าบาท) เท่านั้น
ซึ่งเป็นหนึ่งในวิดีโอจาก Hay Festival Anytime
ขยายปณิธานสู่การเรียนรู้
จากไอเดียเล็กๆ ที่อยากเชื่อมนักเขียนกับนักอ่าน เพื่อมาช่วยกันแลกเปลี่ยนและต่อยอดไอเดียเกี่ยวกับโลกใบนี้ วันนี้เฮย์กำลังบ่มเพาะนักอ่าน นักเขียน นักสร้างสรรค์ และนักคิดเจเนอเรชันใหม่ผ่านโปรแกรมเพื่อการศึกษาต่างๆ ตามคำขวัญของงานที่ให้มา “จินตนาการโลก” ด้วยกัน
เทศกาลเฮย์ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินงานเป็นองค์กรการกุศลเพื่อการศึกษาในปี 2022 มุ่งเน้นการทำงานตามพันธกิจที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสำคัญ โดยมีจุดประสงค์หลักคือการสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและเส้นทางสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ทุกคนเข้าถึงได้
เนื่องจากอัตลักษณ์ความเป็นเทศกาลเฮย์ในสายตาของคนส่วนใหญ่อาจยังผูกติดอยู่กับเมืองเฮย์ออนไวย์ จนทำให้ไม่รู้ว่าเทศกาลเฮย์มีกิจกรรมหลากหลายในระดับโลกอยู่ด้วย ในปี 2024 พวกเขาจึงตัดสินใจรีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนอัตลักษณ์องค์กรเป็นรูปหนังสือที่พลิกเปลี่ยนไปได้หลายหน้า หลากสีสัน และออกแบบเป็นอักษรย่อที่ผันเปลี่ยนตามกิจกรรมที่หลากหลายในสถานที่ที่ต่างกัน อัตลักษณ์ใหม่นี้ต้องการสื่อสารว่า ‘เทศกาลนี้เป็นของทุกคน’ โดยไม่มีอุปสรรคทางด้านสังคมและเศรษฐกิจมาขวางกั้น และวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องของคนชนชั้นใดชนชั้นหนึ่ง
ด้วยความที่เทศกาลเฮย์ ย้ายไปเฮในต่างถิ่นหลากที่ทั่วโลก โครงการที่น่าหยิบไปสานต่อหรือน่าสนใจจึงมีมากมาย ยิ่งปรับตัวไปเป็น “สถาบัน” ด้วยแล้ว ทีมงานและเครือข่ายต่างๆ จึงออกแบบโครงการเพื่อการศึกษาและพัฒนาคนรุ่นใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนในเทศกาลเฮย์ ผ่านโครงการต่างๆ ดังนี้
- Academy โครงการที่เปิดรับเยาวชนอายุตั้งแต่ 18-25 ปี ให้มาลองเรียนรู้และฝึกฝนการปฏิบัติงานจริงในเทศกาลเฮย์ แบ่งความเชี่ยวชาญออกเป็นสายต่างๆ ได้แก่ การจัดการอีเวนต์ ผู้สื่อข่าวและนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ และสื่อมวลชนสัมพันธ์
- The Platform โครงการที่เปิดรับผลงานสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ อายุ 21-28 ปี เพื่อมาจัดแสดงใน Creative Hub ของเทศกาลเฮย์ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ต่อยอดเครือข่ายกับนักสร้างสรรค์มืออาชีพในสายงาน ผลงานสร้างสรรค์ที่เปิดรับมีหลากหลายสาย เช่น บทกวี บทละคร ศิลปะดิจิทัล การแสดงสด ภาพยนตร์ ผลงานเสียง วรรณกรรม โดยมีเป้าประสงค์หลักคือการรวบรวมเสียงที่แตกต่างหลากหลายจากศิลปินที่เป็นตัวแทนกลุ่มต่างๆ ทั่วสหราชอาณาจักร
- สื่อการสอน ที่เทศกาลได้รวบรวมมาเพื่อช่วยให้คุณครูสามารถหยิบไปใช้สอนได้ในกระบวนการเรียนรู้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังงานเทศกาล โดยมีบรรดานักเขียนและสำนักพิมพ์ใจดีที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่
- Scribblers Tour โครงการที่นำนักเขียน กวี และนักแสดงไปเข้าร่วมกิจกรรมกับเด็กประถม (Year 7-10) ทั่วแคว้นเวลส์ โดยจัดที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ในเวลส์ทุกปี ในช่วงเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ เป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทำให้เด็กๆ มีโอกาสได้ลองสร้างสรรค์เรื่องราวของตัวเอง ถามคำถาม และแสดงออกผ่านการเขียน โดยมีนักเขียนและเหล่าศิลปินเป็นพี่เลี้ยงตลอดการเวิร์กชอป
- The Beacons Project โครงการบ่มเพาะความสร้างสรรค์ให้กับเหล่าคนรุ่นใหม่ในเวลส์ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกับนักเขียนและผู้สื่อข่าว ผู้เข้าร่วมหลายคนมีโอกาสได้ทำอาชีพในสายการเขียนสร้างสรรค์ แวดวงสิ่งพิมพ์ และการผลิตสื่อ
- The Eccles Institute & Hay Festival Global Writer’s Award รางวัลนักเขียนในพำนักที่ให้ทุนสนับสนุนสูงสุด 20,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 850,000 บาท) ต่อปีแก่นักเขียนสองคน แบ่งเป็นประเภทนิยายและสารคดี ผู้รับรางวัลจะได้เป็นนักเขียนในพำนักของหอสมุดแห่งชาติบริเตน และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 40 วันที่ห้องสมุดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวข้องกับทวีปอเมริกาเหนือ กลาง ใต้ และแคริบเบียนออกมา
- Hay Festival Green ใจความสำคัญหลักคือการรวมตัวนักคิดนักเขียนมาร่วมกันถกเถียงและสร้างสรรค์ในประเด็นวิกฤตโลกร้อน ความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อมที่ถูกคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วทำให้มันเกิดขึ้นจริง เช่น เทศกาลเมื่อปี 2568 ได้รับการรับรองว่าปฏิบัติตามข้อบังคับการรีไซเคิลสถานที่ทำงานของเวลส์ฉบับใหม่ปี 2024 (Welsh Workplace Recycling Regulations)
มาถึงวันนี้ เทศกาลเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมาจากไอเดียในห้องครัว ได้กลายมาเป็นองค์กรที่มีพันธกิจยิ่งใหญ่ ซึ่งอยากเชื่อมโลกทั้งใบไว้ด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยไม่จำกัดเฉพาะหนังสือ หรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น แต่ต้องการให้เทศกาลเฮย์ เป็นศูนย์รวมที่เชื่อมโยงทุกจินตนาการของผู้คนให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ และส่งต่อวัฒนธรรมการอ่านอย่างไร้พรมแดน




ที่มา
Written evidence submitted by the Hay Festival (Online)
About Hay Festival (Online)
Business Spotlight: Hay Festival | GlobalWelsh (Online)
Discover how to market a festival with Hay Festival | Cambridge Marketing College (Online)
Hay Festival – Pentagram (Online)
Hay Festival – Wikipedia (Online)
Hay Festival 2025: ‘Carnival of ideas’ returns with overflowing events programme | The Independent (Online)
Hay Festival Academy (Online)
Hay Festival | British Council Arts (Online)
Introducing the Hay Festival | Visit Wales (Online)
Hay Festival — Fields in Fields (Online)
Hay Festivals around the world | Wales.com (Online)
Hay Festival’s new rotating “open book” logo represents its literary core and global span (Online)
The Battle of Hay-on-Wye | The Independent (Online)
What is the Hay Festival and when is it on? – Field Cottage (Online)





