Growth Mindset กุญแจสู่ความสำเร็จในโลกผันผวน

9,414 views
7 mins
April 28, 2021

          หลายคนคงเคยทราบประวัติของ เจ.เค.โรว์ลิง นักเขียนเจ้าของวรรณกรรมเยาวชนแห่งยุคสมัยอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ว่าเธอเคยประสบปัญหาชีวิตส่วนตัว ไม่มีเงิน และถูกปฏิเสธต้นฉบับจากสำนักพิมพ์ถึง 12 แห่ง ก่อนจะมีสำนักพิมพ์ที่ตอบรับและตีพิมพ์ออกมา ส่งผลให้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นหนังสือที่มียอดขายมากที่สุดกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลก ได้รับการดัดแปลงเป็นเกม ภาพยนตร์ และสื่อต่างๆ อีกมากมาย  

          เช่นเดียวกับ ไมเคิล เฟลป์ส นักกีฬาว่ายน้ำผู้กวาดเหรียญรางวัลได้มากที่สุด 28 เหรียญในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เบื้องหลังความสำเร็จของเขาคือการรับมือกับสารพัดปัญหาที่รุมเร้า ทั้งปัญหาครอบครัว โรคสมาธิสั้น และภาวะซึมเศร้า

          ขยับเข้ามาใกล้ตัวอีกหน่อยเรื่องราวของ ครูไอซ์-ดำเกิง มุ่งธัญญา ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เขามองไม่เห็นแต่กำเนิด แต่สามารถเรียนจบคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง ได้เป็นคุณครูตามที่ตนเองใฝ่ฝัน ก่อนจะได้รับทุน Fulbright ไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา จากวิธีคิดของเจ้าตัวที่ว่า “ถ้าเราไม่จำกัดความสามารถของตัวเอง คนเราสามารถทำได้ทุกอย่าง”

          ที่ยกตัวอย่างมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบุคคลผู้ประสบความสำเร็จจากทั่วโลก แม้จะต่างความฝัน ต่างวิถีชีวิต ต่างเพศ ต่างภาษา แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน คือกรอบความคิดที่เชื่อว่าความสามารถและความเก่งของเรานั้นไม่ถูกจำกัด และสามารถพัฒนาขึ้นได้ตลอดเวลา แม้เจอความล้มเหลวก็มองว่านั่นคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ กรอบคิดแบบที่ว่านี้ เรียกว่า กรอบคิดแบบเติบโต หรือ ‘Growth Mindset’

Growth Mindset คืออะไร

          Growth Mindset เป็นแนวคิดที่มาจากงานวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร. แครอล เอส ดเว็ค (Dr.Carol S. Dweck) จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เผยแพร่ในหนังสือ Mindset: The New Psychology of Success คือ กรอบความคิดที่เชื่อว่าความสามารถ สติปัญญาของคนเรา สามารถพัฒนาได้จากการทุ่มเทและการทำงานหนัก สมองและพรสวรรค์เป็นเพียงจุดเริ่มต้น กระตุ้นให้บุคคลนั้นเกิดความพยายาม ขวนขวายและแสวงหาความรู้อยู่เสมอ มีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับอุปสรรค (resilience) เพราะมองว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในเส้นทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

          ตรงข้ามกับกรอบความคิดแบบคงที่ หรือ Fixed Mindset ซึ่งเชื่อว่าความรู้หรือสติปัญญาของคนเราไม่สามารถพัฒนาได้ เดิมมีต้นทุนอยู่เท่าไหร่ ก็จะมีเท่านั้นตลอดไป เป็นเรื่องของพรสวรรค์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง คนที่มีกรอบความคิดแบบนี้มักหลีกเลี่ยงความท้าทาย และยอมแพ้เมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรค

          ในการทดลองของ ดร.ดเว็ค เขาทำการสังเกตพฤติกรรมเด็กนักเรียนโดยแบ่งเด็กออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่มี Fixed Mindset และ Growth Mindset พบว่าเด็กที่มี Fixed Mindset จะเชื่อว่าความสามารถของเขามีอยู่เท่าเดิม เกิดมาอย่างไรก็เป็นแบบนั้น ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อให้เด็กกลุ่มนี้ทำบางสิ่งที่ไม่ถนัด เขาจะบอกว่าเขาไม่มีวันทำมันได้ ขณะเดียวกันก็กลัวความล้มเหลว และมักหาข้ออ้างให้กับตัวเองเสมอ

          สำหรับเด็กอีกกลุ่มที่มี Growth Mindset จะเชื่อว่าความสามารถเกิดจากความพยายาม เขาสามารถเก่งขึ้นได้เมื่อพยายามมากขึ้น มองความท้าทายหรือความล้มเหลวเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง ทำให้เด็กกลุ่มนี้ชอบเรียนรู้และขวนขวายความสำเร็จ

          งานวิจัยของ ดร.ดเว็ค นำมาสู่ข้อเสนอที่ว่า ความเชื่อของมนุษย์คนหนึ่ง มีผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถ หรือศักยภาพของบุคคลนั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของเขาได้เช่นกัน ทั้งยังส่งผลต่อการตระหนักรู้ในตนเอง (self-awareness) มองเห็นคุณค่าของตนเอง (self-esteem) ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการรับมือและเผชิญอุปสรรคต่างๆ ด้วย

วิธีคิดและการรับมือกับปัญหาของคนที่มีความคิดแบบ Growth Mindset และ Fixed Mindset โดย ศาสตราจารย์ ดร. แครอล เอส ดเว็ค
วิธีคิดและการรับมือกับปัญหาของคนที่มีความคิดแบบ Growth Mindset และ Fixed Mindset
โดย ศาสตราจารย์ ดร. แครอล เอส ดเว็ค

Growth Mindset ในเด็กไทย ผ่านการประเมิน PISA

          ในการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment: PISA)1 ปี 2018 มีการสำรวจเรื่องกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เป็นครั้งแรก พบว่านักเรียนไทยมีกรอบความคิดแบบเติบโตเพียง 43% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศในสมาชิก OECD ที่ 63% และพบว่าประเทศที่มีระบบการศึกษาดี เช่น ฟินแลนด์ เอสโตเนีย มีนักเรียนที่มีกรอบความคิดแบบเติบโตสูงถึง 67% และ 77%

          สำหรับในภูมิภาคเอเชีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศที่ทำคะแนนทดสอบ PISA ได้สูงนั้น พบว่ามีผลประเมิน Growth Mindset ที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยเช่นกัน

          จากการวิเคราะห์ของ PISA เมื่อพิจารณาข้อมูลของประเทศสมาชิก OECD ชี้ว่านักเรียนที่มี Growth Mindset จะมีแรงจูงใจในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย เห็นคุณค่าของการศึกษา ตระหนักรู้ถึงความสามารถของตนเอง ตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้ไว้สูง และมีความคาดหวังต่อการจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ที่สำคัญคือกลัวความล้มเหลวน้อยกว่า

          จะเห็นได้ว่า Growth Mindset นั้นสัมพันธ์โดยตรงกับการเรียนรู้ และเป็นหนทางหนึ่งสู่การประสบความสำเร็จทั้งในด้านการศึกษาและด้านอื่นๆ ในชีวิต ด้วยเหตุนี้การปลูกฝัง Growth Mindset ให้กับนักเรียนจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับระบบการศึกษาทั่วโลก ดังที่ ดร.ดเว็ค ได้กล่าวไว้ว่า

“เมื่อเรารู้ว่าสติปัญญามีความสามารถที่จะพัฒนาขึ้นได้ สิ่งนี้จึงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กๆ ทุกคน ที่จะอยู่ในสถานที่ซึ่งมีบรรยากาศที่เหมาะกับการพัฒนา”

นอกเหนือจากทักษะที่ดี คือการปรับกรอบวิธีคิด

          ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หรือที่ในโลกธุรกิจใช้คำว่า ‘VUCA’ ความผันผวน (volatile) ความไม่แน่นอน (uncertain) ความซับซ้อน (complex) และความคลุมเครือ (ambiguous) ภูมิทัศน์การจ้างงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง การเตรียมความพร้อมให้กับคนหนุ่มสาวสำหรับการทำงานในอนาคต ไม่ได้มีแค่เรื่องทักษะที่จำเป็นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรับรู้ตนเองและการปรับกรอบความคิด (mindset) ด้วย

          จากการระบาดของโควิด-19 ในช่วงปีที่ผ่านมา องค์กรต่างๆ หันมาใช้จักรกลอัตโนมัติมากขึ้น ผู้คนสั่งสินค้าออนไลน์มากขึ้น ทำงานทางไกลมากขึ้น สภาเศรษฐกิจโลกคาดว่าภายในปีค.ศ, 2022 งานอย่างน้อย 75 ล้านตำแหน่งจะถูกแทนที่ด้วยจักรกลอัตโนมัติ บริษัทใหญ่ๆ ที่คนหนุ่มสาวมองว่ามั่นคงและอยากเข้าทำงาน จะหายไปราว 40% ภายในปี 2025 ทักษะใดก็ตามที่หุ่นยนต์สามารถทำแทนได้ จะไม่ถือว่ามีคุณค่าอีกต่อไป

          คริสตัล ลิม-แลงจ์ (Crystal Lim-Lange) อดีตผู้อำนวยการ NUS Centre for Future-ready Graduates และผู้ก่อตั้งบริษัท Forest Wolf ประเทศสิงคโปร์ ให้ความเห็นไว้ว่า เมื่อกล่าวถึงเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี คนทั่วไปมักนึกถึงโลกภายนอก แต่อาจลืมนึกถึง ‘เทคโนโลยีภายในตัวเรา’ ว่านานเพียงใดแล้วที่ไม่ได้อัปเกรดซอฟต์แวร์ภายใน อันหมายถึงความคิดเกี่ยวกับตัวเอง และมุมมองเกี่ยวกับโลก

Mindset
สมรรถนะของบุคคลเปรียบได้กับภูเขาน้ำแข็ง ทักษะเป็นส่วนยอดโดยมี mindset เป็นส่วนสนับสนุน และส่วนสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดคือ การรู้จักตัวตน
ที่มา คริสตัล ลิม-แลงจ์ (Crystal Lim-Lange)

          การพัฒนาทักษะขั้นสูงในมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดทางอารมณ์ เช่น ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) ยังเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่แม้จะมีการพัฒนาทักษะเหล่านี้ให้ก้าวหน้าเพียงใด หากเป็นคนที่ Fixed Mindset ทักษะเหล่านั้นก็แทบไร้ความหมาย เพราะหากเกิดความผิดพลาดหรือผิดหวัง คนเหล่านี้จะมองว่านั่นคือความล้มเหลว และหยุดพัฒนา

          ด้วยเหตุนี้การปลูกฝัง Growth Mindset จึงเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นในทุกๆ คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโตไปเป็นพลเมืองแห่งอนาคต


เชิงอรรถ

[1] การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment: PISA) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา OECD เป็นการวัดทักษะการเรียนรู้ และสมรรถนะเพื่อแก้ปัญหาในบริบทของชีวิตจริง ใน 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะความรู้ความเข้าใจ ผ่านการสอบด้านการอ่าน ตรระกะและการคิดวิเคราะห์ ผ่านการสอบคณิตศาสตร์ และการใช้เหตุผลผ่านการสอบวิทยาศาสตร์


ที่มา

Brainpickings. Fixed vs. Growth: The Two Basic Mindsets That Shape Our Lives. [Online]

Carol Dweck. TEDx Norrkoping, The power of yet. [Online]

Carol Dweck. What Having a “Growth Mindset” Actually Means. [Online]

Farnam Street Media Inc. Carol Dweck: A Summary of Growth and Fixed Mindsets. [Online]

Mindset works. Dr. Dweck’s research into growth mindset changed education forever. [Online]

กรุงเทพธุรกิจ. ครูตาบอดสอนอังกฤษได้ทุน Fulbright ได้อย่างไร. [Online]

สสวท. ข้อค้นพบการ PISA 2018 เกี่ยวกับกรอบความคิดแบบเติบโต (growth mindset). [Online]

การบรรยาย เรื่อง “Deep Human Resilience – the Skills and Mindsets We Need to Succeed in an Era of Change” โดย คริสตัล ลิม-แลงจ์ (Crystal Lim-Lange) อดีตผู้อํานวยการ NUS Centre for Future-ready Graduates มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และผู้ก่อตั้งบริษัท Forest Wolf ประเทศสิงคโปร์ ในการประชุม TK Forum 2021 “Library and Public Space for Learning” วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 ณ โรงแรมเอส 31

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก