DEATH CLEANING สุดท้ายก็ (อาจ) ทิ้งไม่ได้ ถ้ามีไม่พอ

2,203 views
5 mins
April 20, 2021

          คุณคิดถึงความตายของตัวเองไว้อย่างไร?

          คนส่วนใหญ่ต้องการตายอย่างสงบ ท่ามกลางคนที่เรารักและรักเรา เป็นภาพอุดมคติที่มักไม่ค่อยเป็นจริงสักเท่าไหร่ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ที่ไหน และอย่างไร ผู้เสียชีวิตไม่น้อยจากไปโดยมีสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจในโรงพยาบาล อีกทั้งการจากไปด้วยโรคชราก็ใช่ว่าจะไม่ทรมาน

          การกำหนดวิธีหรือรูปแบบความตายที่เราต้องการจึงเป็นเรื่องยาก ส่วนการเตรียมตัวตายโดยไม่เป็นภาระของคนที่อยู่ค่อนข้างง่ายดายกว่า

          ‘DEATH CLEANING สุดท้ายก็ต้องทิ้ง’ เป็นหนังสือขายดีที่ มาร์การีตา แมกนัสสัน (Margareta Magnusson) เขียนเล่าถึงการจัดการสิ่งของก่อนความตายจะเรียกหาเธอ ชื่อหนังสือเล่มนี้ยังบอกด้วยว่าเป็นศิลปะอันอ่อนโยนของการทำความสะอาดความตายแบบชาวสวีเดน ไว้จะวกกลับมาเอ่ยถึงคำว่า สวีเดน ภายหลัง

          จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ ผมคิดถึงเรื่องความตายบ่อยครั้ง เป็นเหตุผลที่ผมสนใจหนังสือที่ว่าด้วยความตายในแง่มุมต่างๆ DEATH CLEANING เป็นการผสมผสานแนวคิดมินิมัลลิสต์เข้ากับความจริงของชีวิต ทำให้มันง่าย น้อย และคงเหลือเฉพาะสิ่งสำคัญ การทำความสะอาดความตาย (ผมชอบคำนี้มากกว่า) จึงไม่ใช่เพียงการทิ้งข้าวของ หากยังหมายถึงการเดินทางเพื่อทบทวนความทรงจำ ความสัมพันธ์ เรื่องราว ผ่านสิ่งของ

          “มันไม่ได้จำเป็นต้องมีอายุหรือความตายเข้ามาเกี่ยวเสมอไป” คือประโยคที่ผมชอบ เพราะการทำชีวิตให้ง่ายและแออัดน้อยลงไม่จำเป็นต้องรอให้ความตายเพรียกหา

          ผู้เขียนแนะนำวิธีและขั้นตอนการจัดการสิ่งของอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่คำแนะนำแรกของเธอคืออย่าเริ่มต้นที่ภาพถ่ายหรือจดหมาย เพราะมันจะทำให้คุณติดอยู่ในความทรงจำจนยากจะหาทางออกมาจัดการกับข้าวของประเภทอื่น

          แมกนัสสันพูดถึงตั้งแต่การจัดการเสื้อผ้า ของใช้จิปาถะ หนังสือ สูตรกับข้าวของครอบครัว เซ็กส์ทอย (ถ้ามี) ไปจนถึงความลับ (ถ้ามีเช่นกัน) หรือการเลือกไปอยู่บ้านที่มีขนาดเล็กลงก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการลดปริมาณข้าวของ

          ดังนั้น คำแนะนำที่ดีอีกข้อหนึ่งคือ “พยายามทำให้ทุกอย่างเป็นระเบียบเข้าไว้ตลอดเวลาที่คุณมีชีวิตอยู่ แล้วการเก็บกวาดเดธคลีนนิ่งก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับทุกๆ คน”

          เช่นเดียวกับหนังสือว่าด้วยการเตรียมตัวตายเล่มอื่นๆ สำหรับผมโดยเนื้อแท้แล้วมันกำลังพูดถึงการมีชีวิตที่ดี การจัดการชีวิต การเรียนรู้เพื่อค้นหาสิ่งสำคัญ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องตายจริงๆ เราจะได้ไม่ต้องเสียดายมากนักกับเวลาในชีวิต (ผมไม่เชื่อว่าจะไม่มีสิ่งที่เราไม่เสียดายเลย)

          อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ผมอ่านหรือพลิกๆ ดูหนังสือแนวให้คำแนะนำการใช้ชีวิตของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเล่มนี้ ฮุกกะ ลุกกะ คินสึงิ อิคิไก หรือใดๆ ก็ตาม ผมต้องรั้งบังเหียนความคิดไว้เสมอว่าผู้เขียนอยู่ในบริบทและวัฒนธรรมที่ต่างกับเรา

          สวีเดนเป็นประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่มีรัฐสวัสดิการที่ดีมากประเทศหนึ่ง หมายความว่าอะไร? หมายความว่าชาวสวีเดนมีทรัพยากร เวลา และโอกาสในการเลือกใช้ชีวิตดีกว่าประชาชนในประเทศที่การดูแลโดยรัฐไม่มีเลยหรือมีน้อย

          ย้อนกลับมาในสังคมไทย การใช้ชีวิตแบบมินิมัลที่ปรากฏผ่านสื่อเป็นชีวิตของคนมีรายได้แม็กซิมั่ม เวลาเห็นชาวบ้านร้านช่องมีข้าวของเก็บไว้ในบ้านจนดูรกรุงรัง ตัดสินไม่ได้ง่ายดายหรอกว่าเขาไม่อยากทิ้งหรือเขากลัว

          ใช่, ผมใช้คำว่า กลัว กลัวความไม่มั่นคง ถ้าอนาคต (ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่) เกิดต้องหยิบฉวยของชิ้นหนึ่งมาใช้ เขาก็ยังอุ่นใจว่ามันยังอยู่ ไม่ต้องออกไปซื้อหาใหม่ เพราะนั่นเท่ากับเพิ่มต้นทุนชีวิตและเวลาโดยไม่จำเป็น

          เรื่องทำความสะอาดความตายเช่นกัน ผมใกล้ตาย แต่ลูกหลานของผมยังไกลตาย ความหวาดกลัว ความรู้สึกไม่มั่นคงทั้งของผมและลูกหลานยังคงเป็นคำสาปส่งต่อแบบรุ่นต่อรุ่น ผมกลัวว่าลูกหลานจะไม่มีของใช้ ลูกหลานผมก็คิดเหมือนกันว่าจะทิ้งทำไม ยังใช้ได้อยู่เลย ผมไม่ได้เก็บเพื่อตัวเองคนเดียว แต่เก็บเพื่อคนที่อยู่ข้างหลังด้วย

          การมีมากหรือน้อยจึงเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับสภาพสังคมและวัฒนธรรม ถ้าผมอยู่ในสังคมที่ความเหลื่อมล้ำต่ำ มีการดูแลจากรัฐอย่างทั่วถึง มีทรัพยากรเพียงพอต่อการใช้ชีวิต ผมและอีกหลายล้านชีวิตย่อมไม่จำเป็นต้องเก็บข้าวของกองก่าย การทำความสะอาดความตายของตนเองและย้ายไปอยู่บ้านหลังเล็กลง เลี้ยงแมว มีสวนขนาดย่อมกับแสงแดดอบอุ่นยามเช้า…ชีวิตคงมีความสุขพอสมควรก่อนเดินทางไกล

          แต่นั่นเป็นเพียงภาพฝันของคนส่วนใหญ่เหมือนกับภาพความตายในอุดมคติ

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก