BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่าน กับความเชื่อในพลังของหนังสือ

656 views
9 mins
September 20, 2023

          “ผมเชื่อเหลือเกินว่าหนังสือที่ผมชอบอ่านตอนเด็กๆ ทำให้ผมมีทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่าหนังสือที่เด็กๆ รักและรู้สึกเชื่อมโยงด้วย คือหนังสือที่ทำให้พวกเขาเป็นนักอ่าน ถ้าเด็กอ่านหนังสือเพียงเพราะต้องการสอบผ่าน มันจะไม่หยั่งรากไปเป็นนิสัยที่ทำให้พวกเขานึกอยากจะอ่านหนังสือขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล” เซด (Said) นักเขียนของ บุ๊กทรัสต์ (BookTrust) องค์กรการกุศลเพื่อการอ่านที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษกล่าว

          เรารู้กันดีอยู่ว่าการอ่านหนังสือมีประโยชน์ร้อยแปด และเป็นรากฐานที่ดีของการศึกษาเรียนรู้แบบไม่รู้จบ วันนี้จึงอยากชวนผู้อ่านมาจำลองตัวเองเป็นนักอ่าน พ่อแม่ หรือผู้สังเกตการณ์ในแวดวงหนังสือของอังกฤษ ร่วมเดินทางไปกับวิธีคิดและแคมเปญของบุ๊กทรัสต์

          บุ๊กทรัสต์ แจกหนังสือถึง 3.3 ล้านเล่มต่อปีให้กับครอบครัวของเด็กในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ และส่งหนังสือผ่านแคมเปญต่างๆ ไปให้นักอ่านตัวจิ๋วและพ่อแม่มานานกว่า 30 ปี ด้วยงบประมาณจากสภาศิลปะอังกฤษ (Arts Council England) พาร์ตเนอร์ซึ่งเป็นองค์การท้องถิ่น เช่น ห้องสมุด ศูนย์พัฒนาเยาวชน โรงพยาบาล และผู้บริจาคหลายแขนง ถือว่าเป็นองค์กรที่ได้รับงบประมาณค่อนข้างสูง และทำงานเรื่องการอ่านสำหรับเยาวชนอย่างครอบคลุม

          คีย์เวิร์ดของบุ๊กทรัสต์คือ ‘ความตื่นเต้นสนุกสนาน’ และ ‘ครอบครัว’ ส่วนเป้าหมายหลักคือ ‘เราจะทำอย่างไรให้เด็กทุกคนเข้าถึงและคุ้นชินกับการอ่านหนังสือตั้งแต่เล็กๆ’ 

          เริ่มจากจุดนี้ ครอบครัวจึงเป็นสถาบันที่บุ๊กทรัสต์มองเห็นว่าจะช่วยเสริมสร้างทักษะการอ่านไปพร้อมกับลูกได้ในชีวิตประจำวัน ยิ่งเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งได้ประโยชน์เร็วขึ้นในฐานะปัจเจก เพราะการอ่านนั้นสำคัญในแง่ของการสร้างผลเชิงบวกให้กับชีวิตของเขา ทั้งในด้านสุขภาวะ ความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงผลสำเร็จทางด้านการศึกษา การอ่านหนังสือและเล่าเรื่องราวให้เด็กอ่อนฟังยังมีส่วนช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านความคิดและสติปัญญา อารมณ์ และสังคมระหว่างที่สมองกำลังเจริญเติบโต

BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่าน กับความเชื่อในพลังของหนังสือ

สร้างเครือข่ายให้ได้ก่อน หน่วยงานเกี่ยวกับเด็กๆ คือก้าวใหญ่ ก้าวต่อไปคือครอบครัวและชุมชนโดยรอบ 

          นิสัยรักการอ่านอาจสร้างได้ไม่ยาก แต่การทำให้ทุกหน่วยงานเข้าใจความสำคัญของมันต่างหากที่ไม่ง่าย และต้องใช้การออกแบบที่ละเอียดและครอบคลุมมากพอ 

          ในปี 1992 โครงการบุ๊กสตาร์ท (Bookstart) เป็นโครงการทดลองแจกหนังสือระดับชาติที่แรกของโลก โดยแจกหนังสือให้เด็กอ่อน 300 ชีวิต ด้วยการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ห้องสมุดชุมชน และหน่วยงานบริการสาธารณสุข งานวิจัยในปีนั้นระบุอย่างชัดเจนว่าเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการมากขึ้น ดังนั้นอีก 6 ปีให้หลังจึงเกิดงานวิจัยและโปรเจกต์ทดลองว่าด้วยการแจกจ่ายหนังสืออีกกว่า 60 โปรเจกต์ให้กับพื้นที่ขาดแคลน

          หลังจากที่ได้ทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปและพาร์ตเนอร์ต่างๆ บริการสาธารณะของชุมชนก็เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เช่น สมาชิกของห้องสมุดในแต่ละพื้นที่ตั้งผู้ประสานงานเพื่อส่งหนังสือ จนในปี 2000 มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกว่า 92% ที่เข้าร่วมกับบุ๊กสตาร์ท

          จากระดับท้องถิ่นก็ถึงคราวขยายสเกลของการแจกหนังสือให้ใหญ่ขึ้นด้วยงบประมาณจากรัฐบาลอังกฤษ กระทรวงศึกษาธิการ (Department for Education) และหลังจากนั้นแม้แต่กระทรวงวัฒนธรรม สื่อ และการกีฬา (Department for Culture, Media and Sport) ก็เข้ามาร่วมสนับสนุนด้วย ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน บุ๊กทรัสต์จึงเริ่มสานสัมพันธ์กับสำนักพิมพ์วรรณกรรมเยาวชนทั้งหลายเพื่อออกแบบ Bookstart Pack ในค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด

          เจ้าหน้าที่ชุมชน โรงเรียน เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ พยาบาลวิชาชีพที่ให้คำแนะนำกับพ่อแม่ของเด็กเล็กและทารก (Health Visitor) ห้องสมุดต่างๆ นักเขียน สำนักพิมพ์ นักวาดวรรณกรรมเยาวชน หน่วยงานระดับชาติในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ องค์กรส่งต่อหนังสือรอบโลก ฯลฯ

          ทั้งหมดนี้คือเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่สำหรับโปรเจกต์แจกหนังสือของบุ๊กทรัสต์

          หากพูดถึงรายละเอียดของ โครงการบุ๊กสตาร์ท (Bookstart) ที่ในปัจจุบันคล้ายจะเป็นจุดขายหลักของบุ๊กทรัสต์ โครงการนี้เริ่มต้นจากการให้ของขวัญ Baby Pack กับเด็กอ่อน (baby) และเด็กวัยเตาะแตะ (toddler) ผ่านเครือข่ายในท้องถิ่นของประชาชน และพยายามขยายการแจกหนังสือทั้งในแบบรูปเล่มและออนไลน์ให้ครอบคลุมครัวเรือนให้มากที่สุด

          เด็กอ่อนกว่า 580,000 คน ทั่วอังกฤษและเวลส์จะได้รับหนังสือที่คัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ ส่วนพ่อแม่จะได้ใบปลิวแนะนำประโยชน์ของการอ่านและหุ่นนิ้ว แพ็กเกจและบริการที่ให้มีความหลากหลาย เช่น Bookstart Baby and dual-language books แพ็กเกจพิเศษสำหรับบ้านที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ Bookstart Family Hub แหล่งข้อมูลออนไลน์แนะนำหนังสือที่น่าสนใจ และให้พ่อแม่เข้ามาค้นหาว่าจะอ่านหนังสือที่ได้จากแพ็กเกจร่วมกับลูกได้อย่างไร Bookstart Toddler and Pre-schooler packs ที่จัดหนังสือให้กับเด็ก 1-2 ขวบ และเด็กวัย 3-4 ขวบพร้อมหนังสือ 2 เล่ม

ทำไมหนังสือต้องถึงมือเด็กทุกคน แกะรอยการทำงานของ BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่านที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ
ตัวอย่างหนังสือในแพ็กเกจ Bookstart Baby and dual-language books
Photo: BookTrust

ทำไมหนังสือต้องถึงมือเด็กทุกคน แกะรอยการทำงานของ BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่านที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ
Photo: BookTrust

ทำไมหนังสือต้องถึงมือเด็กทุกคน แกะรอยการทำงานของ BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่านที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ
ตัวอย่างหนังสือเด็ก 1-2 ขวบ จากแพ็กเกจ Bookstart Toddler and Pre-schooler packs
Photo: BookTrust

          นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่ดึงเรื่องราวจากหนังสือออกมาสร้างชีวิตชีวาในพื้นที่ห้องสมุด เช่น Rhymetimes เป็นกิจกรรมว่าด้วยคำคล้องจองจากหนังสือที่น่าสนใจ รวมเด็กๆ ในชุมชนให้มาพบเจอกันที่ห้องสมุดชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กหรือเนิร์สเซอรี เพื่อฟังเรื่องราวจากหนังสือ ร้องรำทำเพลง เล่นของเล่น ระบายสี และเรียนรู้คำคล้องจองไปด้วยกัน แถมยังเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้าถึงได้ มีกิจกรรมภาษามือ ภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กจะได้พบปะแลกเปลี่ยนกันด้วย

          “พ่อแม่ต่างบอกว่าลูกๆ ของพวกเขารู้สึกภูมิใจกับหนังสือ และอ่านมันซ้ำไปมา ปู่ย่าก็ดีใจที่สามารถอ่านหนังสือจากภาษาของพวกเขาให้หลานฟัง จนกระทั่งวันนี้ที่ฉันให้หนังสือเด็กๆ ไปอ่าน เด็กหลายคนก็ร้องว่า “นั่นหนังสือของหนู”

          “บุ๊กสตาร์ทช่วยให้ลูกของฉันพูดภาษาอังกฤษได้ หนังสือสองภาษาเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเลิศ และกิจกรรม Rhymetimes ในห้องสมุดก็เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดคุยกับแม่ๆ คนอื่นจนสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาได้ ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป” คุณแม่คนหนึ่งสะท้อน

กิจกรรม Rhymetimes

          บางครอบครัวไม่รู้มาก่อนว่ามีห้องสมุดชุมชนอยู่ใกล้ๆ กิจกรรมการอ่านร่วมกันจึงเปรียบเสมือนการเปิดโลกให้ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของห้องสมุดในละแวกบ้าน พ่อแม่บางคนอยู่ในบ้านเช่าที่ต้องแชร์พื้นที่ร่วมกัน มีพื้นที่จำกัด การได้ออกไปห้องสมุดบ้างจึงทำให้ความสัมพันธ์ในชุมชนพัฒนาและได้เพื่อนเพิ่ม รวมไปถึงได้เรียนรู้กิจกรรมอื่นๆ ของบุ๊กทรัสต์อีกด้วย 

          ผลลัพธ์ที่น่าสนใจของโปรแกรมนี้คือนิสัยการอ่านของครอบครัวต่างๆ พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะในครอบครัวที่มีรายได้ต่ำในช่วงวิกฤตค่าครองชีพ บุ๊กสตาร์ทจัดทำแบบสำรวจครอบครัวและผู้ปกครอง 1,083 คนในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือแล้วพบว่า กว่า 72% บอกว่า Bookstart Baby Pack เป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่มี 86% บอกว่ามีช่วงเวลาที่สนุกสนานกับลูกและหนังสือ ส่วนอีก 68% บอกว่า Bookstart Baby ทำให้พวกเขาอยากใช้เวลาเล่าเรื่องกับลูกๆ มากกว่ากิจกรรมอื่นๆ

          แน่นอนว่าการแจกหนังสือให้กับครอบครัวอย่างเดียวไม่เห็นผลเพียงพอ โปรแกรมบุ๊กสตาร์ทจึงออกแบบการสร้างนิสัยรักการอ่านที่ยั่งยืนด้วยการสนับสนุนครอบครัวที่มีเด็กเล็ก มอบหนังสือที่หลากหลายมากพอเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เหมาะสมกับช่วงวัย เพราะนั่นจะทำให้เด็กๆ อยากอ่านหนังสือต่อไปเรื่อยๆ ตลอดการเดินทางในชีวิตของพวกเขา

          หนังสือของบุ๊กทรัสต์ได้รับเสียงตอบรับที่ล้นหลามเพราะคุณภาพสูง มีทั้งคำคล้องจอง สีสันสดใส เพลง และภาพประกอบที่มีชีวิต และยังใช้เครื่องมือในการเรียนรู้ต่างๆ ตามปริมาณที่เหมาะสม เพราะมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มเป้าหมายอยู่บ้างว่าปีก่อนๆ ได้รับข้อมูลเยอะเกินไป

          สิ่งที่น่าสนใจคือ บุ๊กทรัสต์มีการเก็บข้อมูล วิจัย และพัฒนากิจกรรมของตนเองอย่างต่อเนื่อง รายงานของบุ๊กทรัสต์ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าปี 2021 และ 2022-2023 มีอะไรแตกต่างกันบ้าง อะไรที่เป็นประโยชน์หรือควรปรับปรุง เช่น เมื่อมีความเห็นว่าห้องสมุดมีตารางกิจกรรมที่หนาแน่นเกินไป บุ๊กทรัสต์จึงแจกแจงรายละเอียดให้ชัดเจนที่สุด เพื่อห้องสมุดจะได้เรียนรู้ข้อมูลโดยสะดวก และสามารถจัดการตารางล่วงหน้าได้ หรือหากห้องสมุดต้องการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเฉพาะเจาะจง บุ๊กทรัสต์จะสร้างแหล่งข้อมูลตามโจทย์ที่ห้องสมุดต้องการ เพื่อให้นำไปปรับใช้เองได้สะดวกมากขึ้น

          ปัญหาด้านการอ่านโดยทั่วไปในอังกฤษเกิดขึ้นตามยุคสมัยและบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป บุ๊กทรัสต์จึงต้องปรับตัวและออกแบบโปรแกรมออกมาใหม่อยู่เสมอ เช่น BookTrust Storytime ที่เพิ่งจะเปิดตัวในปี 2021 และยังยืนระยะต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ในการค้นหาแนวทางใหม่ๆ ที่จะสนับสนุนครอบครัวผู้มีรายได้ต่ำเพื่อแบ่งปันหนังสือและส่งเสริมให้ไปใช้งานห้องสมุดชุมชนใกล้บ้าน 

          ห้องสมุดกว่า 2,366 แห่งในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือเข้าร่วมในปี 2021 ตามแนวทางหลักในการทำงานของบุ๊กทรัสต์ นั่นคือการสร้างพาร์ตเนอร์ก่อน จากนั้นจึงสร้างการมีส่วนร่วมโดยการสร้างแหล่งข้อมูลหนังสือให้เจ้าหน้าที่นำไปใช้ได้หลากหลายวิธี

          BookTrust Storytime เริ่มจากการปล่อยโปรแกรมทดลองออกไปให้ห้องสมุด 10 แห่ง สอบถามความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่และครอบครัว จากนั้นจึงทดลองจัดเซสชันออนไลน์เพื่อให้ห้องสมุดที่อยู่ในโปรแกรมสะท้อนความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์ม BookTrust Voices แล้วค่อยเริ่มทำการวิจัยเชิงคุณภาพกับครอบครัวพร้อมกับแจกแบบสำรวจออนไลน์ให้กับห้องสมุดที่มีส่วนร่วม

          ห้องสมุดและครอบครัวจะได้ร่วมกันโหวตว่าเขาชอบเล่มไหนมากที่สุดจนหนังสือเหล่านั้นได้รับรางวัล BookTrust Storytime Prize ที่จะนำไปทำเป็นแพ็กเกจหนังสือให้กับห้องสมุด

          “โครงการนี้จุดประกายให้ฉันวางโปรแกรม Storytime ต่อไปได้อีกมากกว่า 2 เดือน แนะนำกิจกรรมให้กลุ่มเป้าหมายใหม่ และให้โอกาสทีมงานห้องสมุดได้พบปะกับชุมชน เด็กๆ ก็สนุกสนานกับเรื่องราวทั้งสามที่เราเลือกมา…เรื่องราวหลากหลายและน่าตื่นเต้น ทำให้เด็กๆ ได้พูดคุยกันต่อ ตอนที่เราระบายสีร่วมกัน” ผู้จัดการห้องสมุดในลอนดอนเอ่ย

BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่าน กับความเชื่อในพลังของหนังสือ
Can you tickle a Tiger? หนังสือที่ได้รับรางวัล BookTrust Storytime Prize ปี 2023
Photo: Imagine That

หนังสือต้องถึงมือ ‘ทุกคน’ และ ‘ทุกคน’ มีความสำคัญ

          สตีเฟน คิง (Stephen King) นักเขียนนิยายแฟนตาซีชื่อดังชาวอเมริกันเคยกล่าวไว้ว่า “หนังสือคือเวทมนตร์พกพาได้ที่ไม่เหมือนใคร” นักอ่านและผู้ก่อตั้งบุ๊กทรัสต์ดั้งเดิมเมื่อ 102 ปีที่แล้วก็คงพยักหน้าเห็นด้วย

          แต่ข้อท้าทายสำคัญคือหนังสือจะถึงมือทุกคนได้อย่างไร…

          และการส่งเสริมการอ่านเพื่อเตรียมพร้อมเด็กให้เข้าสู่โรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพนั้นทำได้มากน้อยแค่ไหน… 

          วิถีชีวิตของเยาวชนและครอบครัวเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพราะโครงสร้างของครอบครัวและสิ่งที่จำเป็นหลักๆ ในการใช้ชีวิตต้องปรับไปตามโลก เทคโนโลยี ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำและการเข้าไม่ถึงทรัพยากรจึงเกิดขึ้นทุกที่ ดังนั้นบุ๊กทรัสต์ในฐานะองค์กรการกุศลที่ต้องสนับสนุนทักษะการอ่านของเด็ก ก็ต้องสนับสนุนวิถีชีวิตที่เอื้อต่อการอ่านหนังสือด้วย

          บุ๊กทรัสต์มีกลยุทธ์ The Next Chapter ที่ออกแบบมาให้ครอบครัวสร้างกิจวัตรประจำวันร่วมกับลูกจนเด็กๆ ติดนิสัยรักการอ่านไปเองโดยการแนะนำหนังสือและแจกหนังสือให้พาร์ตเนอร์และหน่วยงานที่จะเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้ เช่น ห้องสมุด เนิร์สเซอรี ศูนย์พัฒนาเยาวชนและสมาคมบ้านจัดสรร รวมถึงทำงานวิจัยต่อเนื่องว่าจะสร้างการมีส่วนร่วมให้กับครอบครัวที่ด้อยโอกาสได้อย่างไร

          โปรแกรม Letterbox Club เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่จะเปิดโอกาสให้เด็กจากครอบครัวเปราะบางกว่าพันคนได้สร้างห้องสมุดด้วยตัวเอง โดยสามารถสมัครผ่านหน่วยงานหรือโรงเรียนในชุมชน ซึ่งหน่วยงานเหล่านั้นอาจส่งหนังสือให้เด็กตามบ้านหรือเด็กที่อยู่ในสถานดูแลเด็กกำพร้าด้วยตัวเองก็ได้

          ชุดหนังสือ เกมคณิตศาสตร์ เครื่องเขียน และอุปกรณ์การศึกษาต่างๆ จะถูกหีบห่อส่งให้พวกเขาทุกๆ เดือนเป็นเวลา 6 เดือน 

          การทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ชุมชนทำให้บุ๊กทรัสต์เข้าถึงเด็กด้อยโอกาสในระดับปฐมวัยผ่านหน่วยงานท้องถิ่นมากกว่า 95% และมีโปรแกรม Letterbox Club ในประเทศต่างๆ เช่น เวลส์ (ที่รัฐบาลเวลส์ก็สนับสนุนทุนให้เด็ก 800 คน) ไอร์แลนด์เหนือ และสกอตแลนด์

BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่าน กับความเชื่อในพลังของหนังสือ
ชุด Letterbox Club ประกอบด้วยหนังสือ เครื่องเขียน และอุปกรณ์การศึกษาต่างๆ
Photo: BookTrust

          ความละเอียดลออของการออกแบบยังครอบคลุมไปถึงภาคเอกชน BookTrust Christmas Appeal คือแคมเปญที่ออกแบบมาให้บริษัทต่างๆ ร่วมมือกับบุ๊กทรัสต์ในการสนับสนุนของขวัญคริสต์มาสให้กับเด็กๆ ด้วยการมอบหนังสือจำนวน 16,000 เล่มและของขวัญให้กับครอบครัวที่ยากลำบาก หรือเด็กในสถานสงเคราะห์ที่ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ 

          เมื่อให้ความสำคัญกับเด็กทุกคน จึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับคุณค่าในตัวของเด็กด้วย เพราะ ‘การแสดงออกถึงตัวตน’ นั้นจะทำให้เด็กซึมซับชีวิตได้ดีว่าพวกเขาอยากจะเติบโตไปเป็นมนุษย์แบบไหน อย่างไร

          เด็กบางคนอาจจะอ่านหนังสือแล้วอยากเป็นนักเขียนหรือนักวาดภาพประกอบในอนาคต และหนังสือที่เด็กบางกลุ่มรู้สึกไม่เชื่อมโยงก็อาจจะมีที่มาจากตัวละครหรือเรื่องราวที่ไม่ได้มีประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมร่วมกับพวกเขาเลย ดังนั้นข้อมูลที่มากพอของจินตนาการจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการว่า ตัวละครผิวสี เรื่องราวของคนยากคนจน คนชายขอบ ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นเรื่องที่น่าสนใจ และเด็กจิ๋วเหล่านี้ก็สามารถเติบโตไปประกอบอาชีพนักเขียนได้เช่นเดียวกัน

BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่าน กับความเชื่อในพลังของหนังสือ
LOOK UP! ตัวอย่างหนังสือที่ BookTrust คัดสรรให้เด็กๆ ได้อ่าน เรื่องราวของเด็กหญิงผิวสีกับความฝันในการเป็นนักบินอวกาศ
 Photo: Dapo Adeola/ Penguin Random House

แคมเปญ BookTrust Christmas Appeal

          ถึงแม้งานวิจัย จะระบุว่า 11.7% ของคนผิวสีผู้ผลิตหนังสือเด็กในอังกฤษเมื่อปี 2021 เพิ่มขึ้นถึง 5.6% จากปี 2017 แต่ไดอานา เจอรัลด์ (Diana Gerald) ประธานบริหารของบุ๊กทรัสต์ยังระบุว่าเนื้อหนังของวรรณกรรมเยาวชนในอังกฤษในภาพรวมก็ยังถือว่าห่างไกลจากความคืบหน้าของนักเขียนผิวสีที่เห็นกันอยู่

          35% ของเด็กนักเรียนในอังกฤษมาจากครอบครัวชาติพันธุ์ และงานสำรวจของบุ๊กทรัสต์แสดงให้เห็นว่า 11% ของเด็กที่มีอายุระหว่าง 7-17 ปีบอกว่าพวกเขาไม่ค่อยเจอหนังสือที่ตัวเองรู้สึกเชื่อมโยงด้วย

          ดังนั้นบุ๊กทรัสต์จึงพยายามออกแบบกิจกรรมเพื่อคุณค่าเหล่านี้ผ่านงานวิจัยและเครือข่ายผู้ผลิตวรรณกรรมผิวสี เช่น โปรแกรม In Other Words ที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย นั่นคือการเป็นแหล่งข้อมูลเชื่อมสำนักพิมพ์ของอังกฤษกับวรรณกรรมเยาวชนภาษาอื่น และสำนักพิมพ์วรรณกรรมเยาวชนภาษาอื่นให้แปลงานเป็นภาษาอังกฤษ จัดงานประกวดวรรณกรรมรอบโลก เพราะภาษาเป็นตัวกลางที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจชาติพันธุ์ที่หลากหลายในสังคมมนุษย์

          โปรแกรม BookTrust Represents ที่ช่วยสนับสนุนชุมชนคนผิวสีโดยการเข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียน มอบหนังสือให้เด็กกว่า 93,496 คนทั่วอังกฤษ และทำงานกับนักเขียน นักวาดผิวสีเพื่อผลิตหนังสือที่เล่าเรื่องราวของพวกเขา หรืองานวิจัยหนักๆ ในเชิงสถิติและการสัมภาษณ์ที่เสาะหาข้อค้นพบเกี่ยวกับวรรณกรรมที่เผยแพร่ทั้งหมด วรรณกรรมที่แตกต่าง และนักเขียน

          “ทุกๆ ครั้งที่คุณเขียนตัวละครที่โดนกลบทับตัวตน มันกดดันมากนะ ภาระของการแสดงออกถึงตัวตนมันหนักมาก” ราชมี (Rashmi) นักเขียนสะท้อน

          วรรณกรรมเยาวชนมีอิทธิพลต่อความคิดของเยาวชนกลุ่มชายขอบ และนักอ่านเองก็จะได้รู้ว่าคนที่อยู่ในวัฒนธรรมครอบงำทำความเข้าใจกับความแตกต่างหลากหลายอย่างไร และไม่ใช่แค่เด็ก แต่คุณครู พ่อแม่ และสังคมโดยรอบจะได้เรียนรู้ด้วยว่าหนังสือที่ครอบคลุมคนมากพอจะสร้างความเคารพในตัวเองและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

          “เราแค่อยากถูกมองเห็นในฐานะคนทำงานสร้างสรรค์ไม่ใช่ตัวแทนของอะไร ฉันกลัวที่จะได้ยินว่า ‘สาเหตุที่งานของคุณได้ตีพิมพ์ก็เพราะคุณเป็นคนดำยังไงล่ะ’ โอนีเนีย อิวู (Onyinye Iwu) นักเขียนชาวไนจีเรียกล่าว

          “ผมชอบมากที่ได้เห็นนักเขียนในชีวิตจริง และผมคิดว่าเขาเป็นคนที่มอบแรงบันดาลใจให้ผมได้มาก เขาทำให้ผมอยากเขียนเรื่องราวของตัวผมเองและพยายามที่จะเผยแพร่มันออกมา” เด็กนักเรียนเกรด 5 จากอิปสวิชกล่าว

Trust in Book(Trust)

          หากอ่านมาถึงตรงนี้ อาจเรียกคุณได้ว่าคุณมีความเป็น ‘ยอดนักอ่าน’ ไม่มากก็น้อย เพราะกิจกรรมและผลงานจากบุ๊กทรัสต์นั้นมหาศาลขนาดที่เรียกได้ว่ายิ่งค้นยิ่งไม่สิ้นสุด

          ไม่มีที่มาแน่ชัดว่าเหล่าผู้ก่อตั้งบุ๊กทรัสต์เมื่อ 102 ปีที่แล้วต้องการแก้ปัญหาการอ่านของคนอังกฤษในมิติแบบไหนอย่างชัดเจน แต่การอ้างอิงงานวิจัยข้างต้นก็ตอบคำถามได้ระดับหนึ่งว่า บุ๊กทรัสต์มีภารกิจในการส่งเสริมการอ่านด้วยการจัดหาหนังสือและทรัพยากรต่างๆ ให้แก่ครอบครัวและผู้ดูแลเด็ก

          ยอดนักอ่านคงจะคาดเดากันได้แล้วว่าในเว็บไซต์ของบุ๊กทรัสต์นั้นเปรียบเสมือนคลังแสงแห่งทรัพยากรที่เต็มไปด้วยงานวิจัยในทุกๆ โปรแกรม หนังสือแนะนำ บทความจากนักเขียน หรือพวก FAQ พื้นฐานที่ง่ายและดีกับการใช้งาน เช่น Bookfinder ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยค้นหนังสือเล่มโปรดของเด็กทุกช่วงวัย เลือกได้ว่าจะเป็นนิทานก่อนนอน บทกวี หนังสือเล่าเรื่องรอบโลก หนังสือสำหรับผู้พิการ หรือ Our recommendations ที่แนะนำเรื่องราวจิปาถะ เช่น หนังสือที่ดีที่สุด 100 เล่มในรอบ 100 ปี หรือหนังสือใหม่ประจำเดือน

          คำว่า ‘หนังสือ’ อาจจะดูเหมือนยาขมสำหรับบางคน ไม่ใช่แค่ตัวเด็ก แต่เป็นตัวพ่อแม่หรือผู้สอนเอง เพราะมันดึงความทรงจำเกี่ยวกับการศึกษาที่อาจจะมีผลเชิงลบกับพวกเขาในอดีต ดังนั้นบุ๊กทรัสต์จึงต้องทำงานวิจัย ทำงานร่วมกับผู้ผลิตหนังสือและกิจกรรมต่างๆ เพื่อออกแบบแนวคิดให้พ่อแม่เข้าใจว่าการเล่าเรื่องนั้นไม่มีผิดมีถูก พวกเขาจะได้มั่นใจมากขึ้น 

          ผลลัพธ์ที่เห็นจึงไม่ใช่เพียงแค่โปรแกรมการแจกหนังสือ แต่ยังเป็นการมอบคุณค่าทางอัตลักษณ์และนวัตกรรมทางสังคมในการบ่มเพาะนิสัยรักการอ่านภายในครอบครัวด้วย

          “มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่เราต้องฟังเสียงของครอบครัวที่เราตามหาเพื่อสนับสนุนพวกเขา” รูธานน์ ฮิวจส์ (Ruthann Hughes) หัวหน้าโครงการวิจัยและผลกระทบของบุ๊กทรัสต์กล่าว

          ‘หลักฐาน’ จึงทำให้การงานของที่นี่เดินหน้าไปได้

          แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบุ๊กทรัสต์ ‘ทำภารกิจสำเร็จแล้ว!’

ภายในปี 2026 นี่คือเป้าหมายที่องค์กรเขียนเอาไว้ในรายงาน

  • ทุกครอบครัวในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือร่วมดำเนินการสนับสนุนนิสัยรักการอ่าน
  • เด็กรุ่นใหม่ที่เข้าโรงเรียนไปแล้วสามารถเลือกหนังสือให้พ่อแม่อ่านให้ฟังได้อย่างมั่นใจ
  • วัยรุ่นที่เป็นนักอ่าน อ่านเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการสะท้อนความคิดและผ่อนคลาย
  • เครือข่ายคนทำงานที่หลากหลายที่ทำงานร่วมกันเพื่อครอบครัวและเด็กด้อยโอกาส ให้เข้าถึงและสนับสนุนให้พวกเขาสนุกกับประโยชน์ของการอ่านหนังสือ
  • ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยบ่มเพาะนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กๆ ต้องมีมากขึ้น

          ปัจจุบันบุ๊กทรัสต์มีหนังสือในคลังกว่า 35 ภาษา แจกหนังสือไปกว่า 3.3 ล้านเล่มอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นมากกว่า 185 หน่วยงานในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ และเกินครึ่งของโรงเรียนออนไลน์ในอังกฤษ

BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่าน กับความเชื่อในพลังของหนังสือ
Photo: BookTrust

BookTrust องค์กรการกุศลเพื่อการอ่าน กับความเชื่อในพลังของหนังสือ
Photo: BookTrust


ที่มา

บทความ “Let kids read for fun says new BookTrust writer in residence SF Said” (Online)

บทความ “Reading The Room: How BookTrust Encourages More Families to Read” (Online)

บทความ “BookTrust develops targeted programmes to give families access to reading” (Online)

เว็บไซต์ BookTrust  (Online)

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก