พลอยรุ้ง สิบพลาง

พลอยรุ้ง สิบพลาง

นักทำคอนเทนต์จาก ไอแอลไอ ยู ที่มี co-learning space เล็กๆ ของตัวเองในต่างจังหวัด และสนใจชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีทั้งตัวเราและธรรมชาติ

‘Cooking with Yao’ ฉลาดกินเพื่ออยู่ ฉลาดรู้เพื่อกิน

ทุกวันนี้การสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีอาจกลายเป็นวิถีชีวิตที่ทุกคนคุ้นชิน แต่หากลองถอยออกมาดูจำนวนพลาสติกหรือบรรจุภัณฑ์ที่เราสั่งอาหาร คือขยะที่เพิ่มขึ้นจำนวนมหาศาล เยา – เยาวดี ชูคง ผู้ขับเคลื่อนเรื่องความมั่นคงทางอาหารมานานเริ่มเห็นปัญหาเหล่านี้มากขึ้น เลยตัดสินใจสร้างพื้นที่การเรียนรู้ Cooking with Yao ที่จังหวัดเชียงใหม่ และชวนทุกคนหันมาทำอาหารกินเองแบบง่ายๆ ที่ได้เรียนรู้เรื่องอาหารแบบลงลึก ทั้งผลิตผลตามฤดูกาล ความมั่นคงทางอาหาร Food Waste และการกินที่ดี ที่นี่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่การพาไปเดินตลาด เลือกซื้อผักปลา ลองชิมเครื่องปรุง ลงมือจับตะหลิว และนั่งพูดคุยถึงปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการทำอาหารเพื่อชวนหาทางออกร่วมกันแบบเข้าใจ นอกจากนี้เยายังออกแบบให้ผู้เรียนมาพักค้างคืนอย่างจริงจัง เพราะเธอเชื่อว่าการสอนทำอาหารเพียง 2-3 ชั่วโมง ไม่ทำให้เกิดการเรียนรู้มากนักนอกจากสูตรอาหารที่ได้กลับไป พื้นที่การเรียนรู้แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นโรงเรียนสอนทำอาหารที่ทุกคนจบไปเป็นเชฟ แต่คือการมานอนค้างพักผ่อน เหมือนไปนอนบ้านเพื่อนและชวนทำอาหารกินกัน ซึ่งพื้นที่การเรียนรู้แห่งนี้นอกจากจะสอนให้ทำอาหารได้อร่อยต่างจากการเปิดยูทูบดูคอร์สสอนทำอาหารแล้ว ยังอัดแน่นด้วยวิธีคิดและทัศนคติเรื่องอาหารอย่างใส่ใจโลกและดีต่อตัวเองไปพร้อมกัน สอนทำอาหารที่เริ่มจากชิมความต่างของเครื่องปรุง วิชาทำอาหารที่ Cooking with Yao…

คาเฟ่ที่ใส่ใจเรื่องวัตถุดิบหมุนเวียน ชุมชนเรียนรู้เรื่องอาหารยั่งยืน ‘เลพาทอ’

เวลานึกถึง ‘เลพาทอ’ หลายคนอาจเห็นภาพของแบรนด์กาแฟออร์แกนิกที่ใส่ใจโลก แต่เลพาทอไม่ได้จบอยู่แค่เรื่องกาแฟเท่านั้น หากยังไปต่อกับการสร้างพื้นที่การเรียนรู้เพื่อบอกเล่าเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ในพื้นที่บ้านของ กวิ๊ – อำนวย นิยมไพรนิเวศน์ ที่บ้านของกวิ๊ ในชุมชนบ้านหนองเต่า ชุมชนชาวปกาเกอะญอซึ่งเคยเจอทั้งปัญหาต่อสู้เรื่องพื้นที่ทำกิน หลังจากถูกไล่ที่จากกฎหมายป่าสงวนฯ จนคนในชุมชนต้องหาหลักฐานของชุมชนมาสู้ หรือแม้แต่ปัญหานายทุนที่มาชักชวนชาวบ้านให้ปลูกพืชเมืองหนาว ที่ต้องใช้สารเคมีและเปิดโอกาสให้พืชต่างถิ่นเข้ามารุกราน กวิ๊จึงตึดสินใจเปลี่ยนบ้านของตัวเองเป็นทั้งคาเฟ่ของเลพาทอ และพื้นที่การเรียนรู้ที่ชวนชาวบ้านและคนนอกชุมชนมาศึกษาเรื่องวัตถุดิบตามฤดูกาล และการทำอาหารจากวัตุดิบที่มีในพื้นที่ แทนการสั่งของนำเข้า โดยออกแบบเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่มาจากการลงมือทำจริง เพื่อให้คนเห็นตัวอย่างว่าหากเข้าใจฤดูกาลของผลผลิต ก็จะสามารถมีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวได้ทั้งปีแบบไม่มีอดอยากแน่นอน สอนให้เห็นวิถีชีวิตและฤดูกาลจากสิ่งที่ชุมชนมี ในช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้เรื่องที่ดินทำกิน มีอีกเรื่องที่เข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกันคือ เรื่องการปลูกผักเมืองหนาวที่มีนายทุนมาสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูก ซึ่งกวิ๊มองว่าการเข้ามาของพืชผักเมืองหนาวไม่ใช่แค่เมล็ดที่เป็นเหมือนเอเลี่ยนสปีชีส์ในพื้นที่ แต่ยังรวมไปถึงปุ๋ยและสารเคมีที่จะต้องใช้เพื่อให้เจริญเติบโต เพราะพืชผักเหล่านี้ไม่ใช่พืชพันธุ์ท้องถิ่น จึงไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อมและอาจเติบโตตามธรรมชาติได้ยาก มิหนำซ้ำการเข้ามาของพืชผักเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่กระแส เป็นเทรนด์ที่สักพักก็เงียบหายไป ไม่ใช่เกษตรยั่งยืนที่ควรจะเป็น แต่จะมีวิธีการไหนที่จะทำให้ชาวบ้านได้เห็นว่าวิถีชีวิตแบบที่ไม่ต้องวิ่งตามนายทุนก็เป็นไปได้ คำตอบก็คือลงมือทำจริงให้ดู เมื่อมองไปยังในพื้นที่ของกวิ๊ที่มีทั้งต้นกาแฟ ต้นบ๊วย ต้นสาลี่…

โฮงเฮียนแม่น้ำของ พื้นที่ต่อสู้เพื่อแม่น้ำและความรู้ ‘ของ’ ชุมชน

ประวัติศาสตร์ที่ทุกคนเรียนกันอยู่ทุกวันนี้ มีเรื่องราวของท้องถิ่นบ้านเกิดตัวเองกี่เปอร์เซ็นต์? จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำของ (หรือที่เราคุ้นในชื่อทางการว่า แม่น้ำโขง) ทั้งเขื่อนที่กำลังเข้ามาทำลายแม่น้ำและธรรมชาติ ผู้คนที่ไม่ได้กลับมายังท้องถิ่นจนวิถีชุมชนลุ่มแม่น้ำเลือนหาย หรือประวัติศาสตร์ชุมชนที่ไม่มีใครส่งต่อ ทำให้ ครูตี๋-นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของที่ทำงานกับแม่น้ำของมากว่า 20 ปี ชวนชาวบ้านในชุมชนมาทำวิจัยเกี่ยวกับแม่น้ำของ ผ่าน 3 คำสำคัญคือ ประวัติศาสตร์ นิเวศ และวัฒนธรรม ซึ่งเกี่ยวโยงกับชีวิตของคนในชุมชน เมื่อเห็นว่าชุมชนยังขาดพื้นที่การเรียนรู้ที่จะถ่ายทอดและส่งต่อประวัติศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2558 จึงได้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ที่ชื่อ ‘โฮงเฮียนแม่น้ำของ’ ขึ้นมา บ้านไม้สองชั้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำของ ในจังหวัดเชียงรายแห่งนี้ กลายเป็นทั้งพื้นที่การเรียนรู้ ห้องสมุดที่รวมงานวิจัยเกี่ยวกับแม่น้ำของไว้อย่างครบถ้วน แหล่งรวมตัวของคนที่พยายามปกป้องแม่น้ำของ และที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ทอดสายตามองแม่น้ำของที่สวยงาม พื้นที่นี้เกิดขึ้นมาด้วยความเชื่อที่ว่าทุกคนควรได้รู้จักประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของชุมชนตัวเอง มากกว่าจะรับรู้แค่เรื่องเล่าจากหลักสูตรแกนกลาง…

มหา’ลัยไทบ้าน ประสบการ์เที่ยว คุย ทำ เรียนรู้ชุมชนแบบเห็นคนเท่ากัน ปริญญาความสุขที่ได้จากการคลุกคลีวิถีชาวบ้าน

ที่อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ได้เกิด ‘มหา’ลัย’ ที่สร้างกันเองโดยคนในชุมชน มีหลักสูตรที่เกิดขึ้นจากคนในชุมชน และมีใบปริญญาเป็นคำขอบคุณและความสุขที่ได้รับจากชุมชน มหา’ลัยไทบ้าน ไม่ใช่มหาวิทยาลัยในความหมายที่เราคุ้นชิน แต่คือพื้นที่การเรียนรู้ที่ใช้แนวคิดการศึกษาบนฐานชุมชนมาเป็นหลักสูตรในการเรียนรู้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นทั้งนักท่องเที่ยวนอกพื้นที่และคนในชุมชน โดยออกแบบวิธีการเรียนรู้ผ่าน 4 กิจกรรมหลักคือ ไทมุง ที่พาคนไปมุงดูวิถีชุมชนสีชมพู ไททอล์ก ที่ชวนคนในและนอกชุมชนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันผ่านการพูดให้แรงบันดาลใจ ไททำ ที่พากันยกขบวนไปทำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในชุมชน และไททริป กับการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่พาไปสำรวจอำเภอสีชมพูเต็มไปด้วยเรื่องราวให้เรียนรู้ ครูสอ หรือ สัญญา มัครินทร์ หนึ่งในครูผู้ก่อตั้ง มหา’ลัยไทบ้าน คือคนที่เชื่อเรื่องการพัฒนาชุมชนไปพร้อมกับการเรียนรู้ เขาจึงมักชวนทุกคนมาลองสัมผัสประสบการณ์ เรียนรู้และท่องเที่ยวไปพร้อมกัน เพราะเขาเชื่อว่าการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาการศึกษา พัฒนาชุมชน และแม้กระทั่งพัฒนาตัวเองไปพร้อมกัน ชวนไปสำรวจ มหา’ลัยไทบ้าน พื้นที่เรียนรู้แบบบ้านๆ ที่เห็นคุณค่าในชุมชนและการศึกษา และเปลี่ยนเป็นพื้นที่สร้างคุณค่าและความฝันให้คนในชุมชนไปพร้อมกัน ให้ชุมชนเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่…

สร้างพื้นที่การเรียนรู้ในชุมชนอย่างเข้าใจ ไปกับ แอ๋ม-ศิริพร จากคลองเตยดีจัง

สร้างพื้นที่การเรียนรู้ในชุมชนอย่างเข้าใจ ไปกับ แอ๋ม-ศิริพร จากคลองเตยดีจัง

          พ.ศ. 2565 งานวิจัยจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) บอกว่ามีเด็กหลุดจากระบบการศึกษา 1.2 ล้านคน นี่คือปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม           วิธีการที่เริ่มเกิดขึ้นในหลากหลายประเทศ คือการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ใกล้บ้าน (Learning Neighborhood) เป็นพื้นที่การเรียนรู้ในชุมชน และอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลคนที่หลุดจากระบบการศึกษา           พื้นที่การเรียนรู้ใกล้บ้านสามารถเกิดได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าชุมชนจะรวมตัวกันออกแบบพื้นที่โดยหยิบเอาความรู้ในชุมชนมาส่งต่อ หรือจะเป็นหน่วยงานภายนอกเข้ามาสร้างพื้นที่พร้อมดูแลกระบวนการเรียนรู้ที่เห็นความต้องการว่าคนในชุมชนอยากได้อะไร ทั้งหมดต่างก็ช่วยส่งเสริม และต้อนรับคนทั่วไป หรือกระทั่งคนที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้ได้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ในแบบต่างๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก            แอ๋ม-ศิริพร พรมวงศ์ ผู้ก่อตั้ง Music Sharing กลุ่มครูดนตรีอาสาที่อยากให้เสียงดนตรีเข้าถึงเด็กเปราะบาง ได้เริ่มใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือเข้าไปสร้างการเรียนรู้ในพื้นที่คลองเตยเมื่อ 10 กว่าปีก่อน จนกระทั่งออกแบบพื้นที่การเรียนรู้ในชุมชนที่สร้างเวิร์กชอปผ่านการเล่นดนตรี ช่วยสร้างสีสัน และทำให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวา ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เข้าใจปัญหาของชุมชน และออกแบบวิชาเรียนจากความต้องการของคนในชุมชนจริงๆ…

‘มะขามป้อม’ กระบวนการเรียนรู้ผ่านละครปลุกสำนึกทางสังคม ค้นพบศักพภาพตนเอง

หากพูดถึงพื้นที่การเรียนรู้ เชื่อว่าสถานที่ที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น ‘มะขามป้อม’ มะขามป้อม ผลิตนักสร้างกระบวนการเรียนรู้มาแล้วหลายต่อหลายรุ่น และผลิดอกออกผลเป็นคนในแวดวงการศึกษาที่อยากขับเคลื่อนเรื่องการเรียนรู้ในไทย มีทั้งสาขาที่ตั้งอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ชื่อของหลักสูตรที่คุ้ยเคยกันมีทั้ง โรงเรียนไท มหาวิทยาลัยเถื่อน มาสเตอร์คลาส และโรงเรียนวิทยากร จึงพูดได้ว่านี่เป็นพื้นที่การเรียนรู้สำหรับทุกคนตั้งแต่มือใหม่จนถึงผู้เชี่ยวชาญ แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการเรียนรู้ผ่าน ‘ละคร’ ในพื้นที่เชียงดาวนั้นเป็นเหมือนพื้นที่ฮีลใจ ไปพร้อมกับชวนเรียนรู้ความหลากหลายไปด้วยกัน เพราะการเรียนรู้ของที่นี่เชื่อใน 3 คำสำคัญ คือ ‘ละคร ศิลปะ สังคม’ โดยตัวพื้นที่แบ่งเป็นโรงศิลปะร่วมสมัย โรงละคร ลานประติมากรรม บ้านศิลปิน ที่พักสำหรับผู้เข้าร่วมเวิร์กชอป และคาเฟ่ จากความตั้งใจอยากสร้างสังคมประชาธิปไตยเมื่อ 40 ปีก่อน ในยุคที่สื่อยังมีเพียงไม่กี่ช่อง ทำให้มะขามป้อมก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อสำหรับชาวบ้าน เป็นสื่อเล็กๆ เพื่อคนรากหญ้า…

Lorem Ipsum เติมกิจกรรมลงไปในที่ว่าง สร้างความหมายที่หลากหลายของการเรียนรู้

พื้นที่การเรียนรู้บางแห่งอาจเต็มไปด้วยเครื่องมือมากมาย ไม่ว่าจะหนังสือ เครื่องมือช่าง ของเล่น บอร์ดเกม แต่บางทีพื้นที่การเรียนรู้ อาจเป็นพื้นที่เปล่าๆ เพื่อรอวันเติมเต็มจากการเข้ามาของผู้คนก็ได้ เหมือนที่ Lorem Ipsum สเปซเล็กๆ ในย่านเมืองเก่าหาดใหญ่ บนถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 (สาย1) ที่พวกเขามองว่าที่นี่ไม่ได้เป็นคาเฟ่ แต่เป็นสเปซที่รอทุกคนมาเติมเต็มและเรียนรู้ไปด้วยกัน นอร์ท – เรวัฒน์ รักษ์ทอง หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Lorem Ipsum เล่าให้ฟังถึงการเริ่มต้นของพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งมีที่มาที่ไปเหมือนกับชื่อสเปซอย่าง Lorem Ipsum เป็นข้อความดัมมี่ที่ไร้ความหมาย เป็นตัวอักษรจำลองที่รอคนมาเปลี่ยนให้เป็นคำที่มีความหมายขึ้นมา เช่นเดียวกับพื้นที่แห่งนี้ที่เป็นพื้นที่จำลองที่ไม่ได้มีความหมายใด ความหมายของสถานที่จะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการให้ทุกคนช่วยเติมเต็ม พอเป็นพื้นที่เปล่าที่พร้อมเปิดรับทุกความคิด ความสร้างสรรค์ และการสนทนา ทำให้ Lorem Ipsum มีนิยามหนึ่งคือเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดกว้างอย่างที่สุดที่ให้ผู้คนได้มาแลกเปลี่ยนผ่านกิจกรรมที่ทางสเปซจัดขึ้น…

สวนศิลป์บินสิ จ.ลำพูน พื้นที่ฝึกหัดโบยบินของคนมีฝัน

กลับบ้านไปทำสวน อยู่แบบสบายๆ ไม่ต้องวิ่งไล่ตามทุกคนตลอดเวลา ประโยคที่พูดมาอาจจะดูเป็นภาพในฝันของใครหลายคน แต่หากจะให้กระโดดออกจากงานที่รักไปลงมือทำเลยตอนนี้ ก็ดูเป็นเรื่องยิ่งใหญ่จนไม่กล้าตัดสินใจ เพราะถ้าตัดสินใจไปแล้วผิดพลาดคงรู้สึกแย่ไม่น้อย เนาว์ – เสาวนีย์ สังขาระ เห็นว่าพื้นที่การเรียนรู้เพื่อทดลองใช้ชีวิตแบบที่ฝันเป็นสิ่งที่หลายๆ คนกำลังแสวงหา ผสานกับประสบการณ์ชีวิตในวันที่มรสุมพัดผ่านเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เธอเคยเชื่อว่าเธอจะได้รู้จักทุกอย่างบนโลกใบนี้ผ่านการเดินทางรอบโลก แต่เมื่อพ่อป่วยเป็นมะเร็ง เธอจึงได้เรียนรู้ว่าเธอไม่รู้อะไรเลย เนาว์จึงตัดสินใจพาตัวเองที่ไม่รู้ โยกย้ายมายังจังหวัดลำพูน อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าน้ำจำ ป่าชุมชนแห่งแรกในไทย เพื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้พ่อได้ใกล้ชิดธรรมชาติ โชคดีที่การโยกย้ายครั้งนี้ ทำให้เธอได้พบเจอกัลยาณมิตรที่คอยช่วยเหลือ โอบอุ้ม และแลกเปลี่ยนความรู้ ให้เธอได้ทดลองออกแบบชีวิตของตัวเองเสียใหม่ เมื่อผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้ วันนี้เนาว์ได้พบสมดุลของชีวิตแล้ว เธอยังคงได้ทำงานที่รัก ได้ดูแลครอบครัว ได้มีวิถีชีวิตที่อยากเป็น และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘สวนศิลป์บินสิ Film Farm School’ พื้นที่การเรียนรู้…

ปลุก Maker Culture แบบไทยๆ ด้วยการสร้าง Maker Space แบบไทยทำ

ลองจินตนาการว่าเราหลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน แล้วตื่นขึ้นมาในตอนนี้ คงจะสับสนงงงวยไม่น้อย ทั้งกับการทำงานจากที่ไหนก็ได้แค่มีไวไฟ วิถีชีวิตที่ไม่พกเงินสด ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังตีตลาด หรือมีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ฯลฯ และหากถามถึงอีกห้าปี สิบปีข้างหน้า เราก็คงจินตนาการไม่ออกว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากความคิดสุดสร้างสรรค์ แต่กว่าจะออกมาเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวิถีชีวิต จุดเริ่มต้นอาจมาจากการลองผิดลองถูก โดยไม่ต้องกลัวความล้มเหลว ซึ่งคือหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมนักคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะกลุ่มเมกเกอร์ (Maker) หรือนักประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์สิ่งล้ำๆ ขึ้นมาเองแบบ DIY โดยมีเมกเกอร์สเปซ (Maker Space) เป็นแหล่งบ่มเพาะและเอื้อให้เกิดการลงมือทำ แต่เมกเกอร์สเปซจะไม่มีทางเติบโตได้ หากในเมืองนั้นขาดวัฒนธรรมนักสร้างสรรค์ (Maker Culture) ที่ให้อิสระในการคิดและการแสดงออก ฉะนั้น นอกจากการพยายามสร้างพื้นที่ให้เกิดขึ้นเพื่อรวบรวมผู้คนที่สนใจ การปลุกปั้นชุมชนนักสร้างสรรค์แล้ว การให้เสรีภาพในทุกๆ ย่างก้าวของชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน สร้างพื้นที่ให้คนได้ออกไอเดียเปลี่ยนโลกด้วยเมกเกอร์สเปซ เมกเกอร์สเปซ คือพื้นที่สำหรับคนทุกวัยเพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจด้วยการลงมือทำด้วยตัวเอง…

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก