‘การยอมรับความแตกต่างหลากหลาย’ ยังคงเป็นหนึ่งบทเรียนใหญ่อันสำคัญที่พลเมืองโลกเรียนรู้ได้ไม่มีวันจบสิ้น นอกจากการไม่เป็นที่ยอมรับอย่างหมดจดจากคนทั่วไป เรื่องนี้ยังเป็นประเด็นใหญ่ที่ละเอียดอ่อน และต้องอาศัยการสนับสนุนทั้งแบบบู๊และบุ๋น เหมือนที่ผู้พิการและผู้มีปัญหาสุขภาพจิต ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายในชีวิตของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงโอกาสหรือการแสดงออกเชิงอัตลักษณ์ในทางสังคม
การศึกษาของรัฐสภาสหราชอาณาจักร ระบุว่า ผู้พิการมีอัตราการจ้างงานที่ต่ำกว่าผู้ที่ไม่มีความพิการอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีส่วนต่างถึง 27.5 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งคนพิการ 2 ใน 5 ยังเคยประสบกับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมในที่ทำงาน และขาดการเข้าถึงบริการจากสวัสดิการของรัฐ ขณะที่คนมีปัญหาสุขภาพจิตมีแนวโน้มถูกเลือกปฏิบัติ เนื่องจากผู้ที่มีภาวะสุขภาพจิตอาจถูกมองว่าเป็นบุคคลที่ ไม่น่าเชื่อถือ คาดเดาไม่ได้ หรือเป็นอันตราย
หลักฐานเบื้องต้นเหล่านี้บอกเราได้กลายๆ ว่าโลกยังมองว่ากลุ่มคนเหล่านี้คือ ‘ใครที่ไม่เหมือนกัน’ อคติต่อผู้พิการและผู้มีปัญหาสุขภาพจิตยังคงเป็นปัญหา และในบางครั้งก็ผลักพวกเขาให้เป็น ‘คนชายขอบ’ ของสังคม ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกเขามีศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยมุมมองที่แปลกใหม่
การใช้ ‘ศิลปะ’ เป็นสื่อในการลดอคติ จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่เริ่มได้ยอมรับอย่างแพร่หลายในฐานะพลังสากลเพื่อเชื่อมโยงผู้คน สร้างความเข้าใจ และเยียวยาบาดแผลทางใจ Artlink เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในเมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ที่พยายามทำสิ่งเหล่านี้
นอกจากการสร้างชุมชนให้แข็งแกร่งในตัวมันเอง พวกเขายังสร้างศูนย์สำหรับผู้พิการและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตที่จำเป็น ให้พื้นที่ฉายแสงอย่างจริงจัง และที่สำคัญคือทำให้ผลงานศิลปะเหล่านั้นออกสู่สายตาผู้คนในพื้นที่ใหม่ๆ ที่เรามักจะไม่ค่อยเห็นภาพวาดหรือกิจกรรมทำนองนี้เสียเท่าไร เช่น โรงพยาบาล หรือห้องครัว เพื่อเชื่อมผู้พิการและผู้มีปัญหาสุขภาพจิตสู่โลกของศิลปะเพื่อผสานพวกเขากลับคืนสู่สังคมอย่างสมบูรณ์

ทลายกำแพงอคติด้วยศิลปะ
Artlink ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 ในฐานะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ด้วยความเชื่อพื้นฐานที่ว่า ‘ศิลปะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีข้อจำกัดทางกายภาพ สุขภาพจิต หรืออุปสรรคทางสังคมใดๆ ก็ตาม’
องค์กรนี้จึงมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายและจัดกิจกรรมเพื่อลดช่องว่างที่ผู้พิการ ผู้มีปัญหาสุขภาพจิต หรือผู้มีความต้องการพิเศษมักเผชิญ เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยใช้การเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่การเพิ่มพูนความรู้หรือทักษะ แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองและโลกทัศน์ของผู้คนโดยรวม
ผลงานของ Artlink ไม่ใช่แค่ศิลปะธรรมดาๆ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้าง ‘การเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต’ ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับการชื่นชมและเคารพในความแตกต่าง พร้อมกับได้เปิดมุมมองใหม่ๆ เพื่อสัมผัสโลกใบนี้อย่างลึกซึ้งขึ้น และยังได้ค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการลงมือทำร่วมกันอย่างสนุกสนานและมีความหมาย
ถ้าให้อธิบายเชิงคอนเซ็ปต์แบบคร่าวๆ ไปก่อน เราพบว่าสิ่งที่ทำให้ Artlink ไม่เหมือนใครคือการทำงานแบบองค์รวมที่ไม่ได้มุ่งเน้น แค่ศิลปะหรือกลุ่มเป้าหมายเดียว แต่พวกเขาทำงานกับคนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ครอบครัวและผู้ดูแล ไปจนถึงชุมชนและเยาวชนที่สนใจศิลปะ เพราะทุกคนสำคัญเท่ากัน (โดยเฉพาะครอบครัวและผู้ดูแลก็รับบทหนักไม่แพ้กันทั้งในแง่กายภาพและจิตใจ)
ด้วยแนวคิดแบบนี้ Artlink จึงไม่ได้เป็นแค่สถานที่หรือกิจกรรมศิลปะ แต่เป็นสะพานเชื่อมต่อทางสังคมที่ใช้ศิลปะมาผูกร้อยทุกคนเข้าด้วยกัน เห็นได้จากหลากหลายความพยายามในการสร้างแหล่งเรียนรู้ เปิดโอกาสให้เข้าถึงศิลปะอย่างทั่วถึง และการร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างสังคมที่อบอุ่นและเปิดกว้าง
คำถามคือแล้วการทำงานอย่างมีศิลปะแบบไหนที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับใครสักคนได้ในระยะยาว?
เริ่มจากการสร้างพื้นที่ที่มากพอและหลากหลายพอ
Artlink วางตัวเองเป็นแหล่งบ่มเพาะและเรียนรู้ศิลปะในหลายแนวทางซึ่งผ่านการออกแบบอย่างเหมาะสมสำหรับผู้มีความต้องการเฉพาะ จึงมีพื้นที่การเรียนรู้หลายรูปแบบที่เรากำลังจะร่ายเรียงให้ฟัง แต่อันดับแรกที่เราอยากพูดถึงคือ ‘การเป็นพื้นที่สำหรับบ่มเพาะศิลปินและการแสดงงานศิลปะ’ เพราะนี่คือสิ่งที่สามารถจับต้องได้ด้วยตาเนื้อ และเห็นภาพได้ง่ายที่สุด ยิ่งมีพื้นที่มาก ก็ยิ่งมีประโยชน์มาก
เลแอนน์ รอสส์ (Leanne Ross) คือศิลปินออทิสติกผู้ได้เข้าร่วมเวิร์กชอปกับทาง KMAdotcom ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมของ Artlink ในการเป็นพื้นที่สำหรับบ่มเพาะศิลปิน และพื้นที่สำหรับการผลิตผลงานศิลปะเพื่อให้ผู้พิการได้แสดงความสามารถและสร้างอาชีพในวงการศิลปะ ซึ่งเลแอนน์ก็เป็นศิลปินเอกเจ้าของผลงานหลายชุด เช่น ผลงานชุด ‘Shout Outs‘ ซึ่งถ่ายทอดความประทับใจในการใช้ชีวิตประจำวันของเธอออกมา ด้วยการใช้สีสันสดใสวาดคำขวัญ เช่น ‘Get Up And Go’ (ลุกขึ้นและก้าวไป), ‘Fanta’ (แฟนต้า) และ ‘My Treasure’ (ของสำคัญของฉัน) มันมีความโดดเด่นทั้งในแง่ของสีสันที่สะดุดตาที่ให้ความรู้สึกตลก เป็นมิตร และอ่อนโยน แต่ในขณะเดียวกันก็เลือกใช้คำที่สั้น กระชับ แต่เต็มไปด้วยพลัง
นอกจากจะจัดแสดงในสตูดิโอแล้ว Shout Outs ยังได้มีโอกาสไปตะโกนผ่านการจัดแสดงที่ศูนย์พักผ่อนและผ่อนคลายของ NHS Greater Glasgow and Clyde Trust ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาด เพื่อช่วยบรรเทาความตึงเครียดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและลดทอนความรู้สึกเหมือนอยู่ในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี และเลแอนน์ยังได้ทำงานร่วมกับ ลอรา อัลดริดจ์ (Laura Aldridge) ศิลปินจากเมืองกลาสโกว์ เพื่อจัดแสดงผลงานชุด ‘The Outside is Inside Everything We Make’ ซึ่งนำภาพของเลแอนน์มาออกแบบการจัดแสดงใหม่ มีการใช้ฉากหลังเป็นวอลล์เปเปอร์ที่ออกแบบเป็นพิเศษโดยเลแอนน์และมีการจัดแสดงวิดีโอประกอบ
“โดยรวมแล้ว ผลงานใน ‘The Outside Is Inside Everything We Make‘ เต็มไปด้วยความหมาย อุดมไปด้วยการเล่าเรื่องและการอ้างอิงทางประสาทสัมผัสที่บางครั้งก็เติมเต็มและบางครั้งก็ขัดแย้งกัน” นิโคลา ไรท์ (Nicola Wright) นักเขียนบทความและภัณฑารักษ์แสดงความเห็นไว้

Photo: Artlink
ปัจจุบันเลแอนน์โบกมือบ๊ายบายโลกที่เธอระบายศิลปะไว้มากมาย โดย Dirty Dancing Flower ผลงานล่าสุดอันสดใสและเต็มไปด้วยการระเบิดของรอยยิ้มของเธอถูกจัดแสดงไว้ในเดือนมีนาคม 2568 ณ แทรมเวย์ อาร์ตเวนิวที่กลาสโกลว์ ข้อความในเว็บไซต์ Artlink เขียนถึงเธอไว้ว่า
“ผลงานศิลปะของเลแอนน์คือภาพสะท้อนอันจริงใจของตัวตนของเธอ ทั้งสดใส สีสัน และเติมเต็มวันไปด้วยชีวิต ในฐานะหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มศิลปะ KMA เธอเชื่อมร้อยผู้คนเข้าด้วยกันผ่านความคิดสร้างสรรค์ เสียงหัวเราะ และความรักอันลึกซึ้งของเธอที่มีต่อการรังสรรค์ผลงานอันงดงาม เธอเททั้งใจและอารมณ์ขันลงไปในทุกชิ้นงานศิลปะ ดังนั้นมันจึงไม่ได้เป็นเพียงผลงานที่โดดเด่น แต่ยังส่งผ่านความรู้สึกอบอุ่น ใจดี และหลักแหลมอย่างน่าเหลือเชื่อ”

Photo: Artlink

สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะอย่างผู้ป่วยออทิสติก Artlink ได้ร่วมมือกับ Two Trumpets ซึ่งเกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงของครอบครัวและนักปฏิบัติที่ทำงานกับผู้ป่วยออทิสติก เป้าหมายคือสร้างศูนย์ข้อมูลและแนวทางการสนับสนุนที่เข้าใจถึงสิ่งที่แต่ละครอบครัวต้องการอย่างแท้จริง นอกจากนั้น ผู้พิการ ผู้มีข้อจำกัดทางการเรียนรู้ ครอบครัว หรือแม้แต่เยาวชนทั่วไป สามารถมาวาดลวดลายได้ใน Ideas Team ห้องทดลองแนวใหม่ที่ศิลปินกับผู้มีข้อจำกัดทางการเรียนรู้ได้สำรวจประสบการณ์ประสาทสัมผัสอย่างลึกซึ้งผ่านกลิ่น เสียง การสั่นสะเทือน ฯลฯ แล้วสร้างงานศิลปะร่วมกัน พร้อมเสริมความมั่นใจในการตัดสินใจและสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้กับผู้มีความพิการซับซ้อนในชุมชน หรือ Cherry Road Learning Centre ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ Artlink ร่วมทำงานด้วย เพราะเป็นศูนย์เรียนรู้แบบองค์รวมที่ให้ความสำคัญทั้งสุขภาพกาย สุขภาวะที่ดี และการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับผู้มีข้อจำกัดทางการเรียนรู้ โดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสำคัญ
“เราทำสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าเราจะทำได้ เราสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อคนที่บริการปกติไม่สามารถช่วยเหลือได้ เพราะเราทำสิ่งที่มีความหมายและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของผู้คน” จอห์น คอร์เนล ผู้นำของทีม Cherry Road เล่า
ศูนย์การเรียนรู้ที่นี่ออกแบบการเรียนรู้ทางศิลปะแบบเฉพาะทางให้กับผู้เข้าร่วมโดยวัดจากความต้องการเป็นหลัก อาจจะเป็นการเข้าชมรมอบขนมปังเพื่อหนทางสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในโปรแกรมพัฒนาทักษะ ที่ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสส่วนผสมต่างๆ ระหว่างทำอาหารไปพร้อมๆ กับสานสัมพันธ์กับเพื่อน หรือเต้นรำ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานในโปรแกรมสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางร่างกาย หรือกิจกรรมเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory-based activity) โดยจะร่วมมือกับศิลปินเพื่อออกแบบประสบการณ์ทางเสียง การแสดง การเล่าเรื่องโดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมใช้แค่ประสาทสัมผัสและหูเพื่อรับฟังและจินตนาการต่อ
“การร่วมมือของ Artlink กับ Cherry Road Learning Centre ได้นำ ‘การปฏิวัติเงียบ’ มาสู่พื้นที่การดูแลสังคม… เปลี่ยนวิธีคิดเดิม ๆ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สร้างสรรค์ เท่าเทียม และสนุกสนาน” รายงานของมหาวิทยาลัยดันดี สรุปภาพรวมของกิจกรรมที่ Artlink สร้างเอาไว้
นอกจากนี้ รายงานจากมหาวิทยาลัยดันดี ยังได้สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า “Artlink ให้ประสบการณ์ที่มีความหมาย เพราะมันเกิดจากการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่จริงใจ การได้ร่วมงานกับศิลปินสามารถจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมเรียนรู้ เปิดรับประสบการณ์และมุมมองใหม่”
มุมมองใหม่ๆ เหล่านั้นไม่ได้มีประโยชน์ในแง่มุมของศิลปะในความหมายแบบตรงตัวเสมอไป Artlink เข้าใจว่าการขัดเกลาให้มันใช้การได้และมีประโยชน์ต่อชีวิตคือสิ่งที่สำคัญลำดับถัดมา
Artlink Socialites เปิดเวทีค้นหาทักษะใหม่ๆ ผ่านเวิร์กช็อปกับผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน (เนื่องจากเยาวชนก็ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญขององค์กร) พวกเขาอาจจะใฝ่ฝันอยากเป็นนักสร้างแอนิเมชัน ครูเต้น นักแต่งเพลง ฯลฯ ที่นี่ก็สามารถปรับกิจกรรมให้ตรงกับความสนใจของแต่ละคนจริง ๆ
และหากทักษะเหล่านั้นต้องการการปลดปล่อย ทางฝั่งกิจกรรมเพื่อสังคม Social Programme ของ Artlink ก็เป็นพื้นที่ให้คนทุกกลุ่มมีส่วนร่วมกับกิจกรรมสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงสด ดนตรี เวิร์กช็อปหลากหลาย หรือแม้แต่คาเฟ่แบบกันเอง โดยมีจุดเด่นคือการได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของทุกคนในชุมชนแบบไม่แบ่งแยก เติมเต็มช่องว่างของการสนับสนุนเยาวชน ผู้ดูแล และครอบครัว
ทั้งหมดนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ Artlink พยายามสร้างพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างยั่งยืน ออกแบบกิจกรรมส่วนบุคคลที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง และทำงานร่วมกับกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ไม่ใช่เพียงการจัดศิลปะให้บริการ แต่ยังสร้างบทบาทให้กับผู้ดูแล ครอบครัว และเครือข่ายชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

Photo: Cherry Road Learning Centre

Photo: Cherry Road Learning Centre
ศิลปะที่ ‘เข้าถึง’ ได้
บ่อยครั้งผู้พิการก็เข้าไม่ถึงศิลปะด้วยหลายเหตุปัจจัย ทั้งการเดินทาง ความไม่คุ้นเคย และความกังวลต่างๆ การสร้างการเข้าถึงศิลปะในรูปแบบที่หลากหลายจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นไม่แพ้การสร้างพื้นที่บ่มเพาะทางศิลปะ
โครงการใหญ่อย่าง Art Access โดย Artlink คือการจัดกิจกรรมออกนอกสถานที่ราว 1,000 ครั้งต่อปี (เยอะอะไรขนาดนั้น!) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้เข้าถึงศิลปะเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในหลากหลายรูปแบบ และเสริมสร้างความรู้สึกอิสระในการเดินทางและการสำรวจโลกภายนอกผ่านการร่วมงานกับแกลเลอรี่ต่างๆ เพื่อจัดทัวร์พิเศษสำหรับผู้พิการทางการได้ยินหรือมองเห็น และกระตุ้นให้พวกเขาสร้างสรรค์งานศิลปะของตัวเอง เช่น โครงการ Opening Lines สำหรับผู้พิการทางสายตา และ Let Loose สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ซึ่งจะเน้นการใช้ประสาทสัมผัสอื่นในการสัมผัสและสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างอิสระ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอายุเริ่มตั้งแต่ 20 ต้นๆ ไปจนถึงกว่า 100 ปี! และอาศัยอยู่ในพื้นที่และสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป บางคนอยู่กับครอบครัว บางคนอยู่คนเดียว หรือพักอาศัยแบบมีผู้ดูแลในบ้านพักคนชราหรือในโรงพยาบาล
อาสาสมัครกว่า 100 คนก็มาจากทุกสาขาอาชีพเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักโบราณคดี ไปจนถึงนักกายภาพบำบัด แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านไอที
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาทุกคนรวมเป็นหนึ่งเดียวกันคือความรักในการออกไปรื่นรมย์ข้างนอก และเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางศิลปะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการแสดงสด, การบรรยายทางวัฒนธรรม, ละครเพลง, นิทรรศการ, คอนเสิร์ต และภาพยนตร์
หรือกิจกรรมอย่างการสำรวจเมืองและธรรมชาติ โดยสมาชิกของโปรแกรม Arts Access และ Vintage Club จะได้ออกเดินทางสำรวจท้องถนน สวนสาธารณะ และสวนต่างๆ ของเมือง ซึ่งการออกไปข้างนอกแต่ละครั้งมักจุดประกายให้เกิดการอ่านบทกวีแบบด้นสด ร่วมทานอาหารว่างกลางแจ้ง ไปจนถึงการเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ หรือชมละครใบ้ เพื่อเปิดประสบการณ์ทางวัฒนธรรม
“การได้เข้าร่วม Artlink เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ฉันมีความสุขและสำคัญที่สุด การได้ออกไปชมละคร ดูหนัง งานเทศกาล หรือกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่จัดขึ้นรอบๆ เอดินบะระ ตอนนี้ฉันรู้สึกถึงความเป็นไปได้แล้ว ชีวิตของฉันน่าตื่นเต้นมากขึ้น” หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ Art Access เล่าให้เราฟัง

Photo: Artlink

Photo: Artlink
นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 Artlink ยังได้ทำงานร่วมกับ Scottish Storytelling Centre เพื่อเล่าเรื่องราวในธีมที่เกี่ยวข้องกับ Social Distancing โดยจับคู่นักเล่าเรื่องกับสมาชิกตามความสนใจส่วนบุคคล และมีการขยายขอบเขตการทำงานไปยังต่างประเทศ เช่น สวีเดนและเคนยา เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์
“สำหรับฉันแล้ว การได้มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์และมีคนรับฟังคือสิ่งสำคัญที่สุด ประสบการณ์ที่ได้รับนั้นทั้งมีคุณค่า น่าสนใจ และกระตุ้นความคิด ศิลปินได้รังสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสะท้อนถึงพวกเราทุกคนได้อย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญคือ มันสนุกมาก” คืออีกเสียงสะท้อนของผู้เข้าร่วม
Curious Route ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ ในฐานะสตูดิโอในเอดินบะระ ที่มีกิจกรรมหลากหลายหมุนเวียนกันไป เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของผู้ป่วยจิตเวชร่วมกับผู้คนและองค์กรที่มีความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น นักปั้นเซรามิก, ช่างแกะสลัก, นักดูนก, ศิลปินสิ่งทอ, ช่างพิมพ์, พ่อครัว, ช่างไม้, นักพฤกษศาสตร์ หรือนักตกปลา เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนมุมมองและประสบการณ์เฉพาะของพวกเขา
ตัวอย่างกิจกรรม เช่น เวิร์กชอป ‘Curious Zoo’ ร่วมมือกับสวนสัตว์เอดินบะระ สร้างแรงบันดาลใจจากการพาเยี่ยมชมพื้นที่ในสวนสัตว์และธรรมชาติ จากนั้นจึงให้สร้างสรรค์ผลงาน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ‘Curious Zoo – Felting’ จัดเวิร์กชอปการทำผ้าสักหลาดและการเย็บปักถักร้อย ส่วนอีกกลุ่ม ‘Curious Zoo – Drawing’ จัดเวิร์กชอปการวาดภาพและร่างภาพร่วมกัน รวมถึงการสำรวจวัสดุและเทคนิคที่แตกต่างกันเพื่อทำให้การออกแบบมีชีวิตชีวา
หรือโครงการ Leylines ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายสร้างสรรค์ด้านจิตเวชที่ West Lothian Artlink เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ป่วย จิตแพทย์ และศิลปิน เช่น กิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์ในสวน, การรวมตัวกันเพื่อดูแลสวน, การแสดงดนตรีสด

Photo: Curious Routes
ศิลปะแห่งการเยียวยาอย่างแท้จริง เพราะจัดขึ้นที่โรงพยาบาล
Artlink ไม่หยุดอยู่แค่การสร้างพื้นที่และการเข้าถึง แต่ยังลุยต่อไปสร้างความร่วมมือกับสถานพยาบาลต่างๆ ในกรุงเอดินบะระ
โครงการ Hospital Art หรือโครงการศิลปะในโรงพยาบาล คือการทำงานร่วมกันระหว่าง Artlink กลุ่มผู้ป่วย ครอบครัว และเครือข่ายของโรงพยาบาล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือบำบัดฟื้นฟูสุขภาพกายและใจของผู้ป่วย รวมไปถึงสร้างความเข้าใจร่วมกับครอบครัว ผู้ดูแล และบุคลากรทางการแพทย์
โดยกลุ่มศิลปินในเครือ Artlink นำโดย แอนน์ เอลเลียต (Anne Elliot) ทำงานร่วมกับโรงพยาบาล 3 แห่งในเครือ NHS Lothian ได้แก่ Royal Edinburgh Hospital, Western General Hospital และ St John’s Hospital เพื่อวางแผนสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล ร่วมกับบุคลากรและผู้ป่วย ผ่านการจัดอบรมและงานกิจกรรมต่างๆ ตัวอย่างเช่น
กิจกรรมที่ Royal Edinburgh Hospital ทำงานร่วมกับ Soul Food Sisters Community Kitchen เพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มผู้หญิงจากประเทศต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่จากการทำอาหาร ร่วมกันทำขนมปัง น้ำจิ้ม หรือซุป รวมทั้งเรียนรู้สูตรอาหารปลอดกลูเตน ไม่ว่าจะเป็นอาหารจากตุรกี โปแลนด์ หรือแอลจีเรีย
“มันน่าสนใจมากที่ได้พบผู้หญิงจากประเทศต่างๆ และเรียนรู้วิธีการทำอาหารพื้นเมืองของพวกเขาบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองมากในขณะที่เรากำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งมันสนุกมาก” ซู หนึ่งในผู้เข้าร่วมกล่าว

Photo: Artlink Hospital Arts
โรงพยาบาลแห่งนี้ยังได้จัด”The Snail’s Pace Parade” (ขบวนพาเหรดความเร็วหอยทาก) ที่เกิดมาจากแนวคิดการจัดขบวนพาเหรดที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ด้วยระดับความเร็วแบบหอยทาก เพื่อเฉลิมฉลองและให้ทุกคน ทั้งผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก บุคลากรโรงพยาบาล คนสวน และศิลปิน ได้สำรวจและสัมผัสถึงความเป็นเจ้าของร่วมกันในชุมชนโรงพยาบาลแห่งนี้ ที่ซึ่งทุกคนได้ร่วมดูแลกันมาอย่างต่อเนื่อง

Photo: Artlink Hospital Arts
กิจกรรม ที่จัดขึ้นในโรงพยาบาลอื่นๆ ก็มีความหลากหลายและน่าสนใจ เช่น
การรวมกลุ่มของ HarmonyChoir คณะร้องประสานเสียงซึ่งบางคนเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตที่โรงพยาบาล Western General Hospital คนกลุ่มนี้มารวมตัวกันเพื่อร้องเพลง สร้างมิตรภาพ เสริมทักษะการปฏิสัมพันธ์ และท้าทายอคติที่มักมองคนมีปัญหาสุขภาพจิตว่าไม่อาจมีความคิดสร้างสรรค์

Photo: Artlink Hospital Arts
หรือ กิจกรรมที่ St John’s Hospital มีการจัดเวิร์กชอปเป็นเวลา 5 สัปดาห์ระหว่างพนักงานโรงพยาบาล ผู้ป่วยนอก และวาเนสซา ลอร์เรนซ์ (Vanessa Lawrence) ศิลปินของ Artlink เพื่อสร้างสรรค์ศิลปะบนระเบียงและโซนพักรอให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
“นี่เป็นโอกาสยอดเยี่ยมสำหรับทั้งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ เพราะพวกเขาจะรู้สึกเหมือนได้บำบัดจริงๆ และผลงานศิลปะที่ออกมาก็เหลือเชื่อมาก ดีใจที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ป่วยในอีกรูปแบบหนึ่ง และเห็นพวกเขามีความสุขกันมากขนาดนี้ แทบรอไม่ไหวที่จะเห็นผลงานใส่กรอบและนำไปจัดแสดงแล้วค่ะ” ซีนีด เมอร์เรย์ ผู้ช่วยคลินิกด้านจิตวิทยาประยุกต์กล่าว
นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมา ยังมีวารสาร Morningside Mirror ที่คอยเล่าเรื่องราวและข่าวสารต่างๆ ของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่สวน Royal Edinburgh การทำประติมากรรมในเรือนกระจก หรือการสร้างสรรค์งานศิลปะต่างๆ ภายในโรงพยาบาล เรียกได้ว่าเป็นเวทีเล็กๆ ที่บันทึกชีวิตและความสุขของผู้ป่วยได้อย่างน่าประทับใจ

Photo: Artlink Hospital Arts
เชื่อมโยงกันแบบ Artlink
Artlink ไม่ใช่แค่องค์กรที่สร้างพื้นที่จัดกิจกรรมหรือสร้างเครือข่าย (ที่เยอะมาก) เท่านั้น แต่หัวใจหลักที่ทำให้พวกเขายืนหยัดมาอย่างมั่นคงกว่า 40 ปี คือแนวคิดการทำงานที่ชัดเจนและมุ่งมั่นอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพและเสริมความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วม ผ่านการร่วมมือกับศิลปินและผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบโปรเจกต์ศิลปะที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้พิการได้อย่างลงตัว สิ่งนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีความภาคภูมิใจในตัวเอง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น
ด้านการสร้างสภาพแวดล้อม Artlink ตั้งใจสร้างชุมชนที่อบอุ่นและปลอดภัยที่ทุกคนรู้สึกว่าสามารถเข้ามาพูดคุยและเชื่อมโยงกันได้จริง พร้อมใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือบำบัดเยียวยาจิตใจอย่างมีพลัง ทำให้พวกเขารู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวลดน้อยลง
ในส่วนของการเผยแพร่ผลงาน Artlink ก็เปิดโอกาสให้ผลงานของผู้พิการและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้ออกสู่สายตาสาธารณะ เพื่อทลายกำแพงอคติ สร้างความเข้าใจใหม่ๆ และส่งเสริมสังคมที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลายอย่างแท้จริง
การที่พวกเขาสามารถสร้างพื้นที่ และนำผลงานศิลปะไปสู่แกลเลอรี่หลายแห่ง จัดพาเหรด หรือกิจกรรมในโรงพยาบาลได้มากขนาดนี้ เพราะการสร้างเครือข่ายและพื้นที่แลกเปลี่ยนเป็นหนึ่งในแกนสำคัญที่ Artlink ลงมือทำอย่างเข้มข้น ด้วยการดึงพลังร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมมาเชื่อมโยงศิลปะกับการดูแลสุขภาพ การศึกษา และบริการทางสังคม พร้อมเปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ระหว่างผู้พิการ ผู้ดูแล ศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ และสมาชิกครอบครัว
ทีมอาสาสมัครผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายก็เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ เพราะ Artlink เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีใจรักและสนใจมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักโบราณคดี นักกายภาพบำบัด หมอ หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ทุกคนช่วยกันเติมเต็มแรงสนับสนุนและความรู้จนเกิดเป็นงานที่มีคุณภาพนำมาซึ่งการส่งเสริมเยาวชนในท้ายที่สุด
Artlink ตั้งใจสร้างพื้นที่และโอกาสดีๆ ให้กับเยาวชนทั่วไปที่สนใจศิลปะ พวกเขาสามารถปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาและพัฒนาทักษะอย่างเต็มที่ เพื่อปลูกฝังความรักในศิลปะและความมั่นใจที่จะเติบโตไปในอนาคต
อาจกล่าวได้ว่า Artlink เป็นแบบอย่างที่ชัดเจนขององค์กรที่ใช้พลังของศิลปะเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ยั่งยืน มุ่งมั่นในการทำงานกับชุมชนและเครือข่ายที่กว้างขวางในการสร้างการเรียนรู้แบบองค์รวมเพื่อการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน เพราะศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของทุกชีวิต เป็นเครื่องมือในการเยียวยา สร้างแรงบันดาลใจ และนำไปสู่สังคมที่เปิดกว้างและเท่าเทียมสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
ที่มา
เว็บไซต์ Artlink Edinburgh (online)
เว็บไซต์ Artlink Hospital (online)
เว็บไซต์ KMAdotcom (online)
บทความ “Artlink Introductory Description” จาก artlinkedinburgh.co.uk (online)




