เรื่องเล่าในลายเส้นของ เบนซ์-อริสรา ผาโคตร

385 views
5 mins
January 27, 2026

          ในยามที่เหล่านักอ่านเปลี่ยนพฤติกรรมจากการจับหน้ากระดาษ มาสู่การอ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้มีนักเขียนและนักวาดหน้าใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ปฏิเสธไม่ได้ว่า บทบาทของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ก็มีส่วนในการเชื่อมให้ นักเขียน ผลงาน และนักอ่าน ได้มาพบกัน โดยเฉพาะเว็บตูน (WEBTOON) แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ ก็ถือเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่เหล่านักวาดการ์ตูนให้ความสนใจและอยากร่วมงานมากที่สุดในเวลานี้

          ท่ามกลางการ์ตูนออนไลน์จากทั่วโลกที่ถูกแปลให้อ่านหลายร้อยเรื่อง ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม (2022) ได้พลิกหน้าประวัติศาสตร์เว็บตูนไทย ด้วยการขึ้นอันดับหนึ่งมาครองใจนักอ่านชาวไทยและต่างประเทศ และพาให้ชื่อของ เบนซ์-อริสรา ผาโคตร หรือ ยืนกินปากกาที่ท่าพระ ติดท็อปการจัดอันดับรายเดือนคู่กับนักวาดชื่อดังจากสตูดิโอเว็บตูนในหลากหลายประเทศ จนมีโปรเจกต์และสินค้าออกมาให้แฟนๆ ได้จับต้องมากมาย ตลอดจนการถูกซื้อลิขสิทธิ์เพื่อนำไปทำเป็นซีรีส์เวอร์ชั่นคนแสดงจริง

          จากเด็กที่มีความฝันจะเป็นศิลปินแห่งชาติ เดินทางมาสู่การเป็นเว็บตูนนิสต์แนวหน้าของเมืองไทยได้อย่างไร บทสนทนาครั้งนี้จะพาคุณไปหาคำตอบร่วมกัน

          ตามแบบฉบับเด็กที่เติบโตมาในยุค 90 เบนซ์เองก็เริ่มต้นงานวาดครั้งแรกบนสมุดวาดภาพระบายสี ใช้เวลาในแต่ละวันขีดเขียนเพื่อความสนุก จิ๊กซอว์ประสบการณ์ถูกประกอบต่อกันโดยที่เธอยังไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ จนเมื่อเธอกลายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาจากการสอบเข้าด้วยโควตาด้านศิลปะ นั่นเป็นจุดเลี้ยวใหญ่ในชีวิตที่พาให้เธอเข้าสู่โลกศิลปะอย่างเข้มข้นมากขึ้น

           “ช่วงนั้นเราจะวาดงานจิตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ลายไทย ปั้นดิน วาดสีน้ำมัน เราตั้งเป้าว่า จะเข้าเรียนที่คณะจิตรกรรมของมหาวิทยาลัยศิลปากรแน่นอน เป้าหมายสูงสุด คือ เราอยากจะเป็นศิลปินแห่งชาติค่ะ”

          เบนซ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเล่าต่อ “จนวันที่ต้องเลือกสายเรียนจริงๆ เราก็พบว่า ค่าอุปกรณ์ ค่าสีน้ำมัน ค่าจิปาถะต่างๆ มันมีต้นทุนสูงมาก ในเวลานั้นเราก็ไม่ได้มีงบมาก คิดว่าคงไม่ไหวแน่ๆ เรียนไม่รอดแน่ๆ ก็เลยเริ่มมาสนใจการวาดรูปดิจิทัลมากขึ้นค่ะ”

          จึงเป็นที่มาของการเลือกเรียนด้านการออกแบบภาพประกอบและงานกราฟิก ในสาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

           “เอาเข้าจริง เราก็สนใจงานวาดการ์ตูนมาตั้งแต่ช่วงมัธยมปลายแล้ว แต่ยังไม่ได้มองเป็นอาชีพ จำได้ว่าเราเคยไปร่วมเวิร์กชอปของกลุ่มนักวาดการ์ตูน โจทย์คือ ให้ออกแบบการ์ตูนคร่าวๆ ตอนนั้นเราหยิบเรื่องของสปอนเซอร์มาทำเป็นการ์ตูน พอเห็นว่ากรรมการชอบ มันทำให้รู้สึกว่า เราก็น่าจะคิดคอนเทนต์หรือการเขียนเรื่องได้ เลยเริ่มหันมาสนใจด้านการเขียนบทและวาดการ์ตูนมากขึ้นค่ะ ยิ่งพอเข้ามหาวิทยาลัย เราได้เรียนรู้การออกแบบเพื่อกลุ่มเป้าหมาย ต่างจากตอนแรกที่เราทำเพราะความชอบของตัวเองเท่านั้น เราก็เริ่มมองเห็นภาพว่า ถ้าจะเขียนการ์ตูน เราจะเขียนให้น่าสนใจได้ยังไง”

          RED MAN (2017) คือการ์ตูนเรื่องแรกที่แจ้งเกิดชื่อ ยืนกินปากกาที่ท่าพระ เบนซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการ์ตูนเรื่องนี้ว่า “เรียกว่าโชคดีหรือเปล่าก็ไม่รู้พอเราลองเขียนการ์ตูนเรื่องแรกก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีค่ะ ตอนนั้นเราลงในแอป WeComics TH ทางแอปเขามีกฎว่า ถ้ายอดคนดูถึงเท่านี้ เราจะได้รายได้เท่านี้ พอเราเห็นว่า เอ้อ! มันได้รายได้ดีกว่าที่เรารับจ็อบวาดรูปอีกนะ เราก็เริ่มขยับมาสายนี้มากขึ้น เพราะเห็นโอกาส เห็นรายได้ค่ะ”

          แล้วความนิยมของ รัท เด็กนักเรียนที่ชีวิตเข้าไปพัวพันกับฆาตกร ในเรื่อง RED MAN ก็เป็นใบเปิดทางไปสู่การ์ตูนเรื่องใหม่ๆ และทำให้เบนซ์มีโอกาสได้เจอกับเว็บไซต์การ์ตูนออนไลน์ยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ WEBTOON

เรื่องเล่าในลายเส้นของ เบนซ์-อริสรา ผาโคตร
การ์ตูนเรื่อง RED MAN
Photo: ยืนกินปากกาที่ท่าพระ

           “เรื่องที่ลงตอนนั้นจะเป็นเรื่อง REVERSE (2018) และอีกเรื่องที่ตามมาคือ JON คุณชายไร้สติ (2019) เป็นช่วงวัยที่เราเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย มันเจ๋งมากเลยที่นักศึกษาจะมีเงินเดือนจากการทำสิ่งนี้” เธอเงียบไปพักหนึ่งก่อนพูดต่อว่า “เอาจริงๆ ตอนนั้นเราไม่ได้ตั้งใจจะลงกับทางเว็บตูนตั้งแต่แรก จำได้ว่า เราพยายามเสนองานให้กับทุกที่ แล้วก็โดนปฏิเสธหมด แต่เว็บตูนเป็นที่เดียวที่รับงานของเรา” เธอหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนนั้น การวาดการ์ตูนกลายเป็นอาชีพที่มีรายได้เพียงพอสำหรับการดูแลครอบครัวและตัวเอง จากการร่วมงานกับทางเว็บตูนมานานกว่า 10 ปี

          และในปี 2022 เว็บตูนเรื่อง ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม ก็พลิกประวัติศาสตร์ชีวิตของเธออีกครั้ง ด้วยเรื่องราวสนุกๆ ของ พรินซ์ นักแสดงชื่อดัง LGBTQIA+ ที่ย้อนเวลาไปกว่า 170 ปีและตื่นขึ้นมาในฐานะ วรเดช ท่านขุนยุคกรุงธนบุรีผู้มีรสนิยมแบบเดียวกับพรินซ์ ระหว่างที่ผู้อ่านกำลังเพลิดเพลินกับการฉะฝีปากของ ชีพรินซ์ และ หม่อมโกศล คนรักลับๆ ของวรเดช ประเด็นหนักๆ อย่างสิทธิเท่าเทียมของเพศหลากหลาย ชนชั้น ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง และความเป็นธรรมในสังคม ก็ถูกสอดแทรกไว้ระหว่างบรรทัดได้อย่างลื่นไหล จึงไม่แปลกใจที่เว็บตูนเรื่องนี้มียอดผู้เข้าชมหลายล้านครั้ง และถูกแปลในหลายภาษา จนเกิดเป็นคอมมูนิตี้นักอ่านที่เฝ้ารอคืนวันเสาร์อย่างใจจดจ่อ

เรื่องเล่าในลายเส้นของ เบนซ์-อริสรา ผาโคตร
การ์ตูนเรื่อง REVERSE
Photo: ยืนกินปากกาที่ท่าพระ
เรื่องเล่าในลายเส้นของ เบนซ์-อริสรา ผาโคตร
การ์ตูนเรื่อง JON คุณชายไร้สติ
Photo: ยืนกินปากกาที่ท่าพระ

เรื่องเล่าในลายเส้นของ เบนซ์-อริสรา ผาโคตร
การ์ตูนเรื่อง ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม
Photo: ยืนกินปากกาที่ท่าพระ

           “มีช่วงหนึ่งเราพักจากการเขียนการ์ตูนและหนีไปรับงานคอมมิชชันมาค่ะ ทำงานวาดภาพปกบ้าง งานกราฟิกบ้าง เพราะรู้สึกว่า การเป็นนักวาดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ดูเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ แต่พอทำงานได้สักสองปี เรามองไม่เห็นความก้าวหน้า นึกไม่ออกว่าตัวเองจะเติบโตไปทางไหนต่อ ประกอบกับตอนนั้นมีงานประกวดบทซีรีส์ เลยลองทำพล็อตท่านขุนฯ ขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งไป เพราะมีขั้นตอนการเสนองาน ตัวเราไม่เคยทำสิ่งนี้มาก่อน คิดว่าคงขึ้นไปยืนตัวสั่นแน่ๆ หลังจากนั้น เราก็ปรับเป็นการ์ตูนและเอาไปส่งประกวดต่อ ในระหว่างที่รอผล การ์ตูนดันแมสใน TikTok ทางเว็บตูนก็ติดต่อมาด้วยความงงว่า ทำไมไม่เสนอบทนี้ให้กับเราล่ะ ก็เลยเป็นที่มาของท่านขุนฯ ที่ทุกคนได้อ่านกันค่ะ” เบนซ์หัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงจุดเริ่มต้นของเว็บตูนเรื่องนี้

          แน่นอนว่า การ์ตูนก็นับเป็นสื่อแขนงหนึ่งที่อาจส่งผลต่อความคิดของผู้คน โดยเฉพาะเด็กๆ ได้ การเขียนบทที่เปิดกว้างและไม่ชักจูงผู้คนจนเกินไป จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่นักทำเว็บตูนคนนี้ให้ความสำคัญ

           “เวลาเขียนบท เรามักจะระวังว่า เรากำลังส่งต่อแนวคิดที่เป็นภัยกับสังคมไหม หรือเราดูโลกสวยไปหรือเปล่า หรืออะไรหรือเปล่าประเด็นเหล่านี้ ด้วยความที่เราเขียนถึงประเด็นทางการเมือง เราจะเขียนโดยไม่ตัดสินว่าใครถูกหรือผิด เพราะถ้าเราเผลอเขียนแล้วชี้ว่าคนนี้ผิดปุ๊บ มันเหมือนเราชี้นำสังคม ก็เลยพยายามเป็นกลางให้มากที่สุด และเปิดพื้นที่ให้คนอ่านไปตีความวิเคราะห์เองมากกว่า หรืออย่างในช่วงซีซันแรก เราพยายามสร้างพื้นที่ให้คนได้เห็นการเติบโตของตัวละคร เพราะเราอยากส่งต่อแนวคิดที่ว่า ทุกคนมีเหตุผลของการกระทำต่างกันไป ตัวละครที่เราไม่ชอบ จริงๆ แล้วเขาผ่านเรื่องราวแบบนี้มานะ มันก็เป็นหนึ่งในแนวคิดที่ลดความขัดแย้งของคนในสังคมได้เหมือนกันค่ะ”

           “ประเด็นมันอาจจะดูเข้มข้น ด้วยความที่เราชอบหยิบจับเรื่องหนักๆ มาแทรกในนั้น แต่ถ้าใครอ่านจะเห็นว่าการ์ตูนของเราอ่านง่าย เบาสมอง เราพยายามเขียนงานแบบสองเลเยอร์ อ่านสบายๆ ก็สนุกได้ ใครที่อยากอ่านจริงจัง สนุกกับประเด็นหนักๆ ก็จะได้เห็นในเรื่องนี้ค่ะ” เบนซ์เล่าถึงความตั้งใจที่ซ่อนไว้ระหว่างบรรทัด

           “ด้วยความที่ยอดคนอ่านสูงมากๆ และลงเป็นรายสัปดาห์ ทำให้เราได้รับฟีดแบ็กจากทุกทิศทางแบบทันที ซึ่งมันดีนะคะ เหมือนเราได้เห็นทันทีว่า คนอ่านรู้สึกยังไงกับงานของเรา พอเราเห็นว่าเขาชอบคาแรกเตอร์นี้ ไม่ชอบสิ่งนี้ เราก็สามารถปรับดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ได้แบบเรียลไทม์ เช่น เราเห็นคนชอบคาแรกเตอร์นี้ งั้นเราพาเขามาเจอนักอ่านอีกหน่อย คนชอบซีนแบบนี้ งั้นเราหาจังหวะเล่นอีกดีไหม ส่วนภาพรวมของบทจะไม่ถูกปรับเท่าไหร่เพราะเรามีการวางแผนมาตั้งแต่ต้นแล้ว”

เรื่องเล่าในลายเส้นของ เบนซ์-อริสรา ผาโคตร
Photo: ยืนกินปากกาที่ท่าพระ

          เสน่ห์ของการ์ตูนรายสัปดาห์ คือ การได้รับรู้ความรู้สึกของผู้อ่านแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้การทำงานของนักวาดการ์ตูนเป็นไปอย่างเรียลไทม์เช่นกัน

          เราถามถึงกิจวัตรการทำงานของเบนซ์ในหนึ่งสัปดาห์ ในช่วงที่การ์ตูนออนแอร์อยู่ “ด้วยความที่เราเรียนสายอาร์ตอยู่แล้ว งานภาพเราใช้เวลาประมาณสามวัน หรือบางครั้งสองวันเราก็เสกงานภาพขึ้นมาได้ แต่เราจะให้เวลากับการเขียนบทประมาณสี่วัน ระหว่างนั้น จะมีลงคอร์สเรียนเขียนบทหรือเขียนการ์ตูนบ้าง การวิเคราะห์ภาพยนตร์หรือซีรีส์บ้าง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับงานของเรา”

           “ช่วงที่ทำเรื่อง ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม ซีซันหนึ่งและสอง เราทำงานค่อนข้างหนัก แต่พอเข้าสู่ซีซันสามก็เริ่มเบาลง เพราะเราทำงานได้ไวขึ้นแล้ว และเรามีรับผู้ช่วยด้านต่างๆ เพิ่ม เพราะต้องทำงานกับคนอื่นมากขึ้น การที่ท่านขุนฯ ติดกระแส ทำให้เราได้รับโอกาสหลายอย่าง มีคนติดต่อมาให้เขียนบท มีคนชวนไปทำโปรเจกต์ใหม่ๆ แต่ตอนนี้เบนซ์ยังคงโฟกัสอยู่กับงานหลักที่ทำอยู่นะ แต่ก็มีการทำโปรเจกต์ใหม่ๆ อย่าง ซีรีส์ สินค้า นิทรรศการ และการทำงานกับแบรนด์อื่นๆ ต่อยอดจากเรื่องนี้บ้าง”

           “ตอนนี้เรากำลังทดลองทำระบบสตูดิโออยู่ ส่วนตัวเราทำงานวาดมาจนสุดทางแล้ว และมองว่าคนอื่นสามารถมาทำแทนได้ เราจึงค่อยๆ เอาตัวเองออกจากงานวาดและขยับไปเป็นคนเขียนบทหรือโปรดิวเซอร์แทน ในอนาคตเราอยากเป็นสตูดิโอที่ส่งออกงานเว็บตูนไทย งานคนไทยมีคุณค่าพอจะส่งไปสู้ในเวทีโลกนะคะ เราอยากมีส่วนช่วยผลักดันเว็บตูนไทย เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้โตขึ้น เราจะได้อยู่กับอุตสาหกรรมนี้ไปนานๆ”

           “เพราะจริงๆ อุตสาหกรรมนี้มีที่ให้คนอีกเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็น นักวาด นักเขียนบท คนเขียนสตอรีบอร์ด คนทำฉากสามมิติ บางคนอาจจะวาดรูปไม่เป็น แต่เขามีวิสัยทัศน์ รู้ว่าผลงานควรปรับแก้ยังไง ก็มาเป็นโปรดิวเซอร์หรือบรรณาธิการได้ ซึ่งอาชีพนี้ค่อนข้างขาดมากในตลาด ทุกวันนี้ บ.ก. เว็บตูนก็ค่อนข้างงานล้นมือ ทำให้เขาไม่สามารถมาตรวจงานเราได้เต็มที่ บางที เราก็ต้องหาคนอื่นช่วยดูงานเรา ช่วยตรวจงานเรา หรือใครพูดเก่งจะมาเป็นเซลส์หรือเอเจนซีในสายนี้ก็ยิ่งเหมาะ เพราะนักวาดส่วนใหญ่ขายงานไม่เก่ง เราก็ด้วย”

          บทสนทนาดำเนินมาถึงตอนสุดท้าย เบนซ์เผยให้เห็นแง่มุมหลากหลายในชีวิต ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงภาพอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่เมื่อถอดส่วนประกอบต่างๆ ออกไป คุณจะพบกับแก่นกลางชีวิต คือ ความพยายามและไม่ย่อท้อ นั่นเป็นจุดแข็งทำให้เธอมาได้ไกลจนถึงทุกวันนี้

           “มีคนถามเราบ่อยว่า ทำยังไงถึงจะมีชีวิตแบบนี้ได้ เราคงแนะนำได้แค่ว่า ต้องลงมือทำต่อไปเรื่อยๆ ต่อให้จะล้มเหลวกี่ครั้ง เราก็ต้องทำต่อไป คงเป็นเพราะเราเป็นคนชอบเอาชนะมั้งคะ อย่างเวลาลงประกวดแล้วไม่ได้รางวัล เราจะมูฟออนจากสิ่งนั้นไม่ได้ มันทำให้เรายิ่งฝึกวาดรูปซ้ำๆ การทำซ้ำ ทำให้เราเห็นข้อดีและแก้ไขข้อผิดพลาด ถ้าคนอื่นทำสิบครั้ง เราต้องทำร้อยครั้งพันครั้ง แล้วมันจะมีสักครั้งที่เป็นของเราค่ะ”

          แล้วชั้นกระดาษที่ถูกทับซ้อนกันซ้ำๆ ก็ทำให้เธอกลายเป็นนักวาดการ์ตูนชื่อดังในยุคนี้

เรื่องเล่าในลายเส้นของ เบนซ์-อริสรา ผาโคตร
Photo: ยืนกินปากกาที่ท่าพระ


เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือ ‘Readtopia 3 ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศการอ่านของไทย’ (2568)


ที่มา

Cover Photo: ยืนกินปากกาที่ท่าพระ

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก