Alchemy Film & Arts ชุมชนสร้างภาพ(ยนตร์) เพื่อชาวเมืองทุกคนในเมืองฮาวิค

436 views
9 mins
October 6, 2025

          สำหรับคนที่รักการดูหนัง อะไรมันจะน่าตื่นตาตื่นใจไปกว่าการที่มีพื้นที่ในการฉายหนังอันหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก ได้เจอและแลกเปลี่ยนแง่มุมกับ ‘คอหนัง’ เหมือนๆ กัน และถ้านั่นยังไม่น่ากรี๊ดพอ ยังมีเวิร์กช็อปการทำภาพยนตร์ในชุมชนและเทศกาลหนังประจำปีด้วย!

          ฮาวิคเป็นเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในสก็อตแลนด์ เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อันจะเห็นได้จากปราสาทเก่าแก่ที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชมทั้งปราสาทเฮอร์มิเทจ (Hermitage Castle) ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13, พิพิธภัณฑ์ฮาวิคซึ่งเป็นเสมือนกรุเก็บประวัติศาสตร์อันยาวนานและทรงคุณค่าของเมือง ตลอดจนอนุสาวรีย์ The Turning of the Bull อันเลื่องชื่อ หากแต่สิ่งที่ทำให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นที่รู้จักสำหรับคนดูหนังคือ ‘Alchemy Film & Arts’ โปรเจ็กต์อันแสนทะเยอทะยานและมีหัวใจ ในการจะใช้ ‘ภาพยนตร์’ เป็นช่องทางในการพบปะ สนทนาและกระชับความสัมพันธ์ ไปจนถึงการเรียนรู้และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ร่วมกันของคนในชุมชนตลอดทั้งปี คนบ้านใกล้เรือนเคียงสามารถรวมตัว พูดคุยถกเถียงคอเป็นเอ็นแบบคอหนังได้อย่างเต็มที่

Photo: ALCHEMY FLIM AND ARTS

          หัวใจหลักๆ ที่ Alchemy Film & Arts สร้างคือการจัดเทศกาลภาพยนตร์ทดลอง รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวของศิลปินในสก็อตแลนด์ รวมถึงสหราชอาณาจักร ตลอดจนมีโปรแกรมศิลปินพำนักสำหรับศิลปินด้านภาพยนตร์แห่งเดียวในสก็อตแลนด์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนคนทำหนังเหล่านี้ทั้งในเชิงองค์ความรู้และเชิงเทคนิค โดยเป้าหมายสำคัญของ Alchemy Film & Arts คือมุ่งมั่นจะผลักดันให้ฮาวิคเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘เมืองแห่งภาพยนตร์’ ของสก็อตแลนด์!

มุ่งมั่นปั้นเมืองแห่งภาพยนตร์

          ก่อนหน้าปี 2010 ดัชนีชี้วัดความยากจนของสก็อตแลนด์ (Scottish Index of Multiple Deprivation -SIMD) เคยจัดอันดับให้เมืองฮาวิคอยู่ในกลุ่มพื้นที่ ‘ยากจน’ ที่สุดของประเทศ (ฮือ) อันเนื่องมาจากอัตราการผลิตน้อย ส่งผลให้อัตราการว่างงานของประชากรสูงขึ้น จำนวนประชากรต่ำ ขาดการแคลนโครงสร้างสาธารณะพื้นฐาน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนชี้เป้าไปว่า ฮาวิคนี่ช่างเป็นเมืองที่ไม่เหมาะสำหรับศิลปินหรือใครก็ตามที่ทำงานเชิงสร้างสรรค์แม้แต่น้อย

          แต่ท่ามกลางสภาพอันแสนไม่เอื้ออำนวยนี้ ริชาร์ด แอชโรแวน (Richard Ashrowan) ศิลปินชาวสก็อตแลนด์ก็ยืนกรานว่า ฮาวิคมีศักยภาพจะเป็น ‘ดินที่ดี’ สำหรับเหล่าศิลปินได้ เขาจึงเริ่มผลักดันโปรเจ็กต์ Alchemy Film & Arts ด้วยการระดมทุนและจัดโปรแกรมเรียนรู้สำหรับศิลปิน

Photo: Richard Ashrowan

          หนึ่งในนั้นคือโปรเจ็กต์สุดแสนจะเก๋และเลื่องชื่ออย่าง Film Club ที่เปิดให้ประชาชนอายุระหว่าง 16-30 ปี เข้าชมภาพยนตร์ได้เป็นรายเดือนฟรี รวมทั้งสร้างบทสนทนาและสังสรรค์หลังจากดูจบ โดยโปรแกรมนี้จะจัดขึ้นทุกวันพุธแรกของเดือน ณ ใจกลางเมืองฮาวิค โดยไม่เพียงแต่เราจะได้เจอ ‘คอหนัง’ เหมือนกัน หากแต่ยังเป็นไปได้ที่จะได้เจอศิลปินหรือคนทำหนังที่แวะมาดูหนังเรื่องเดียวกันในแต่ละโปรแกรม ทั้งยังมีอาหารและเครื่องดื่มบริการให้ภายในงานด้วย!

Photo: Film Club

          อีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าสนใจคือ The Teviot, the Flag and the Rich, Rich Soil ที่เริ่มขึ้นในปี 2021 โดยเป็นเสมือนโปรแกรมศิลปินพำนัก (Residency) ที่ชวนศิลปินมาสำรวจความเป็นชุมชนฮาวิคและเขตแดนของสก็อตแลนด์ ผ่านพื้นที่ในเชิงกายภาพ ประวัติศาสตร์และองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้จากงานวิจัย จุดเด่นคือการเน้นให้ศิลปินทำงานร่วมกับชุมชน สำรวจและค้นคว้าอัตลักษณ์ของฮาวิคทั้งในแง่อดีต ปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งประเด็นในเชิงศิลปะวัฒนธรรม ไม่ว่าจะรากของการเป็นเมืองอุตสากรรม หรือธรรมชาติอันสวยงามของเมืองอย่างป่าไม้และสิ่งแวดล้อม โดยทั้งหมดนี้ มีการจัดทุนการศึกษาให้ศิลปิน และโปรแกรมเวิร์กช็อปร่วมทำหนังกับคนในชุมชนด้วย

           จูเลีย พาร์คส์ (Julia Parks) คือหนึ่งในคนทำหนังที่ได้เข้าร่วมเป็นศิลปินพำนักในโครงการนี้เมื่อปี 2023 และเมื่อโครงการสิ้นสุดลง พาร์คส์ก็พบว่าตัวเองหลงรักเมืองฮาวิคอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และลงเอยด้วยการย้ายเข้าไปพำนักในเมืองถาวร

Photo: Julia Parks, THE WOOL ALIENS

          “ฉันรู้สึกว่าเมืองนี้ยอดเยี่ยมสุดๆ ไปเลย” เธอบอก “บรรยากาศในชุมชนดีมากๆ แถมหลังจากเข้าร่วมโครงการ ฉันยังได้เพื่อนดีๆ อีกหลายคน ตัวฉันเองไม่เคยใช้ชีวิตแบบนี้มาก่อน และคิดว่าสิ่งเจ๋งๆ ที่เกิดขึ้นตามมา ก็เป็นผลมาจากโครงการนี้แหละ”

          ระหว่างเข้ารับการพำนัก พาร์คส์สำรวจชุมชนฮาวิคอย่างละเอียด และพบว่าประเด็นที่เธอสนใจที่สุดคือเรื่องพืชพรรณและสิ่งแวดล้อม เมื่อเธอพบว่ามีพืชต่างถิ่นกระจายตัวอยู่ริมแม่น้ำของชุมชน เธอจึงทำสารคดี The Wool Aliens (2023) ความยาว 28 นาทีเพื่อสำรวจประเด็นนี้โดยเฉพาะ, Tell Me About the Burryman (2023) ว่าด้วยประเพณี ‘เบอร์รีแมน’ อันเก่าแก่หลายศตวรรษของสก็อตแลนด์, All Flesh Is Grass (2023) หนังทดลองที่สำรวจความสัมพันธ์ของธรรมชาติ ผู้คนและความตายผ่านการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในย่านฮาวิค และ Burnfoot Grows (2023) หนังสั้นความยาว 9 นาที ว่าด้วยการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนโดยเหล่าอาสาสมัครในชุมชน

Video: The Wool Alien trailer

          “ผู้นำอาสามัครมาถามฉันว่า สัปดาห์นี้เราจะมีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ด้วยกัน อยากมาถ่ายทำไหม” พาร์คส์บอกอย่างตื่นเต้น

          หลังจากที่เธอตอบตกลง พาร์คส์ก็ได้ถ่ายทำกระบวนการทำงานและร่วมมือกันระหว่างอาสาสมัครที่เข้าไปพรวนดินในสวน และปลูกพืชผลไม้โดยปราศจากสารพิษ “ทั้งหมดนี้ ฉันได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากอาสาสมัครรุ่นเยาว์ของกลุ่มค่ะ” พาร์คส์บอก “พวกเขาช่วยฉันดูเรื่องแสงและช่วยฉันถ่ายภาพบางภาพด้วย งานจึงออกมาเป็นธรรมชาติ และเปี่ยมไปด้วยการร่วมมือกันของเราค่ะ”

          ไม่เพียงเท่านั้น Alchemy Film & Arts ยังจัดเทศกาลหนังในชื่อ Alchemy Film and Moving Image Festival ทุกฤดูใบไม้ผลิ โดยภายในงานมีทั้งการจัดฉายภาพยนตร์ที่ทางเทศกาลคัดสรร นิทรรศการภาพเคลื่อนไหว การแสดงจากศิลปิน โดยจุดแข็งของเทศกาลหนัง Alchemy Film คือบรรยากาศอันแสนเป็นกันเองของคนในพื้นที่ ความอบอุ่นและพร้อมกันนั้นก็เต็มไปด้วยความสดใหม่ของภาพยนตร์หลากเรื่อง

Photo: Alchemy Film and Moving Image Festival

          นิตยสาร Little White Lies ซึ่งเป็นนิตยสารภาพยนตร์ชื่อดังของสหราชอาณาจักร เคยเขียนถึงเทศกาลหนัง Alchemy Film and Moving Image Festival ไว้ว่า “สิ่งที่พบในเทศกาลหนังแห่งนี้ คือความเป็นไปได้ของการสร้างโลกอีกใบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นแล้ว ณ เทศกาลหนังแห่งนี้” เช่นเดียวกับนิตยสารศิลปะเจ้าใหญ่ Art Monthly ที่ระบุไว้ว่า “ภาพยนตร์ที่ฉายในเทศกาลทุกเรื่องมีคำบรรยาย และหลายเรื่องก็มีระบบบรรยายด้วยเสียง สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมงานในการจะพาหนังทดลองไปถึงผู้ชมทุกกลุ่มให้เกิดขึ้นจริง มิใช่เกิดขึ้นแค่ในเชิงทฤษฎีเท่านั้น”

          Alchemy Film and Moving Image Festival ยังแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชน ด้วยการนำผลงานของศิลปินที่เข้าร่วมโปรแกรมศิลปินพำนักมาร่วมรับเชิญในงานเทศกาลเสมอ เช่น ในปี 2022 เจด มอนต์เซอร์แรต (Jade Montserrat) ศิลปินซึ่งเข้าร่วมในโครงการพำนัก ก็ขึ้นกล่าวปาถกฐาและนำเสนอชิ้นงานของเธอ มาร์ค ลีเคน (Mark Lyken) คนทำหนังก็นำสารคดีที่เขากำกับ ซึ่งว่าด้วยเรื่องชุมชนฮาวิคและพิธีกรรมต่างๆ ที่สืบเนื่องจากอดีตมาฉายในเทศกาล นอกจากนี้ ภายในเทศกาลยังมีโปรแกรมจัดฉายฟุตเทจที่ชาวเมืองถ่ายทำเกี่ยวกับชุมชนของตัวเองด้วย

          มากไปกว่านั้น ยังมีโปรเจ็กต์สุดเลิศในชื่อ Hawick in Common อันเป็นโครงการที่มีกำหนดระยะเวลา 2 ปีในการให้ศิลปินสำรวจประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีความเป็นอยู่ของเมืองฮาวิค ศิลปินที่เข้าร่วมโปรแกรมจะได้รับค่าตอบแทนและมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์ทุกขั้นตอน โดยจะได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปการสร้างภาพยนตร์กับชุมชนตลอดระยะเวลา 18 เดือน โครงการพัฒนาทักษะ และทำความเข้าใจ

Photo: Hawick in Common

          ประวัติศาสตร์ชุมชนผ่านภาพยนตร์ และการทำสารคดีว่าด้วยประเพณีเก่าแก่ของเมืองอย่างการขี่ม้า (Common Riding) ตลอดจนเหล่าแรงงานหรือวิถีชีวิตของชาวเมืองซึ่งแนบชิดเป็นหนึ่งเดียวกับประวัติศาสตร์ โดยโครงการนี้ได้รับทุนจากหลายๆ หน่วยงาน ทั้งหน่วยงานท้องถิ่นอย่าง Scottish Borders LAG Community Led Local Development Fund และ The National Lottery Heritage Fund หน่วยงานจากสหราขอาณาจักร

ใครๆ ก็ทำหนังทดลองได้ในฮาวิค

          ทว่า….การจะเป็น ‘เมืองแห่งภาพยนตร์’ ได้ไม่ได้อาศัยแค่การจัดฉายหนังหรือสรรสรรค์ศิลปินอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหัวใจสำคัญที่ทำให้ Alchemy Film & Arts โดดเด่นคือการมุ่งมั่นอยากให้ชาวเมืองเป็นส่วนหนึ่งกับเทศกาลภาพยนตร์และวัฒนธรรมการดูหนัง พวกเขาจึงสร้างโปรเจ็กต์เก๋ๆ ที่เชื้อเชิญให้คนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ไล่มาตั้งแต่การหัดทำหนังสั้น การใช้ศิลปะเพื่อเยียวยาจิตใจ และการสร้างแหล่งความรู้ให้แก่คนในชุมชน ด้วยเนื้อหาที่แสนจะเฉพาะตัวแบบ ‘ฮาวิค’ มากๆ เพราะพูดถึงการรุกรานของเหล่าแกะต่างสายพันธุ์!

          หนึ่งในโปรเจ็กต์ที่ได้รับคำชื่นชมและเป็นที่จับตาอย่างยิ่งของ Alchemy Film & Arts คือโปรเจ็กต์ Viewfinders ซึ่งจัดร่วมกับ Scottish Borders Council สนับสนุนให้คุณครูในฮาวิคเรียนรู้การ ‘ทำหนัง’ ขึ้นมาเองด้วยไอแพด เพื่อยกระดับการเรียนการสอนศิลปะภายในโรงเรียน โดยทางเทศกาลชวนคุณครู 14 คนจากโรงเรียนประถมศึกษา 7 แห่งในฮาวิคให้มาเข้ารับการอบรม แนะนำเทคนิคเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์โดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือหรูหราอย่างกล้องใหญ่ๆ ปลายทางคือเพื่อให้คุณครูเหล่านี้นำเทคนิคที่ได้ไปปรับแต่งให้การเรียนการสอนในโรงเรียนสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Photo: Viewfinders

          นอกจากนี้ยังมีโปรเจ็กต์ Branching Out ที่ทาง Alchemy Film & Arts ร่วทมือกับกลุ่มเยาวชน The Branching Out & In Youth Group อันเป็นกลุ่มเยาวชนอายุระหว่าง 16-25 ปีที่บกพร่องทางการเรียนรู้หรือมีภาวะออทิสติก ด้วยการจัดเวิร์กช็อปและจัดฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง โดยโปรเจ็กต์นี้ยังมีโปรแกรมทำหนังสั้น My Superpower and Me ความยาว 18 นาที ที่ชวนให้เหล่าเยาวชนออทิสติกมาแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขา และการบอกเล่ามุมมองของการเป็นออทิสติกในแง่ของการเป็นความสามารถพิเศษหรือคุณสมบัติเฉพาะตัวอย่างหนึ่ง รวมทั้งกิจกรรมสร้างภาพแอนิเมชันด้วยการทาสีลงบนแผ่นฟิล์ม 8 มม.โดยกิจกรรมทั้งหมดผ่านการออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะออทิสติก ทั้งในแง่การสร้างบรรยากาศสุขสงบระหว่างการร่วมกิจกรรมและความสะดวกสบาย ทำให้ผู้เข้าร่วมโปรเจ็กต์ Branching Out สามารถรื่นรมย์กับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะการสนทนา การดูภาพยนตร์หรือการเข้าร่วมเทศกาลหนังได้ตลอดระยะเวลาของโปรแกรม

Photo: Branching Out

          พ้นไปจากการทำงานกับกลุ่มผู้ที่มีภาวะออทิสติก Alchemy Film & Arts ยังนำเสนออีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่มีหัวใจอย่างยิ่งคือ Healing The Loss หนังสั้นความยาว 10 นาที ที่ให้ผู้คนมาถ่ายทอดประสบการณ์การสูญเสียคนรักหรือคนใกล้ชิดจากการฆ่าตัวตาย ตัวหนังมุ่งสำรวจไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์หรือ the Clootie Tree อันเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีในสก็อตแลนด์ ที่จะมีผู้นำริบบิ้นเล็กๆ มาผูกไว้บนต้นไม้ (โดยทั่วไปจะเป็นต้นฮอว์ธอร์นหรือต้นแอช) มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาโรคภัยหรือเยียวยาจิตใจ ผู้ที่เคยสูญเสียคนใกล้ชิดไปจากการอัตวิบากกรรมจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ และอุทิศความทรงจำให้แก่ผู้ล่วงลับ

          Alchemy Film & Arts จัดทำหนังอันแสนอ่อนไหวและยิ่งใหญ่นี้กับ the After A Suicide Working Group อันเป็นกลุ่มอาสาสมัครของคนที่เคยมีคนใกล้ตัวจากไปจากการฆ่าตัวตายในสก็อตแลนด์ มีเป้าหมายเพื่อให้เหล่าอาสามัครได้แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ เช่น สัญญาณของการจากไปของคนใกล้ตัว การดูแลเยียวยาความรู้สึกหลังความเจ็บปวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอัตวิบากกรรมในท้องถิ่นอีก

          ตลอดทั้งเรื่อง ผู้ชมจะได้ยินเสียงบอกเล่าประสบการณ์ของความสูญเสีย หากแต่ไม่มีการเปิดเผยใบหน้าโดยชัดเจนหรือชื่อของผู้พูดเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว มีเพียงฟุตเทจของริ้วผ้าและริบบิ้นที่ผูกอยู่บนต้นไม้ และเวิ้งหุบเขากว้างของสก็อตแลนด์ซึ่งพวกเขาไปรวมตัวกัน ทั้งนี้ หนังสั้น Healing The Loss นี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Scottish Mental Health Arts Festival ในปี 2021 อีกด้วย

          หนังสั้นความยาว 6 นาทีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจจาก Alchemy Film & Arts คือ Soupalunch Heroes ซึ่งร่วมสร้างโครงการ Reaching Out ซึ่งเป็นโครงการท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับโบสถ์ในชุมชนฮาวิค หัวใจสำคัญคือให้อาสาสมัครมารวมตัวกันเพื่อจัดอาหารและเครื่องดื่มไปเสิร์ฟคนในชุมชน 60 คนทุกวันพุธ ที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนซึ่งหอบหิ้วอาหารตัวเองมาจากบ้าน และแบ่งปันให้กันและกัน ไม่ว่าจะเพื่อนหรือคนแปลกหน้า

          หนังสั้น Soupalunch Heroes พาคนดูรู้จักผู้คนในโครงการ Reaching Out ด้วยการสัมภาษณ์เหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงมาร่วมโครงการนี้ และคำตอบที่ได้นั้นแสนจะน่ารักและชวนอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็น “ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ” หรือ “ได้เจอวิกกี เธอตัวสูงและตลกมาก” หรือแค่เพราะ “ผมชอบที่ได้จัดโต๊ะอาหารยังไงล่ะ!” นอกจากนี้ หนังสั้นยังพาไปดูกระบวนการทำอาหารและมิตรภาพที่งอกงามขึ้นระหว่างเหล่าอาสาสมัคร กับผู้คนซึ่งพวกเขาจัดอาหารให้ทุกสัปดาห์ด้วย

Photo: Soupalunch Heroes

          และเมื่อพูดถึงอาสาสมัคร อีกโปรเจ็กต์หนึ่งที่ได้รับคำชมล้นหลามคือ Bears, Bengals and Big Bad Barry เวิร์กช็อปถ่ายทำหนัง 6 เรื่องกับ Hawick Cubs, Jedburgh Scout Group และ Interest Link อันเป็นองค์กรท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับเด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยหนังทั้ง 6 นั้นถ่ายทำอย่างง่ายๆ และน่ารัก เช่น ใช้นักแสดงที่เป็นอาสาสมัครซึ่งมีภาวะออทิสติก กับฉากหลังที่วาดขึ้นมาด้วยสีชอล์ค! หรือการใช้ตุ๊กตากระดาษ (ที่ก็วาดด้วยมือและลงสีด้วยสีไม้) เล่าเรื่อง ตลอดจนให้เหล่าเด็กๆ มาร่วมแสดงในหนังสั้นความยาวห้านาที กับซาวด์ดนตรีสุดตื๊ด!

Photo: Bears, Bengals and Big Bad Barry

          ภายใต้การถ่ายทำและงานภาพเรียบง่าย หนังทั้ง 6 เรื่องของโปรเจ็กต์ Bears, Bengals and Big Bad Barry กลับอัดแน่นไปด้วยประเด็นแหลมคมและอ่อนไหว เช่น การกลั่นแกล้งรังแกในกลุ่มเด็กๆ ปัญหาสภาพแวดล้อมและการมาเยือนของเจ้าแกะต่างถิ่นที่ทำให้คนในชุมชนฮาวิคปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างมาก มันจึงเป็นหนังที่สร้างขึ้นโดยชาวฮาวิค พูดประเด็นในชุมชนฮาวิค และสื่อสารกับผู้คนในชุมชนฮาวิคตรงๆ ด้วยท่าทีน่าเอ็นดูและเป็นมิตร

           ว่าไปแล้ว จุดแข็งของ Alchemy Film & Arts ไม่เพียงแต่เป็นการ ‘สร้าง’ หนังที่ว่าด้วยชุมชน หากแต่หัวใจสำคัญคือการที่มันผลิตโปรเจ็กต์ซึ่งอาศัยการร่วมไม้ร่วมมือจากคนในชุมชนเป็นหลัก สิ่งที่ได้จึงไม่ใช่แค่หนังสั้นหรือหนังยาว หรือแม้แต่ศิลปินใหม่ๆ หากแต่ยังเป็นสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นของผู้คนกับชุมชนเล็กๆ ด้วย

Behind The Scene

          มองจากภาพใหญ่ จะเห็นว่าโปรเจ็กต์หลากหลายของ Alchemy Film & Arts นั้นมุ่งทำงานกับเรื่องราวเชิงพื้นที่และประวัติศาสตร์ของเมืองฮาวิค สก็อตแลนด์ ทั้งในแง่ศิลปะวัฒนธรรม ผู้คน และสิ่งแวดล้อม

          Alchemy Film & Arts ยังผลักดันเขตแดนของโปรเจ็กต์ไปอีกขั้นด้วยการร่วมทำงานวิจัยในระดับปริญญาเอกร่วมกันกับมหาวิทยาลัยควีน มาร์กาเร็ตในเมืองเอดินบะระ กับมหาวิทยาลัยกลาสโกวต่อประเด็นโอกาสในสายอาชีพศิลปะ โดยร่วมให้ข้อมูลว่าสถาบันทางศิลปะในชุมชนเล็กๆ นั้นสร้างสายสัมพันธ์ต่อประวัติศาสตร์ สังคมและบริบทของชุมชนอย่างไร เพื่อฉายให้เห็นถึงการเป็นหนึ่งในเสาหลักของการสร้างวัฒนธรรมการเสพศิลปะในท้องถิ่น และงานวิจัยหนึ่งที่ได้รับการตีพิมพ์จากมหาวิทยาลัยควีน มาร์กาเร็ตคือ Relational Management at Alchemy Film & Arts โดย ไคลา ทัลลี (Kyla Tully) นักศึกษาชาวอเมริกันที่ศึกษาต่อในเอดินบะระและสนใจความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรศิลปะกับชุมชนเล็กๆ โดยเธอเสนอว่า Alchemy Film & Arts สร้างรากฐานของศิลปะในเชิงภาพยนตร์ด้วยการสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับผู้คน และร่วมพัฒนาชุมชนซึ่งอยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่มั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังประยุกต์ประเด็นสิ่งแวดล้อมและพืชพรรณมาใช้กับงานภาพยนตร์ได้อย่างสร้างสรรค์

          นอกจากนี้ยังมีโปรเจ็กต์ Borders Community Film Archive ที่ทาง Alchemy Film & Arts เชิญชวนให้ผู้อาศัยในฮาวิค (ทั้งที่เคยอาศัยเมื่อในอดีตหรือกำลังอาศัยอยู่) ร่วมกันส่งฟุตเทจเกี่ยวกับตัวเมืองฮาวิค ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันของพวกเขาขณะใช้ชีวิตในชุมชน วิวทิวทัศน์ การแข่งกีฬา ไปจนถึงการเปิดร้านค้าและกิจกรรมยามว่างของคนในชุมชน มายังคลังเก็บภาพยนตร์ท้องถิ่น เพื่อเก็บรักษาและถ่ายทอด ‘ความเป็นฮาวิค’ ผ่านสายตาของผู้คนข้างใน และส่งต่อมรดกซึ่งหมายรวมถึงวิถีชีวิตและขนบประเพณีต่างๆ โดยทางคลังเก็บภาพยนตร์ท้องถิ่นรวบรวมฟุตเทจได้ส่วนหนึ่งและตัดออกมาเป็นวิดีโอความยาว 1 นาที ที่มีตั้งแต่ฟุตเทจขาวดำกับผู้คนเดินขวักไขว่ในที่สาธารณะ ภาพหญิงสาวเย็บผ้า บรรดาชายหนุ่มในโรงงาน จนถึงภาพฟุตเทจปัจจุบันของเด็กน้อยเล่นลูกโป่ง ผู้คนซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต

Photo: Borders Community Film Archive

          ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ หากแต่มองจากภาพใหญ่ มันคือการร้อยเรียงประวัติศาสตร์ของเมืองเข้าด้วยกัน ห้วงเวลาอันไกลโพ้นของผู้คนในเมืองฮาวิคที่ออกเดินทาง ใช้ชีวิต และถูกบันทึกไว้เป็นฟุตเทจสั้นๆ ขาวดำ และในห้วงเวลาปัจจุบันที่มีคนอีกจำนวนหนึ่ง ยังใช้ชีวิตและหายใจในพื้นที่เดียวกันกับพวกเขาเมื่อหลาย 10 ปีก่อน รวมทั้งอนาคตที่จะยังมีผู้คนในชุมชนนี้รับไม้ต่อทางประวัติศาสตร์ต่อไป

          หากถอยออกมามองในระยะไกล คงจะพบว่าหัวใจสำคัญของ Alchemy Film & Arts ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างโปรเจ็กต์ทำหนังหรือจัดเทศกาลภาพยนตร์ หากแต่ยังเป็นการร่วมไม้ร่วมมือกับคนในชุมชน สำรวจประเด็นทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต รวมทั้งสิ่งแวดล้อมอันเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ผู้คนอยู่ด้วยตลอดเวลา รวมทั้งการจับมือทำงานกับอาสาสมัครและผู้คนที่มีภาวะเปราะบางอ่อนไหว ก่อนจะถ่ายทอดประเด็นเหล่านี้อย่างมีหัวจิตหัวใจ ซึ่งคงเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากว่า Alchemy Film & Arts ไม่เข้าใจแก่นแกนและผู้คนของฮาวิคมากพอ

          เทศกาลหนัง Alchemy Film and Moving Image Festival ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลที่มีชื่อเสียงในสหราชอาณาจักร ทั้งในแง่การคัดสรรหนังมาฉาย รวมทั้งการสร้างชุมชนคนรักหนังและเปิดพื้นที่ให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างเป็นมิตร ซึ่งจนถึงปัจจุบัน Alchemy Film & Arts ก็ยังทำหน้าที่นี้ได้ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และพร้อมจะเปิดรับผู้คนใหม่ๆ ให้เข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกับเทศกาลด้วยเสมอ


ที่มา

‘Spotlight On… Miwa Nagato-Apthorp’ (online)

Julia Parks on her Alchemy residency in Hawick (online)

PROFESSIONALISED CARE: Relational Management at Alchemy Film & Arts  (online)

เว็บไซต์ alchemyfilmandarts (online)

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก