101 บทเรียนสำหรับนวัตกร
ตอนที่ 84 การทดลองของ Google Glass
Google Glass (แว่นตากูเกิล) ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี 2010 โดยห้องปฏิบัติการลับที่ชื่อว่า Google X เป้าหมายคือการสร้างอุปกรณ์ที่ทำงานเหมือนสมาร์ทโฟน แต่ช่วยให้ผู้ใช้ ‘ไม่ต้องใช้มือและไม่ต้องละสายตา’
แว่นตาต้นแบบของ Google Glass มีรูปร่างและน้ำหนักใกล้เคียงกับแว่นตาทั่วไป แต่แทนที่จะมีเลนส์ มันมีหน้าจอแสดงผลอยู่เหนือตาขวา ซึ่งใช้ปริซึมกึ่งโปร่งใสสะท้อนภาพหรือข้อความ (ไม่เกิน 10 คำ) จากโปรเจกเตอร์ LED ตรงเข้าสู่จอประสาทตา การสั่งงานทำได้ง่ายๆ ผ่านคำสั่งเสียง หรือการปัดและแตะที่แผงสัมผัส รวมถึงสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi และบลูทูธได้
ในช่วงที่ Google นำต้นแบบแรกออกสู่ตลาด อุปกรณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีการคัดเลือกผู้บริโภค 8,000 คน ให้เป็น ‘Explorers’ (ผู้บุกเบิก) โดยแต่ละคนต้องจ่ายเงินสูงถึง 1,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 50,000 บาท) แต่กระแสความตื่นเต้นในช่วงแรกของ Google Glass กลับเริ่มถดถอยลงเมื่อปัญหาต่างๆ เริ่มปรากฏให้เห็นขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน ยิ่งประชาชนได้สัมผัสกับ Google Glass มากเท่าไหร่ ผู้บริโภคและผู้กำหนดนโยบายก็ยิ่งมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น
ปี 2015 โปรแกรม Google Glass จึงถูกปิดตัวไป และหลังจากนั้น 2 ปี Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ก็ได้กลับมาเปิดตัว Google Glass อีกครั้งในชื่อ ‘Glass Enterprise Edition’ มุ่งเน้นขายให้กับภาคธุรกิจ เพื่อช่วยให้พนักงานของบริษัททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาดขึ้น
บทเรียนสำหรับนวัตกร จากกรณีของ Google Glass คือ การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบจริงกับผู้ใช้งานจริงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม แต่ควรเริ่มต้นใน ‘วงจำกัด’ และคำนึงถึง ‘ความเป็นส่วนตัว’ เป็นสำคัญ

ที่มา
หนังสือ Inspiration for Innovation: 101 Lessons for Innovators เขียนโดย Gijs van Wulfen


