826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้

155 views
11 mins
February 2, 2026

          หากลองหลับตานึกถึงห้องเรียนในอดีต ภาพที่ผุดขึ้นมามักเป็นโต๊ะเรียนที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ กระดานดำที่เต็มไปด้วยผงชอล์ก และเสียงครูที่บรรยายขณะที่นักเรียนเงียบกริบฟังอย่างตั้งใจ 

          การเรียนรู้ถูกวางกรอบให้อยู่ในระเบียบแบบแผนที่ตายตัว แต่ในซานฟรานซิสโกที่เต็มไปด้วยสีสันของย่าน Mission District มีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น บางสิ่งที่พลิกนิยามการเรียนรู้ให้แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

          เด็กหญิงตัวเล็กนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า มือกำดินสอที่สั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะถ้อยคำที่แย่งกันผุดขึ้นในหัวนั้นมากมายเกินกว่าจะเลือกเพียงหนึ่ง 

          เธอตัดสินใจเขียนชื่อของตัวละครแรกในชีวิต โจรสลัดผู้ล่องเรือออกตามหาสมบัติในท้องทะเล และนั่นอาจเป็นครั้งแรกที่เด็กน้อยตระหนักว่าจินตนาการของตัวเองมีคุณค่ามากพอที่จะถูกบันทึกลงบนกระดาษ

          826 National เริ่มต้นจากภาพเล็กๆ แบบนี้ 

          ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของอาสาสมัคร นักเขียน และเด็กๆ ที่ยังไม่มั่นใจว่าเสียงของพวกเขาจะมีความหมายเพียงใด จนกระทั่งได้ลองเขียน ลองเล่าเรื่อง และพบว่าประสบการณ์ตนเองอาจกลายเป็นโลกใบใหญ่ในสายตาคนอื่น 

          สองทศวรรษให้หลัง ร้านขายอุปกรณ์โจรสลัดที่เคยทำหน้าที่เป็นฉากบังตา ได้กลายเป็นประตูสู่เครือข่ายการเขียนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นแรงบันดาลใจให้ขยายไปสู่ชุมชนในอีกหลายประเทศทั่วโลก 

          826 National ไม่ได้มองว่าการเขียนเป็นเพียงทักษะเชิงวิชาการที่แห้งแล้ง แต่คือพลังวิเศษที่มอบพื้นที่ให้เด็กได้สำรวจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และเปลี่ยนแปลงชุมชนของพวกเขาเอง 

          เรื่องราวของปากกา ดินสอ และแป้นพิมพ์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงเครื่องมือเรียนหนังสือ แต่กลับกลายเป็นอาวุธที่เด็กๆ ใช้สร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้จริง

826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้
Photo: 826 National

ร้านลึกลับกับภารกิจอันยิ่งใหญ่

          รากฐานของ 826 National เกิดจากความจำเป็นที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง 

          นินิเว คาเลการี (Nínive Calegari) ครูสอนหนังสือที่มีประสบการณ์ในโรงเรียนรัฐบาลต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่น่าท้อแท้ เพราะเธอมีนักเรียนในความดูแลถึง 146 คน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะดูแลเอาใจใส่พวกเขาอย่างทั่วถึง และในช่วงเวลาเดียวกัน เดฟ เอกเกอร์ส (Dave Eggers) เพื่อนของเธอซึ่งเป็นนักเขียนชื่อดังผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ McSweeney’s ก็มองเห็นว่า มีกลุ่มนักเขียนอิสระและผู้ประกอบอาชีพอิสระจำนวนมากที่มีทักษะสูงและมีเวลาว่างเป็นช่วงๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์เพื่อสังคม 

          ทั้งสองเห็นตรงกันว่านี่คือโอกาสอันดีที่จะผนวกสองปัญหาเข้าด้วยกัน นินิเวต้องการความช่วยเหลือในการดูแลนักเรียน ส่วนเดฟมีเครือข่ายของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ 

          ใครจะรู้ ว่านี่คือจุดกำเนิดของการร่วมมืออันน่าเหลือเชื่อระหว่างนักการศึกษาและนักเขียน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างศูนย์ฝึกเขียนดีๆ ที่เด็กๆ ทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ได้รับในห้องเรียนที่มีผู้คนหนาแน่น

          นินิเวและเดฟเจอสถานที่ที่เหมาะสมบนถนนวาเลนเซียในซานฟรานซิสโกจนได้ แต่ก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิด เนื่องจากกฎหมายผังเมืองของบริเวณนั้นกำหนดให้ธุรกิจต้องเป็นร้านค้าปลีกหรือร้านจัดเลี้ยงเท่านั้น แต่แทนที่จะยอมแพ้ พวกเขากลับใช้อุปสรรคนี้เป็นโอกาสในการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เดฟและนินิเวตัดสินใจเปิด “ร้านขายอุปกรณ์โจรสลัด” (Pirate Supply Store) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นเป็นหน้าร้าน ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้าที่ไม่เหมือนใครอย่างน้ำมันขาไม้ ตะขอเกี่ยว และสมบัติลับต่างๆ ร้านค้าปลีกที่ฟังดูพิลึกพิลั่นนี้ไม่ได้เพียงแต่ปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นประตูสู่โลกแห่งจินตนาการ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของจิตวิญญาณขององค์กรแห่งนี้ 

          คำว่า “บรรยากาศ” ในการเรียนรู้มีความสำคัญไม่แพ้เนื้อหาที่สอน และ 826 National ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าบรรยากาศที่แปลกใหม่และน่าสนใจสามารถเปลี่ยนทัศนคติของเด็กๆ ที่มีต่อการเขียนได้อย่างสิ้นเชิง 

          หน้าร้านที่แปลกประหลาดไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางการตลาด แต่เป็นเครื่องมือทางศิลปะที่ช่วยสร้าง “พื้นที่ที่น่าอยู่และกล้าหาญ” ให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความคิดสร้างสรรค์ที่เบ่งบาน

          การเดินทางเริ่มต้นที่ซานฟรานซิสโก ณ ร้านขายอุปกรณ์โจรสลัด 826 Valencia เมื่อก้าวเข้าไป ผู้มาเยือนจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในศตวรรษที่ 18 ด้วยของตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเรือโจรสลัด พร้อมสินค้าต่างๆ อย่าง “น้ำมันขาไม้” “เกลือทะเลสำหรับบาดแผลของศัตรู” หรือ “ส่วนต่อขยายหนวดเคราของกัปตันแบล็คเบียร์ด”

          ในบรูคลิน ธีมร้านค้าก็เปลี่ยนไปเป็น “บริษัทจัดหาอุปกรณ์ซูเปอร์ฮีโร่” (Brooklyn Superhero Supply Co.)  ที่มีทุกอย่างตั้งแต่ขวด “ความโกลาหล” ไปจนถึงเข็มขัดนิรภัย และในลอสแอนเจลิส ผู้คนสามารถเดินทางข้ามกาลเวลาได้ที่ Time Travel Mart ซึ่งขายสินค้าจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอย่าง “ชิ้นส่วนแมมมอธ” หรือ “ชุดป้องกันตัวจากไดโนเสาร์เวโลซิแรปเตอร์”

          ข้ามไปที่ลอนดอน องค์กรที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 826 National ได้เปิดร้าน Hoxton Street Monster Supplies ซึ่งขายของสำหรับ “สิ่งมีชีวิต, ผู้ที่ตายแล้ว และผู้ที่ไม่มีชีวิต” ที่นี่คุณจะพบกับ “แยมสมอง” สำหรับทาขนมปัง, “ความกลัวบรรจุกระป๋อง” หรือแม้แต่ “ใบมรณะบัตร” 

          ร้านค้าเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว รายได้จากการขายจะถูกนำไปสนับสนุนโครงการการเขียนทั้งหมด

การออกแบบสภาพแวดล้อมที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน นั่นคือเพื่อเปลี่ยนความคาดหวังที่ว่าการเรียนพิเศษเป็นเรื่องน่าเบื่อให้กลายเป็นการผจญภัยเชิงสร้างสรรค์ และทำให้การก้าวเข้าสู่ศูนย์การเขียนเป็นเรื่องที่สนุกและน่าตื่นเต้น

          โมเดลของ 826 National ทำงานโดยการมอบโปรแกรมฟรีสำหรับนักเรียนอายุ 6 ถึง 18 ปีที่มาจากชุมชนด้อยโอกาส การบริการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยความช่วยเหลือของอาสาสมัครหลายพันคน ซึ่งประกอบด้วยผู้คนจากหลากหลายอาชีพ รวมถึงนักเขียนและนักวารสารศาสตร์มืออาชีพ 

          อาสาสมัครเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของโครงการ เพราะพวกเขาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงที่ให้การสนับสนุนนักเรียนแบบตัวต่อตัว ซึ่งช่วยลดอัตราส่วนนักเรียนต่อผู้ใหญ่ในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

          เด็กๆ สามารถเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้หลายช่องทาง บางคนอาจมาหลังเลิกเรียนเพื่อรับการติวหนังสือฟรี หรือเข้าร่วมเวิร์คช็อปด้านการเขียนที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว 

          สำหรับนักเรียนกลุ่มใหญ่ ทางองค์กรจะจัดโปรแกรมทัศนศึกษา ที่เปิดโอกาสให้ชั้นเรียนจากโรงเรียนรัฐบาลได้มาเยี่ยมชมศูนย์การเขียน และช่วยกันเขียนหนังสือให้เสร็จในตอนเช้า 

          นอกจากนี้ สำหรับโรงเรียนที่ไม่สามารถเดินทางมาได้ 826 National ยังมีโปรแกรม In-Schools ซึ่งส่งทีมอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรมเข้าไปในห้องเรียนเพื่อสนับสนุนครูผู้สอนและนักเรียนโดยตรง รายได้จากหน้าร้านที่แปลกประหลาดจะถูกนำไปสนับสนุนโครงการทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าบริการจะยังคงฟรีสำหรับนักเรียนทุกคน

          นอกจากนี้ วิสัยทัศน์ของนินิเว ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางขององค์กร เธอยืนยันว่า 826 ไม่ได้เข้าไปในห้องเรียนเพื่อบอกครูว่าต้องทำอะไร แต่พวกเขากลับเข้าไปเพื่อถามครูว่า “ความฝัน” ของพวกเขาคืออะไร แล้วจึงทำงานเพื่อทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง 

          นินิเวชี้แจงกับทีมงานของเธออย่างชัดเจนว่าต้องเป็นผู้ที่ทำ “งาน 85 เปอร์เซ็นต์” เพื่อไม่ให้เพิ่มภาระให้กับครูผู้สอน  โมเดลนี้แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมาจากคำสั่งเบื้องบน แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการตอบสนองอย่างสร้างสรรค์ต่อปัญหาในระดับรากหญ้า 

          การผสมผสานระหว่างความแปลกใหม่ของหน้าร้านเข้ากับการสนับสนุนอย่างจริงจังสำหรับนักเรียนและครู ทำให้ 826 National ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร แต่เป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาอย่างมีจินตนาการที่ถือกำเนิดขึ้นจากความจำเป็นที่เรียบง่ายที่สุด

826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้
Photo: 826 National

เส้นทางสู่การค้นพบเสียงของตัวเองในโลกวรรณกรรม

          ภารกิจของ 826 National มีรากฐานอยู่ที่ความมุ่งมั่นในเรื่องความเสมอภาคและการเข้าถึงการศึกษา การทำงานขององค์กรนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการเขียนในสหรัฐอเมริกา ที่มีนักเรียนผิวสีและนักเรียนเชื้อสายฮิสแปนิกเพียง 10% เท่านั้นที่สามารถเขียนได้ในระดับชั้นที่เหมาะสม 

          ในฐานะองค์กรที่ให้บริการนักเรียนที่ด้อยโอกาสทางทรัพยากร 826 National จึงกลายเป็นป้อมปราการที่สำคัญในการต่อสู้กับปัญหาเชิงโครงสร้างนี้ 

รายงานประจำปีของ 826 ระบุว่า 86% ของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเป็นนักเรียนผิวสี และ 63% มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย

          การทำงานของ 826 National สะท้อนความสำคัญของ “ตัวแทน” ในหลักสูตรการศึกษาได้อย่างชัดเจน เห็นได้จากตัวอย่างเรื่องราวของนักเรียนจาก 826 New Orleans

          เธอเล่าถึงความยินดีในวัยมัธยมต้นเมื่อครูให้เธอได้อ่านงานเขียนของกวีผิวสีอย่างนิกกี้ จิโอวานนี่ ตอนนั้นเธอรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและได้รับแรงบันดาลใจอย่างท่วมท้น แต่เมื่อเข้าสู่ระดับมัธยมปลาย ความสุขนั้นก็หายไป เมื่อเธอพบว่าหลักสูตรที่โรงเรียนเน้นแต่ “งานคลาสสิก” ของนักเขียนผิวขาวเพียงอย่างเดียว 

          ขณะที่นักเขียนผิวสีถูกลดทอนให้เป็นเพียงวิชาเลือกเสริม 

          เธออธิบายความเจ็บปวดจากการพยายามเขียนให้เป็นไปตาม “มาตรฐานยุโรป” ว่า สันสมุดบันทึกของฉันเจ็บปวดจากภาระอันหนักอึ้ง” สะท้อนถึงการต่อสู้ภายในจิตใจเมื่ออัตลักษณ์ของคนๆ หนึ่งถูกหลักสูตรการศึกษาที่แคบจำกัดลง

          ด้วยเหตุนี้ 826 National จึงเข้ามาเป็นขั้วตรงข้ามที่สำคัญ พวกเขาไม่ได้สอนแต่เทคนิคการเขียน แต่ยังสร้างพื้นที่ที่นักเรียนสามารถทวงคืนการเล่าเรื่องของตนเองได้

          826 เปิดตัวโครงการเฉพาะทาง เช่น Black Writers Initiative ที่ 826LA ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนนักเรียนผิวสีและนักเรียนชาวแอฟริกันอเมริกันในโครงการ และการร่วมมือกับโครงการ “Becoming A Man” ที่ 826 Boston เพื่อจัดพิมพ์ผลงานของชายหนุ่มผิวสี ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้พวกเขาใช้การเขียนเพื่อสำรวจและแบ่งปันความหมายของการเป็นชายหนุ่มผิวสีในปัจจุบัน

          ความมุ่งมั่นนี้ถูกประกาศไว้อย่างเป็นทางการในแถลงการณ์ด้านความหลากหลายและการไม่แบ่งแยกขององค์กร ซึ่งยืนยันว่าพวกเขาจะยืนหยัดเพื่อ “สิทธิของนักเรียนในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี สร้างสรรค์ และปลอดภัย” 

          นี่คือความตั้งใจจะต่อต้านการถูกลบเลือนและทำให้การเขียนกลายเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่การเสริมพลังและการเป็นอิสระสำหรับทุกคน

          แต่สิ่งที่ทำให้ 826 National โดดเด่นยิ่งกว่าคือ การไม่หยุดเพียงการแก้ปัญหาภายในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังขยายการทำงานออกไปสู่ชุมชนรอบข้าง และเข้าถึงกลุ่มที่มักถูกมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเด็กจากครอบครัวผู้อพยพ เด็กที่ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ หรือแม้แต่ชุมชนใหม่ๆ ที่มีวัฒนธรรมแตกต่างหลากหลาย 

          826 เข้าไปเชื่อมโยงกับโรงเรียนท้องถิ่น ห้องสมุด มัสยิด โบสถ์ และศูนย์ชุมชน เพื่อสร้างสะพานระหว่าง “การเขียน” กับ “ชีวิตจริง”

          นั่นหมายความว่าเสียงที่เคยถูกกดทับในห้องเรียน ไม่เพียงได้รับการฟื้นคืน แต่ยังได้รับการขยายออกไปในที่สาธารณะ ผ่านการตีพิมพ์หนังสือ การจัดงานอ่านผลงาน หรือแม้แต่การทำโครงการที่เชื่อมโยงกับปัญหาสังคมเฉพาะในชุมชน เช่น การเขียนเรื่องราวครอบครัวผู้อพยพในชิคาโก หรือการเก็บบันทึกประสบการณ์หลังพายุเฮอริเคนในนิวออร์ลีนส์

          การค้นพบเสียงของตัวเองจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ได้เขียนในบันทึกประจำวัน แต่กลายเป็นเรื่องของการสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรม ที่ทำให้ทั้งชุมชนมีสิทธิ์เล่าเรื่องในแบบของตัวเอง และนี่คือจุดที่ 826 National ขยายบทบาทจาก “ห้องเรียนเสริม” ไปสู่ “ขบวนการสร้างเสียงใหม่ให้กับสังคม”

826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้
Photo: 826 National

เมื่อปลายปากกาคือพลังวิเศษ

          เดฟเคยเล่าว่า การสอนเขียนของเขายึดหลักคิดด้านการเขียนเชิงวารสารศาสตร์ เพราะเขาเชื่อว่ามันเป็นการเขียนที่ฝึกวินัยที่สำคัญยิ่งสำหรับนักเขียนทุกคน และเชื่อว่าการทำงานในร้านหนังสือจะบังคับให้เรา “ต้องก้าวออกจากบ้าน” และเผชิญหน้ากับผู้คนจริงๆ และจะทำลายอคติที่เรามีต่อคนแปลกหน้าลงอย่างสิ้นเชิง 

ภารกิจที่เขามอบหมายให้นักเรียนในวันแรกของการเรียน จึงเป็นการสั่งการบ้านให้เด็กออกไปสัมภาษณ์คนแปลกหน้า และสิ่งที่พวกเขาคิดว่ารู้เกี่ยวกับคนๆ นั้น

          นักเรียนคนหนึ่งสัมภาษณ์ชายที่มีผมทรงโมฮอว์กและแต่งตัวด้วยเสื้อหนัง ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นพวกอนาธิปไตยหัวรุนแรง แต่ในเวลาเพียงสิบนาที เขากลับพบว่าชายคนนั้นเป็นพวกอนุรักษนิยมหัวแข็งและอาศัยอยู่กับแม่ 

          “ผมคิดว่าการฝึกฝนการสัมภาษณ์ผู้คนจริงๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประโยชน์ต่อนักเขียนทุกคน” เดฟกล่าว และสิ่งนี้สะท้อนถึงปรัชญาของ 826 ได้อย่างชัดเจน

          ในพื้นที่การเรียนรู้ของ 826 National เด็กๆ ได้รับการเชื้อเชิญให้เป็นนักสร้างสรรค์และนักเล่าเรื่องอย่างแท้จริง การก้าวเข้าสู่ศูนย์แห่งนี้จึงเป็นการเดินทางสู่ความเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ทักษะ แต่เป็นการค้นพบพลังในเสียงของตนเอง 

          องค์กรให้ความสำคัญกับการสร้าง “พื้นที่ที่กล้าหาญและน่าอยู่” ที่นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและปลอดภัย

          ในโลกของ 826 นักเรียนสามารถเป็นใครก็ได้ที่พวกเขาฝันถึง ไม่ว่าจะเป็นเด็กชายเกรด 3 ที่เขียนเรื่องสั้นสัมภาษณ์ก็อดซิลลา ซูเปอร์แมน และดราก้อนโบลต์ 

          หรือเอเลน นักเรียนเกรด 5 ที่อยากเป็นเจ้าหน้าที่ FBI ก็เขียนเรื่องราวแนวไซไฟในชื่อ “Mission: Life on Mars?”  ยาซมีน-จีเซลล์ เอ. นักเรียนเกรด 10 ใช้บทกวีชื่อ “I Will Be a Lifesaver” เพื่อสำรวจความฝันในอนาคตของเธอที่จะเป็นแพทย์ 

          “ฉันจะเป็นมีดผ่าตัดที่ตัดหัวใจ ฉันจะเป็นหูฟังที่กระซิบเสียงหัวใจ…แต่ที่สำคัญที่สุด ฉันจะเป็นผู้ช่วยชีวิต” นั่นคือข้อเขียนของเธอ

          826 National ตระหนักดีว่าการตีพิมพ์ผลงานของนักเรียนเป็นส่วนสำคัญของแนวทางการสอน รายงานขององค์กรพูดเอาไว้ชัดเจนว่า เมื่อนักเรียนได้เห็นงานเขียนของพวกเขาปรากฏในหนังสือ สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น

          ดังนั้นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเรียนหลายคนจึงเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้เห็นผลงานของตัวเองถูกตีพิมพ์ออกมาในรูปแบบของหนังสือเล่มจริง 

          “ฉันเขียนเกี่ยวกับโลกที่ฉันปรารถนาจะเห็น ที่ซึ่งฉันมีพลังและการเขียนของฉันสามารถมอบเสียงให้แก่ผู้คนที่เป็นเหมือนฉันได้” 

          ถ้อยคำนี้ของเชลซี อาร์ นักเขียนรุ่นเยาว์สะท้อนแก่นแท้ของภารกิจของ 826 National นั่นคือการเปลี่ยนผ่านการเขียนจากเพียงงานที่ได้รับมอบหมายไปสู่เครื่องมือแห่งการเสริมพลัง

          พวกเขาเริ่มมองเห็นว่าตัวเองเป็น “นักเขียนที่มีถ้อยคำที่คู่ควรแก่การอ่าน” และ “ความภาคภูมิใจในตัวเองและงานเขียนจะเพิ่มขึ้นถึงระดับใหม่” เพราะนี่คือการให้การยอมรับจากภายนอกว่าคุณเป็นนักเขียน” 

          กระบวนการนี้บันดาลใจให้การเขียนไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งงานเพื่อรับเกรดเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างผลงานที่มีคุณค่าและมีคนจากโลกนอกรั้วโรงเรียนสนใจ 

          การสำรวจของ 826 National พบว่า 91% ของนักเรียนรู้สึกว่าการเขียนของพวกเขาดีขึ้นหลังจากเข้าร่วมโครงการ และ 87% ของนักเรียนเชื่อว่าการเขียนสามารถทำให้อนาคตของพวกเขาดีขึ้นได้ 

          สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการให้อิสระในการเลือกหัวข้อที่สนใจและการให้ความสนใจนักเรียนรายบุคคลที่ขาดหายไปในห้องเรียน สามารถทำให้การเขียนกลายเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ส่วนตัวและความหวังในอนาคตได้อย่างทรงพลัง

826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้
Photo: 826 National

จิตอาสาและนักเขียนมืออาชีพ

          การขับเคลื่อนภารกิจของ 826 National จะเป็นไปไม่ได้เลยหากขาดผู้ให้ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นั่นก็คือเหล่านักเขียนอาสาสมัคร 

          เครือข่ายของพวกเขามีอาสาสมัครมากกว่า 5,000 คนในแต่ละปี ซึ่งประกอบไปด้วยผู้คนจากหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักศึกษามหาวิทยาลัย ผู้ปกครอง นายธนาคาร ทนายความ หรือแม้แต่นักเขียนมืออาชีพ 

          กลุ่มคนเหล่านี้คือกระดูกสันหลังที่ทำให้โครงการทั้งหมดดำเนินไปได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

          ความสัมพันธ์ระหว่างอาสาสมัครและนักเรียนเป็นสิ่งที่ให้คุณค่าอย่างมากแก่ทั้งสองฝ่าย อาสาสมัครไม่ได้เพียงแค่ “คืนสิ่งดีๆ สู่สังคม” เท่านั้น แต่ยังได้รับความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้นด้วย 

          มาเลีย อาสาสมัครจาก CAA (Creative Artists Agency) บอกว่า “การได้เห็นนักเรียนยิ้มเมื่อพวกเขาพูดถึงความสำเร็จของตัวเอง มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน” 

          ในขณะที่โซเฟีย อาสาสมัครอีกคนจาก 826LA ได้อธิบายความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่า “ตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่มีความมุ่งมั่นและเอาใจใส่ ซึ่งกำลังทำงานที่จำเป็นและเปลี่ยนแปลงสังคมในชุมชนมากมาย

          826 National ยังได้รับความร่วมมือจากนักเขียนและนักวิชาการที่มีชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยยกระดับภารกิจขององค์กรให้ก้าวข้ามการเป็นเพียงศูนย์ติวเตอร์ธรรมดา 

          การมีบุคคลสำคัญอย่าง อะแมนดา กอร์แมน (Amanda Gorman) กวีประจำพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เอดา ลิมอน (Ada Limón) กวีแห่งชาติคนที่ 24 และ เจสัน เรย์โนลด์ส (Jason Reynolds) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการต่างๆ ทำให้เด็กๆ ได้รับการชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานจริงๆ 

          อะแมนดา กอร์แมน ยังได้กล่าวถึงนักเขียนรุ่นเยาว์ในหนังสือรวมบทกวี Poets in Revolt! ว่าพวกเขาคือ “คลื่นลูกใหม่ของนักเขียน และพวกเขาจะไม่หันหลังกลับ”

เธอเรียกนักเรียนเหล่านี้ว่าเป็น “นักปฏิวัติผู้มีความโดดเด่น กึกก้อง กบฏ และกล้าเสี่ยง”

การร่วมมือที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือกับนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวทางสังคมอย่าง ดร. อีฟ แอล. อิววิง (Dr. Eve L. Ewing) และ มาฮอกานี แอล. บราวน์ (Mahogany L. Browne) 

          ดร. อิววิง ซึ่งเป็นอดีตครูสอนหนังสือและนักวิชาการด้านสังคมวิทยา ได้วิพากษ์วิจารณ์ระบบการศึกษาของอเมริกาว่าถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของการ “ไม่รักเด็กๆ ของเรา” และเรียกร้องให้มีการสร้างทางเลือกที่ยึดหลัก “ความรัก ความอ่อนโยน ความเมตตา และความอดทน” 

          เช่นเดียวกับ มาฮอกานี แอล. บราวน์ นักกวีและนักเคลื่อนไหวผู้ใช้การแสดงบทกวีเพื่อสร้างเวทีให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงผิวสีรู้สึกมีอำนาจและมีเสียง การร่วมมือกับผู้คนเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า 826 National ไม่ได้มองการเขียนเป็นเพียงทักษะทางภาษาศาสตร์ แต่เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการมีส่วนร่วมทางสังคมและการเมือง

826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้
Photo: 826 National

จากซานฟรานซิสโกสู่ทั่วโลก

          ปรัชญาของ 826 National ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เดินทางข้ามทวีปไปเบ่งบานทั่วโลก 

          โมเดลที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาได้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดองค์กรที่คล้ายคลึงกันมากกว่า 70 แห่ง ซึ่งทั้งหมดล้วนยึดมั่นในความเชื่อที่ว่าการเขียนสามารถเสริมสร้างพลังให้กับเยาวชนได้ 

          ลอนดอนคือหนึ่งในเมืองแรกๆ ที่รับแรงบันดาลใจและก่อตั้ง Hoxton Street Monster Supplies ร้านขายอุปกรณ์สัตว์ประหลาดที่แอบซ่อนพื้นที่สำหรับการติวการเขียนของเด็กๆ ในชุมชน 

          “เราอยากให้เด็กๆ รู้สึกว่าการเขียนก็เหมือนการปลุกเวทมนตร์ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิชาการถึงจะเล่าเรื่องได้” ผู้จัดการร้านคนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ เสียงหัวเราะที่ดังจากการขายสมองกระป๋องปลอมๆ และขวดยาแก้ฝันร้าย ได้กลายเป็นสะพานให้ชุมชนลอนดอนเห็นว่าการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อเสมอไป

          โมเดล 826 ยังขยายไปถึงประเทศอื่นๆ ในยุโรป เช่น Fighting Words ในดับลินที่ก่อตั้งโดยนักเขียนชื่อดัง รอดดี ดอยล์ (Roddy Doyle) และ ชอน เลิฟ (Seán Love) โดยเปิดร้านขายอุปกรณ์การเขียนปลอมๆ ที่กลายเป็นฉากหลังของการสอนเขียนสร้างสรรค์แก่เยาวชนไอริช 

          รอดดีคิดว่า Fighting Words คือ “ร้านซ่อมเรื่องราว” ที่เด็กๆ เอาเรื่องที่ยังเขียนไม่เสร็จมาให้ “ซ่อม” ส่วนที่ขาดหาย ขณะที่ในสเปน มี “สำนักงานนักสืบวรรณกรรม” ที่เด็กๆ ได้เล่นบทบาทสมมติเป็นนักสืบและใช้การเขียนคลี่คลายปริศนา ทุกพื้นที่ยังคงเชื่อมโยงกับหลักการพื้นฐานของ 826

          ผลลัพธ์คือเกิดสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาบางคนเรียกว่า “literacy movement” ขบวนการรู้หนังสือที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการอ่านออกเขียนได้ แต่หมายรวมถึงการสร้างทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ความมั่นใจ และความสามารถในการเล่าเรื่องของตนเองต่อสาธารณะ 

          ขบวนการนี้ยังท้าทายแนวคิดการศึกษากระแสหลัก ที่มักเน้นเพียงการท่องจำและการวัดผลเชิงปริมาณอีกด้วย

          ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย Story Factory ก็ถูกสร้างขึ้นบนความเชื่อที่ทรงพลังไม่แพ้กัน 

          ดร. แคเธอรีน คีนัน ผู้ร่วมก่อตั้งเล่าว่า “การอ่านคือการเข้าถึง แต่การเขียนคือการมีอำนาจ” 

          การวิจัยอิสระของ Story Factory พบว่าการเขียนเชิงสร้างสรรค์มีศักยภาพสูงในการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่รู้สึกว่าตนเองไม่มีเสียงในสังคม 

          ญิฮาด นักเรียนคนหนึ่งเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า การเข้าร่วมโครงการ 826 ช่วยเพิ่มความมั่นใจที่จะเปล่งเสียงของตัวเองมากขึ้น อีกทั้งตัวอย่างความสำเร็จของศิษย์เก่าก็มีมากมาย เช่น ดุย กวง ไม ได้รับการยกย่องให้เป็นนักกวีรุ่นเยาว์ Foyle’s ในขณะที่วิกตอเรีย บาสเซ็ตต์-วิลตัน ได้รับรางวัล Penguin Random House Australia Write It Fellowship สำหรับนวนิยายของเธอในชื่อสั้นๆ ว่า ‘Esther’

826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้
บรรยากาศภายใน Story Factory
Photo: Story Factory

826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้
Photo: Story Factory

          นอกจากนี้ยังมีองค์กรที่ได้รับแรงบันดาลใจในเมืองต่างๆ ทั่วโลก เช่น Story Planet ในโตรอนโต แคนาดา, Porto Delle Storie ในฟลอเรนซ์ อิตาลี และ Berättarministeriet ในสตอกโฮล์ม สวีเดน 

          ในเอเชียเองก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว แม้จะไม่เข้มข้นเท่ายุโรป แต่โมเดลของ 826 ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มนักการศึกษาและเอ็นจีโอลุกขึ้นสร้าง “safe space” สำหรับการเรียนรู้ด้วยการเขียน เช่น โครงการในอินเดียที่เน้นการเล่าเรื่องชุมชนท้องถิ่น หรือโครงการในฟิลิปปินส์ที่เชื่อมการเขียนเข้ากับการเก็บรักษาวัฒนธรรมพื้นบ้าน 

          “สิ่งที่น่าทึ่งคือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ประเทศไหน เด็กก็ยังอยากเล่าเรื่องของตัวเอง และถ้ามีพื้นที่ที่ทำให้เขาเชื่อว่ามันมีคุณค่า เรื่องเหล่านั้นก็จะเฟื่องฟู”  ลอรอ บรีฟ (Laura Brief) ซีอีโอของ 826 National กล่าวในการประชุมประจำปี เมื่อปลายปีที่แล้ว

          ความเคลื่อนไหวระดับนานาชาตินี้ไม่ได้เป็นเพียงการก็อปปี้โมเดลเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นการก่อตัวของเครือข่ายแบบไม่เป็นทางการ ที่ผู้ปฏิบัติจากหลากหลายประเทศมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ทั้งเรื่องการระดมทุน การฝึกอาสาสมัคร การจัดพิมพ์หนังสือ และการประเมินผลลัพธ์เชิงการศึกษา 

          บางครั้งพวกเขาพบกันในงานประชุมการศึกษานานาชาติ บางครั้งเชื่อมต่อกันผ่านโลกออนไลน์ ที่สำคัญคือสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาไม่ใช่แค่ชื่อ “826” แต่คือความเชื่อเดียวกันว่า การเขียนคือทักษะพื้นฐานที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้

          “ทุกครั้งที่ผมได้เจอผู้คนจากอีกฟากหนึ่งของโลก ที่ใช้วิธีการคล้ายเราเพื่อทำงานกับเด็กๆ ผมยิ่งเชื่อว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง” อาสาสมัครจาก 826CHI ชิคาโก เล่าในที่ประชุมประจำปี

          สิ่งที่น่าสนใจคือ การขยายตัวเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการขับเคลื่อนเชิงธุรกิจแบบแฟรนไชส์ แต่เกิดจากแรงบันดาลใจที่ถูกส่งต่อแบบ organic แต่ละเมืองสามารถตีความและสร้างสรรค์พื้นที่ในแบบของตัวเอง 

          รายงานของ 826 National พบสิ่งที่น่าสนใจว่า ตั้งแต่ปี 2002 ถึงปัจจุบัน เครือข่าย 826 และองค์กรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดลนี้ได้ช่วยเหลือนักเรียนไปแล้วกว่า 670,000 คน ตัวเลขนี้แม้จะเป็นเพียงสถิติ แต่เมื่อแปลงเป็นภาพจริง เรากำลังพูดถึงเด็กหลายแสนคนที่เคยเงียบงัน แต่กลับได้เวทีให้เล่าเรื่องราวของตัวเอง

          จากจุดเล็กที่สุดที่เด็กเพียงไม่กี่สิบคนได้โอกาสเขียนเรียงความในห้องด้านหลังร้านโจรสลัด วันนี้มันได้กลายเป็นขบวนการระดับโลกที่เชื่อมโยงนักเรียน ครู นักเขียน และอาสาสมัครนับไม่ถ้วนเข้าด้วยกัน 

          ขบวนการที่เติบโตด้วยพลังของชุมชน มากกว่าคำสั่งจากส่วนกลาง ขบวนการที่ยืนยันว่า ความคิดสร้างสรรค์นั้นไร้พรมแดน และเสียงของเด็กๆ ไม่ว่ามาจากที่ไหนในโลก ก็สมควรถูกได้ยิน

826 National เครือข่ายการเขียนที่เชื่อว่าเปลี่ยนแปลงชุมชนได้
Photo: 826 National

ความเปลี่ยนแปลงที่ถูกเขียนขึ้นใหม่

          จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ปรัชญาของ 826 ยังชัดเจนเสมอ 

          การเขียนคือการคืนเสียงให้กับคนหนุ่มสาวที่อาจไม่เคยรู้สึกว่ามีพื้นที่เล่าเรื่องของตนเอง

          “การเขียนคือเครื่องมือที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดที่เรามี เด็กทุกคนล้วนมีเรื่องราว และเมื่อพวกเขาเขียนมันลงไป พวกเขาจะตระหนักได้ว่าเสียงของตัวเองนั้นมีความหมาย” นินิเว ผู้ก่อตั้งร้านโจรสลัดลึกลับ ให้สัมภาษณ์กับ Edutopia

          จะว่าไปแล้ว การเดินทางของ 826 National ดูเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความบังเอิญที่กลายเป็นความตั้งใจ ความจำเป็นที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นโอกาส และความพิลึกพิลั่นที่กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่น่าเชื่อถือที่สุด 

          เรื่องราวเริ่มต้นจากปัญหาที่เรียบง่ายอย่างการที่ครูมีนักเรียนมากเกินไป แต่การตอบสนองต่อปัญหานั้นได้นำไปสู่การสร้างสรรค์โมเดลที่ไม่ธรรมดาที่ยกระดับการเขียนให้เป็นเครื่องมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง 

          หัวใจสำคัญของ 826 National อยู่ที่ความสามารถในการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เด็กๆ สามารถสำรวจตัวตนและแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ในพื้นที่เหล่านี้ การเขียนกลายเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและมีพลัง ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบโจทย์ทางวิชาการ แต่เพื่อค้นพบเสียงที่แท้จริงของตนเอง

          ในท้ายที่สุด มรดกที่ 826 National ทิ้งไว้ไม่ได้วัดจากจำนวนหนังสือที่ตีพิมพ์ หรือจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 

          แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่พวกเขาสามารถทำให้เด็กๆ หลายล้านคนทั่วโลกตระหนักว่าเรื่องราวของตัวเองนั้นมีค่า ว่าเสียงของพวกเขามีพลัง และพวกเขาเองก็สามารถใช้พลังนั้นในการ “เขียนอนาคตของตัวเอง” ได้

          การเขียนจึงไม่ใช่เพียงแค่การเรียงร้อยตัวอักษรบนหน้ากระดาษ แต่เป็นการกระทำที่เปลี่ยนแปลงชีวิตและก่อกำเนิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนได้อย่างแท้จริง

          ในที่แห่งนั้น เด็กที่ถูกสังคมมองว่า “เขียนไม่เก่ง” หรือ “อ่านไม่คล่อง” ได้รับการโอบอุ้มให้ลองเขียนเรื่องแรกของตนเอง ได้อ่านออกเสียงต่อเพื่อนๆ และบางครั้งเรื่องสั้นเหล่านั้นยังถูกตีพิมพ์รวมเล่ม เพื่อให้พวกเขาสัมผัสถึงความภูมิใจที่โลกนอกเหนือครอบครัวได้เห็นเสียงของพวกเขาจริงๆ 

          826 จึงไม่ใช่เพียง “ห้องเรียนเสริม” แต่เป็นการเปิดประตูให้เด็กที่มักถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้ก้าวเข้ามาเป็นนักเล่าเรื่อง

          หากเรามองลึกลงไป 826 สะท้อนความหมายของการเขียนที่แท้จริง การเขียนไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อทำข้อสอบ ไม่ได้มีไว้เพื่อแข่งขันวัดผล แต่เป็นการสร้างพื้นที่สำหรับการค้นหาตัวตน การเขียนจึงกลายเป็นการเสริมพลัง ให้กับคนที่ไม่มีโอกาสได้ใช้เสียงของตนในสังคมที่มักดังกว่าด้วยเสียงของผู้มีอำนาจ

          เรื่องราวของเด็กใน 826 หลายคนได้พิสูจน์สิ่งนี้ เด็กบางคนที่เริ่มจากการไม่กล้าเขียนประโยคเดียว วันนี้กลายเป็นนักเขียนสมัครเล่นที่มีผลงานตีพิมพ์ บางคนใช้การเขียนเพื่อเล่าเรื่องชีวิตครอบครัวผู้อพยพ บางคนใช้เพื่อบอกเล่าความฝัน บางคนเขียนเพื่อบอกสังคมว่า “ฉันมีตัวตน ฉันอยู่ตรงนี้” 

          พลังของการเขียนเช่นนี้ไม่ต่างจากการสร้างห้องสมุดที่เต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ เพราะแต่ละประโยคที่พวกเขาเขียนคือการหว่านเมล็ดลงบนผืนดินแห่งความเป็นไปได้

          ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียม การเขียนทำหน้าที่เสมือนสะพานเชื่อมระหว่างผู้ไม่มีเสียงกับสังคมที่ไม่เคยหยุดส่งเสียงอึกทึก 826 แสดงให้เห็นว่า เด็กๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาให้สิทธิ์ในการพูด 

          หากพวกเขามีโอกาสได้เขียน พวกเขาก็สามารถประกาศการมีอยู่ของตนเองได้ชัดเจนกว่าการยืนตะโกนกลางถนน

          826 National ทำให้เราเข้าใจชัดเจนว่าการเขียนไม่ใช่เพียงศิลปะ ไม่ใช่เพียงทักษะ แต่คือพลังในการเปลี่ยนแปลง

          ทั้งเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเปลี่ยนแปลงโลก 

          แน่นอนว่ามันอาจจะไม่สามารถลบความเหลื่อมล้ำทั้งหมด หรือแก้ไขความไม่เป็นธรรมในชั่วข้ามคืน แต่ก็สามารถทำให้เสียงเล็กๆ ของเด็กคนหนึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงสนทนาใหญ่ของสังคม 

          และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

วิดีโอแนะนำ 826 National


ที่มา

เว็บไซต์ 826 National Report (Online)

เว็บไซต์ Brooklyn Superhero Supply (Online)

เว็บไซต์ Ninive Clements Calegari (Online)

เว็บไซต์ Creative Non Fiction (Online)

เว็บไซต์ Visit Office (Online)

เว็บไซต์ Write the wolrd (Online)

เว็บไซต์ 826 LA (Online)

เว็บไซต์ 826 Michigan (Online)

เว็บไซต์ UNSSC (Online)

เว็บไซต์ Princeton University (Online)

เว็บไซต์ Harvard University (Online)

เว็บไซต์ LA Explorer (Online)

เว็บไซต์ Ministry of Stories (Online)

เว็บไซต์ Story Factory (Online)

เว็บไซต์ 826 Digital (Online)

RELATED POST

แหล่งชุมนุมความคิดเรื่องพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้
และห้องสมุดกับการเปลี่ยนแปลงสังคม

                                                                                            

PDPA Icon

The KOMMON มีการใช้คุกกี้ เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราห์

    คุกกี้นี้เป็นการเก็บข้อมูลสาธารณะ สำหรับการวิเคราะห์ และเก็บสถิติการใช้งานเว็บภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เป็นสาธารณะใดๆ ของผู้ใช้งาน

บันทึก